ถ้าเดินผ่านชั้นวางชาในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านชาพรีเมียมในห้าง หลายคนอาจคิดว่า TWININGS กับ TWG เป็นแบรนด์เดียวกัน หรือเป็นแบรนด์พี่น้องกัน โดย TWG เป็นชื่อย่อของ TWININGS
แต่ความจริงแล้ว TWININGS กับ TWG เป็นแบรนด์ชาที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ทั้งในแง่เจ้าของ ประวัติศาสตร์ ต้นกำเนิด และวิธีสร้างแบรนด์ เพียงแต่ชื่อแบรนด์และภาพลักษณ์บางอย่างอาจทำให้ผู้บริโภคบางคนรู้สึกว่าทั้งสองแบรนด์มีความใกล้เคียงกันเท่านั้น
เนื่องจาก TWININGS เป็นแบรนด์ชาจากอังกฤษที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1706 ส่วน TWG เป็นแบรนด์ชาจากสิงคโปร์ที่ก่อตั้งในปี 2008 หรือห่างกันมากกว่า 300 ปี ที่มีเรื่องราวที่แตกต่างกันดังนี้
TWININGS แบรนด์ชาอังกฤษที่เริ่มจากร้านกาแฟ
Twinings เป็นหนึ่งในแบรนด์ชาที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ และยังเป็นแบรนด์ชาที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำให้ “ชา” กลายเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายในสังคมอังกฤษ
จุดเริ่มต้นของ Twinings เกิดขึ้นในปี 1706 จากชายชื่อ Thomas Twining ที่ซื้อร้านกาแฟชื่อ Tom’s Coffee House บนถนน Strand ในกรุงลอนดอน ก่อนจะเริ่มนำ “ชา” เข้ามาขายควบคู่กับกาแฟ จากการมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในตลาด เนื่องจากในช่วงเวลานั้นร้านกาแฟในอังกฤษมักเป็นพื้นที่ของผู้ชาย ใช้พบปะ พูดคุยเรื่องธุรกิจ การเมือง และสังคม แต่ชาเริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มชนชั้นสูง โดยเฉพาะผู้หญิงที่นิยมซื้อชาไปดื่มที่บ้าน ทำให้ Thomas Twining มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากตลาดชาคุณภาพดีเข้ามาสร้างจุดขายที่แตกต่างจากร้านกาแฟอื่น ๆ
ต่อมาในปี 1717 Thomas Twining ขยายธุรกิจจากร้านกาแฟมาเป็นร้านขายชาโดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อ The Golden Lyon ซึ่งกลายเป็นต้นกำเนิดสำคัญของแบรนด์ Twinings และทำให้ธุรกิจชาของตระกูล Twinings เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
โดยร้านชาของ Thomas Twining ได้วางจุดแข็งเรื่องการวางตัวเองเป็นร้านชาระดับพรีเมียมจากการคัดชาคุณภาพดีจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ทำให้ร้านชาของเขาเต็มไปด้วยผู้หญิงชนชั้นสูงที่เข้ามาใช้บริการ
หลังจากประสบความสำเร็จในร้านชา Thomas Twining ได้ต่อยอดนำชาแบบแห้งที่มีราคาถูกลงมาจำหน่ายเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนชื่อร้านจาก The Golden Lyon เป็น Twinings ในปี 1717
และในปี 1831 Twinings ได้คิดค้นสูตรชา Earl Grey ขึ้นมาเป็นครั้งแรกจากคำขอของชาร์ลส์ เกรย์ (Charles Grey) นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรในขณะนั้น
ด้วยรสชาติและคุณภาพของ Twinings ยังเป็นเครื่องดื่มของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย จนในปี 1837 สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียพระราชทาน Royal Warrant ให้ Twinings เป็นผู้จัดหาชาแก่ราชสำนักอังกฤษ ซึ่งถือเป็นตรารับรองสำคัญที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะชาคุณภาพสูง และ ABF ระบุว่า Twinings ยังคงได้รับเกียรตินี้ต่อเนื่องอย่างยาวนาน
สำหรับในปี 1749 Twining ได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศด้วยการส่งออกไปยังอเมริกาเป็นประเทศแรก ก่อนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย
