เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดร้านแว่นตาเชนครั้งใหญ่ เมื่อ EssilorLuxottica ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแว่นตาระดับโลกประกาศเข้าถือหุ้นใน แว่นท็อปเจริญ เป็นที่เรียบร้อย
การเข้าถือหุ้นในท็อปเจริญ ในเอกสารประกาศของ EssilorLuxottica (อ้างอิง 2 เมษายน 2569) ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่า และสัดส่วนการเข้าถือหุ้น เพียงระบุว่าเป็นการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ
สำหรับดีลในครั้งนี้ Talk About Market มองว่าถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ทั้ง EssilorLuxottica และแว่นท็อปเจริญ จะใช้เป็นฐานต่อยอดการเติบโตในอนาคต
เนื่องจาก EssilorLuxottica มองประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านการผลิตและการดำเนินธุรกิจระดับโลก
การเข้าถือหุ้นในแว่นท็อปเจริญ ที่มีเครือข่ายร้านค้าปลีกแว่นตากว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ในชื่อแบรนด์ที่หลากหลาย และจับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เช่น ท็อปเจริญ, Luxoptic, Eye Class, Eye Bright, Eye Sport
ซึ่งจำนวนสาขาและความหลากหลายของภาพลักษณ์ร้านและกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ EssilorLuxottica มีช่องทางค้าปลีกจำนวนมากในหลากหลายเซ็กเมนต์ในไทยทันที ที่จะสามารถนำเสนอสินค้าในกลุ่มดูแลสายตา (Vision Care) และสินค้าแว่นตาในเครือ เช่น Ray-Ban, Oakley, Supreme และสินค้า Wearables ไปยังกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยได้มากขึ้น และยังทำให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคตได้มากขึ้น
ในส่วนของแว่นท็อปเจริญ การมี EssilorLuxottica เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น เป็นหนึ่งในการนำศักยภาพที่ EssilorLuxottica มีอยู่มาเป็นไม้ต่อในการแข่งขัน เพราะ EssilorLuxottica ไม่ได้มีแค่สินค้าในกลุ่มดูแลสายตา เช่น เลนส์ที่มีนวัตกรรม หรือกรอบแว่นแบรนด์ต่างๆ ที่มีชื่อระดับโลก แต่มีประสบการณ์ค้าปลีกผ่านร้านแว่นตาในหลายประเทศ ที่สามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ มาต่อยอดให้กับแว่นท็อปเจริญได้
นอกจากนี้ยังทำให้แว่นท็อปเจริญมีความได้เปรียบด้านอำนาจต่อรองสินค้า ความเร็วในการนำแบรนด์หรือเทคโนโลยีใหม่ลงตลาด พร้อมกับยกระดับแบรนด์ให้เป็นร้านแว่นตาที่มีสินค้าที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการขายเลนส์และกรอบทั่วไปมากขึ้น
เพราะ EssilorLuxottica มีเป้าหมายในการนำ Wearables แว่นตาอัจฉริยะ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และ EssilorLuxottica ยังมีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีในกลุ่มสายตาเฉพาะทาง เช่น เลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก, เลนส์ที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเมื่อมองจอคอมนานๆ อีกด้วย
อย่างไรก็ดีการเข้ามาถือหุ้นของผู้เล่นระดับโลก ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดแว่นตาไทย ที่อาจทำให้การแข่งขันหลังจากนี้ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนสาขา แต่รวมถึงเทคโนโลยี สินค้า และประสบการณ์ค้าปลีกที่ลึกขึ้นกว่าเดิม
