OM SYSTEM  - 1

OM SYSTEM กลับมาเดินหน้าตลาดกล้องในประเทศไทยอย่างจริงจังอีกครั้ง หลังผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจกล้อง Olympus สู่แบรนด์ OM SYSTEM ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางการตลาดในไทยลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

โดยในปี 2020 Olympus Corporation ตกลงโอนธุรกิจ Imaging ให้กับ Japan Industrial Partners หรือ JIP ก่อนการโอนธุรกิจจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม 2021 และดำเนินงานภายใต้บริษัท OM Digital Solutions Corporation

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2021 OM Digital Solutions ประกาศใช้ชื่อ OM SYSTEM เป็นแบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการถ่ายภาพ โดยรับช่วงเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และฐานลูกค้าเดิมจาก Olympus

 

การเปลี่ยนผ่านในครั้งนั้นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ OM SYSTEM ลดความเคลื่อนไหวในตลาดไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยผู้บริหารระบุว่าองค์กรต้องใช้เวลาในการ Transformation จาก Olympus สู่ OM SYSTEM แม้ยังมีการทำตลาดผ่านผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ก็ตาม

 

สำหรับการกลับมาครั้งนี้ ได้เปิดตัว OM SYSTEM PEN กล้องตระกูล PEN รุ่นแรกภายใต้ชื่อ OM SYSTEM และหากมองเฉพาะตระกูล PEN ถือเป็นการกลับมาหลังเว้นช่วงประมาณ 5 ปี นับจาก Olympus PEN E-P7 ที่เปิดตัวในปี 2021

 

ทำให้การเปิดตัว OM SYSTEM PEN ในปี 2026 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ในไทยอีกครั้ง ผ่านแนวทางที่เชื่อม Product, Creator และ Photography Community เข้าด้วยกัน จากการมองเห็นตลาดกล้องได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกล้องระดับเริ่มต้นที่ถูกทดแทนด้วยกล้องสมาร์ทโฟนมากขึ้น ส่วนตลาดกล้องยังคงมีโอกาสจากผู้บริโภคที่ต้องการคุณภาพภาพ การควบคุมการถ่ายภาพ และการใช้งานเฉพาะด้านที่สมาร์ทโฟนไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด เช่น Wildlife, Bird Photography, Landscape, Street Photography และงานสร้างคอนเทนต์

 

โดยเป้าหมายของ OM SYSTEM ในตลาดไทย คือการเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดกล้องดิจิทัลกลุ่ม Outdoor Photography ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 15–20% เนื่องจากมองว่าตลาดกล้องดิจิทัลในประเทศไทยยอดจำหน่ายกล้องประมาณ 50,000 ตัวต่อปี และ 60% เป็นตลาดที่เกี่ยวข้องกับ Outdoor Photography

 

นอกจากนี้ตลาดกล้องกลุ่ม Outdoor Photography ยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่สูงเมื่อเทียบกับกล้องดิจิทัลที่จับกลุ่มอื่นๆ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมถ่ายภาพนอกสถานที่มากขึ้น

 

ส่วนปัจจุบัน OM SYSTEM มีส่วนแบ่งตลาดไทยประมาณ 2% และต้องการเพิ่มเป็น 10% ภายใน 3–5 ปี ก่อนที่จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด Outdoor Photography ในที่สุด

 

แต่การกลับมาทำตลาดของ OM SYSTEM ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากแบรนด์กล้องดิจิทัลที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เริ่มต้น คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปจนถึงช่างภาพระดับมืออาชีพ

การไปให้ได้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ OM SYSTEM ได้วางกลยุทธ์บุกตลาดประเทศไทย ดังนี้

 

1.สร้าง Brand Awareness ผ่านการสร้าง Community

หนึ่งในความท้าทายของ OM SYSTEM คือ Brand Awareness หลังเปลี่ยนจาก Olympus มาเป็น OM SYSTEM ทำให้ผู้บริโภครุ่นใหม่จำนวนหนึ่งยังไม่คุ้นเคยกับชื่อแบรนด์

OM SYSTEM จึงใช้กลยุทธ์ Community First Growth เข้ามาสร้างการรับรู้ผ่านกลุ่มคนที่สนใจการถ่ายภาพ โดยจัด Workshop กิจกรรมร่วมกับ Ambassador และ Creator รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริงในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

 

พร้อมกับใช้ Social Media, Influencer และคอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริง ช่วยขยายการรับรู้จากกลุ่มคนที่เข้าร่วมกิจกรรมไปสู่ผู้บริโภควงกว้าง

 