ส่วนในปัจจุบัน Twinings เข้ามาอยู่ภายใต้เครือ Associated British Foods (ABF) หลังเข้าซื้อกิจการ Twinings ในปี 1964 เพื่อขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากธุรกิจอาหารหลักของบริษัท
และทำให้ Twinings ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ชาอังกฤษเก่าแก่ แต่ยังขยายพอร์ตสินค้าไปมากกว่า 200 ชาและเครื่องดื่มพฤกษศาสตร์จากทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์ทั้งตลาดชาคลาสสิก ชาสมุนไพร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอีกด้วย

TWG Tea แบรนด์ชาหรูจากสิงคโปร์ที่ไม่ได้เก่าแก่เท่าตัวเลข 1837
ในด้านของ TWG Tea ถือเป็นแบรนด์ชาลักชัวรีจากประเทศสิงคโปร์ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 โดย TWG ย่อมาจาก The Wellbeing Group
ซึ่งเลข 1837 บนโลโก้ TWG Tea ที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นปีต้นกำเนิดของแบรนด์นั้น ไม่ใช่ปีที่ TWG Tea ก่อตั้งขึ้น แต่เป็นตัวเลขที่มาจากปีที่หอการค้าสิงคโปร์ (Singapore Chamber of Commerce) ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์เริ่มต้นเป็นศูนย์กลางการค้าชาและเครื่องเทศในภูมิภาค
ตั้งแต่ช่วงแรก TWG Tea วางกลยุทธ์ตัวเองเป็นแบรนด์ชาระดับพรีเมียมที่ไม่ได้ขายแค่ใบชาจากแหล่งปลูกทั่วโลก แต่ขายประสบการณ์การดื่มชา ผ่านร้าน Tea Salon & Boutique ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างภาพลักษณ์แบบลักชัวรี
โดย TWG Tea เปิด Tea Salon & Boutique แห่งแรกในเดือนสิงหาคม 2008 ที่ Republic Plaza ประเทศสิงคโปร์ ก่อนจะเปิดคอนเซปต์ Tea Salon & Boutique ที่ ION Orchard ในปี 2009 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของแบรนด์
กลยุทธ์นี้ทำให้ TWG Tea เติบโตอย่างรวดเร็วในสิงคโปร์ ก่อนขยายสู่ตลาดประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในปี 2010
จนกระทั่งในปี 2011 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ TWG เกิดขึ้นเมื่อ OSIM International บริษัทเก้าอี้นวดและไลฟ์สไตล์ของ Ron Sim เข้ามาซื้อหุ้น 35% ใน TWG Tea ก่อนที่สัดส่วนการถือหุ้นของ OSIM จะเพิ่มขึ้นเป็นราว 69.9-70% ในปี 2014 ทำให้ OSIM กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TWG Tea
ต่อมาเมื่อ Ron Sim จัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจใหม่ภายใต้ V3 Group แบรนด์ TWG Tea จึงถูกจัดอยู่ในพอร์ตของ V3 Gourmet ร่วมกับแบรนด์อย่าง Bacha Coffee และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ชาลักชัวรีจากสิงคโปร์ที่ขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี แม้ TWININGS และ TWG Tea จะเป็นคนละแบรนด์ คนละประเทศ และคนละประวัติศาสตร์ แต่ทั้งคู่ยังเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ตลาดชาเติบโต โดยเฉพาะตลาด Specialty Tea หรือชาคุณภาพสูงที่ขายทั้งแหล่งที่มา รสชาติ สุขภาพ และประสบการณ์การดื่ม
ข้อมูลจาก Mordor Intelligence พบว่า ตลาด Specialty Tea ทั่วโลกมีมูลค่า 36,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.21 ล้านล้านบาท ในปี 2025
เพิ่มเป็น 38,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.29 ล้านล้านบาท ในปี 2026 และจะเพิ่มเป็น 52,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.76 ล้านล้านบาท ในปี 2031 เลยทีเดียว
อ้างอิง
https://www.abf.co.uk/about-us/our-history
https://twinings.co.uk/blogs/news/earl-grey-flavours-twinings-discover-our-range
https://twinings.co.uk/blogs/news/history-of-twinings
https://twgtea.com/en/about-us