หลายครั้ง สินค้าที่อยู่มานานจนคนคิดว่าเป็นของ “ปกติ” ของแบรนด์ แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากแผนใหญ่หรือวิสัยทัศน์ที่วางไว้ล่วงหน้าอย่างสวยงาม แต่เกิดจากปัญหาบางอย่างที่ธุรกิจกำลังเจออยู่ตรงหน้า
สำหรับ McDonald’s เมนูอย่าง Filet-O-Fish หรือที่คนไทยคุ้นในชื่อ “แมคฟิช” ก็เป็นเช่นนั้น เพราะต้นกำเนิดของมันเริ่มจากความเงียบเหงาของร้าน McDonald’s สาขาหนึ่งในทุกวันศุกร์ ทั้ง ๆ ที่วันอื่นก็ขายได้ตามปกติ
เรื่องนี้ต้องย้อนไปเมื่อต้นทศวรรษ 1960 ที่เมืองซินซินนาติ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อ Lou Groen ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ McDonald’s ในเมืองนั้น ประสบกับปัญหายอดขายตกลงชัดเจนในทุกวันศุกร์
ซึ่งสาเหตุหลักของยอดขายตกทุกวันศุกร์ไม่ได้มาจากลูกค้าพร้อมใจกันเบื่อเบอร์เกอร์ หรือมีคู่แข่งอัดแคมเปญดึงลูกค้าแต่อย่างใด แต่มาจาก McDonald’s สาขานั้นตั้งอยู่ในย่านที่มีชาวคาทอลิกอยู่จำนวนมาก และคนกลุ่มนี้นิยมงดกินเนื้อสัตว์ในวันศุกร์ และในช่วงเทศกาลถือศีล ทำให้เมนูหลักอย่างแฮมเบอร์เกอร์ไม่ตอบโจทย์ในวันนั้นทันที

แต่ในทางกลับกัน Lou Groen ได้สังเกตว่าในทุกวันศุกร์ ร้านอาหารอื่น ๆ ในย่านนั้นที่ขายเมนูปลา มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้เขาหาทางออกด้วยการเสนอไอเดียทำเบอร์เกอร์ปลาชุบเกล็ดขนมปังทอด ในชื่อ Filet-O-Fish เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ไม่กินเนื้อในวันศุกร์ เพราะเขาเชื่อว่าเบอร์เกอร์ปลาจะเป็นเมนูหลักที่สามารถดึงดูดลูกค้าคาทอลิกได้
เมื่อ Lou Groen มองเห็นทางออก เขาได้นำไอเดียนี้มานำเสนอ Ray Kroc ผู้บริหาร McDonald’s ทันที พร้อมคาดหวังว่า Filet-O-Fish จะได้รับการอนุมัติบรรจุในเมนูออกวางจำหน่ายอย่างเร่งด่วน

กลับกลายเป็นว่า Ray Kroc ได้เสนอเมนูไร้เนื้อของตัวเองชื่อ Hula Burger เบอร์เกอร์ที่ใช้สับปะรดแทนเนื้อสัตว์เข้ามาแทน เพราะมองว่าเป็นทางออกที่ตอบโจทย์มากกว่า
แทนที่ Lou Groen จะทำตามที่ผู้บริหารนำเสนอ เขากลับมองว่าเบอร์เกอร์ปลาจะเป็นเมนูที่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า และได้ท้า Ray Kroc ให้นำสองเมนูนี้มาทดลองขายจริงในวันศุกร์วันหนึ่งในปี 1962
ผลการแข่งขันนี้ปรากฏว่า เมนู Filet-O-Fish ขายได้ 350 ชิ้น ส่วน Hula Burger ขายได้เพียง 6 ชิ้นเท่านั้น
ซึ่งยอดขายที่เกิดขึ้นจริงนี้กลายเป็นคำตอบที่ทำให้ Filet-O-Fish ได้ถูกบรรจุเป็นเมนูอาหารอย่างเป็นทางการของ McDonald’s สาขานั้น ก่อนจะขยายสู่การเป็นเมนูถาวรในปี 1965 ในฐานะเมนู Non-Hamburger แรกของแบรนด์
จนปัจจุบัน Filet-O-Fish ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกในชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป และยังพัฒนาเพื่อให้สอดรับกับรสนิยมและความชอบของผู้บริโภค ปัจจุบันมีจำหน่ายในอีกหลายประเทศอีกด้วย
อย่างไรก็ดี เรื่องราวของ Filet-O-Fish เป็นตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากความสมบูรณ์แบบ แต่เริ่มจากการมองเห็นรอยรั่วเล็ก ๆ ของธุรกิจ แล้วลงมือแก้ไขมันอย่างจริงจัง จนในที่สุด สิ่งที่เคยเป็นปัญหา กลับกลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของแบรนด์ได้
อ้างอิง
https://www.aol.com/articles/mcdonalds-filet-o-fish-became-141101398.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Filet-O-Fish
https://www.businessinsider.com/history-mcdonalds-filet-o-fish-sandwich-how-it-was-invented
https://corporate.mcdonalds.com/corpmcd/our-stories/article/filet_o_fish_journey.html
https://bethcollier.substack.com/p/how-the-filet-o-fish-saved-mcdonalds