แนวทางดังกล่าวทำให้ OM SYSTEM ลดการพึ่งพาการสื่อสารเฉพาะช่วงเปิดตัวสินค้า และสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านการมีส่วนร่วมของคนใน Community อย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อมองไปที่การเปิดตัวสินค้าใหม่ OM SYSTEM PEN ได้เปิดตัวสู่ตลาดในรูปแบบ Physical Launch Event ผ่านสื่อ ครีเอเตอร์ และพันธมิตรจากหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมกิจกรรมและถ่ายภาพในสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพ เป็นที่แรก

 

ซึ่งกิจกรรม Physical Launch Event ในกรุงเทพ OM SYSTEM มองว่าไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาค จากการเติบโตของกลุ่มคนรุ่นใหม่และ Content Creator รวมถึงความนิยมในการถ่ายภาพ Street และความหลากหลายของสถานที่สำหรับการถ่ายภาพ

 

2.ดึงผู้ใช้สมาร์ทโฟนเข้าสู่ตลาดกล้อง

กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ OM SYSTEM PEN คือ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่กำลังมองหากล้องตัวแรก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมถ่ายภาพในสถานที่ต่าง ๆ รองลงมาคือฐานลูกค้าเดิมของ Olympus และผู้ใช้กล้องแบรนด์อื่นที่อาจต้องการเปลี่ยนระบบ

 

OM SYSTEM จึงใช้ Workshop และการทดลองใช้งานจริงเป็นเครื่องมือในการสร้างประสบการณ์ เพื่อแสดงให้เห็นความแตกต่างด้านคุณภาพภาพ การควบคุม Depth of Field แสง เลนส์ และฟังก์ชันด้าน Computational Photography

 

พร้อมใช้ Influencer และ Creator เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่รับข้อมูลจากผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่าการสื่อสารจากแบรนด์เป็นหลัก

 

3.รักษาฐาน Outdoor พร้อมขยายสู่ Street Photography

ฐานลูกค้าเดิมของ Olympus ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Outdoor Photography เช่น Bird Photography, Wildlife, Landscape และ Macro Photography

 

ส่วนการเปิดตัว OM SYSTEM PEN กล้องที่มีจุดเด่นเรื่องขนาดกะทัดรัด มาผสานกับความสามารถของกล้องเปลี่ยนเลนส์ ทั้งระบบป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ ฟังก์ชันสร้างโทนสีแบบฟิล์ม และ Computational Photography มีเป้าหมายขยายฐานไปยังกลุ่ม Street Photography เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น เนื่องจาก OM SYSTEM มองว่า Street Photography เป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่เติบโตในตลาดไทย และสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่นิยมถ่ายภาพในเมืองและชีวิตประจำวัน

 

นอกจากนี้ ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ยังมีความหลากหลายทั้งด้านเมือง วัฒนธรรม อาหาร และสถาปัตยกรรม ซึ่ง OM SYSTEM มองว่าเป็นองค์ประกอบที่เหมาะกับการถ่ายภาพแนว Street และ Urban Photography เป็นอย่างมาก

 

4. ขยายช่องทางขายและบริการหลังการขาย

นอกจากการสร้าง Awareness แล้ว OM SYSTEM ยังต้องสร้างความมั่นใจด้านการเข้าถึงสินค้าและบริการหลังการขาย

 

ปัจจุบัน OM SYSTEM ทำตลาดผ่านผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย และจำหน่ายสินค้าผ่านร้านกล้อง รวมถึงช่องทางออนไลน์ของพันธมิตร โดย OM SYSTEM ยังไม่ได้จำหน่ายสินค้าโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในไทย

 

ด้านบริการหลังการขาย มีศูนย์ซ่อมหลักในกรุงเทพฯ พร้อมจุดส่งซ่อมสินค้าผ่านเครือข่ายร้าน BIG Camera มีสาขา 126 สาขา (อ้างอิงสิ้นปี 2025)

 

อย่างไรก็ดีการกลับมาของ OM SYSTEM ในตลาดไทยครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการนำกล้องรุ่นใหม่เข้ามาจำหน่าย แต่คือการสร้างชื่อ OM SYSTEM ให้กลับมาอยู่ในตัวเลือกของผู้บริโภคอีกครั้ง บนฐานความแข็งแกร่งที่สืบต่อมาจาก Olympus

 

เพราะความท้าทายสำคัญจากนี้ คือการเปลี่ยน Brand Awareness ให้เกิดเป็นการทดลองใช้ การซื้อ และการสร้างฐานผู้ใช้ใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หากทำได้ เป้าหมายจากส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2% สู่ 10% และการขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่ม Outdoor Photography ก็มีโอกาสเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

 

 

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *