ในวันที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะคนเมือง ตลาดเช่าพาวเวอร์แบงก์ในไทยจึงไม่ใช่แค่บริการเสริมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน จากการที่ผู้บริโภคใช้มือถือวันละ 8–9 ชั่วโมง และใช้ชีวิตนอกบ้านตลอดทั้งปีในศูนย์การค้าต่าง ๆ แหล่งอีเวนต์ ชมคอนเสิร์ต และอื่น ๆ
ทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของผู้ให้บริการประมาณ 5 ราย ที่ต่างแย่งชิงผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการของตนมากที่สุด
และชาร์จสปอต ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในคู่แข่งรายใหญ่ของตลาด
ที่ผ่านมา ชาร์จสปอต ไทยแลนด์ ได้เปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 และได้มองเห็นโอกาสในตลาดประเทศไทย ในฐานะตลาดหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต
ภายใต้เป้าหมายการเติบโตนี้ จุมเปอิ ฮาริโนะ ผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ INFORICH INC. และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาร์จสปอต (ไทยแลนด์) จำกัด ได้วางกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบด้วย
1.ขยายจุดให้บริการให้มากที่สุด เพื่อขาย “ความสะดวก” เป็นหลัก
หัวใจสำคัญของธุรกิจเช่าพาวเวอร์แบงก์คือ การมีจุดให้บริการจำนวนมาก เพื่อครอบคลุมความต้องการพาวเวอร์แบงก์ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน
โดยปัจจุบัน ชาร์จสปอต ไทยแลนด์ มีจุดให้บริการกว่า 2,000 จุด ในศูนย์การค้า ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม และโลเคชันที่มีศักยภาพ พร้อมตั้งเป้าระยะ 2–3 ปีไปที่ 30,000 จุด เพื่อทำให้แบรนด์เข้าถึงฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น
นอกจากนี้ จุดบริการยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้าง Brand Awareness ให้กับผู้บริโภค จากการมองเห็นตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
2.ปรับภาพลักษณ์สู่ไลฟ์สไตล์
ชาร์จสปอต ไทยแลนด์ มีแนวทางในการ Collab กับศิลปิน หรือคาแรกเตอร์ต่าง ๆ ให้อยู่บนพาวเวอร์แบงก์ และตู้เช่า เพื่อปรับภาพลักษณ์จากพาวเวอร์แบงก์เพื่อชาร์จแบต ให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์, สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง, สร้างภาพลักษณ์แบรนด์เป็นคนรุ่นใหม่ เข้าถึงง่าย และดึงดูดผู้บริโภคจากดีไซน์ที่บ่งบอกถึงภาพลักษณ์ตัวเอง
โดยล่าสุด ชาร์จสปอต ไทยแลนด์ ได้ Collab กับ MUEBON ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทย ที่มีชื่อเสียงระดับสากล ผ่านคาแรกเตอร์ “PUKRUK” ภายใต้คอนเซปต์ “Charge Your Life” เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z และ Millennials อายุ 24–35 ปี ให้เข้ามาใช้บริการเป็นประจำ พร้อมกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ อีกทางหนึ่ง
3.ดึงดูดลูกค้าใหม่ผ่านการทดลองใช้ฟรี
เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้งานจริง สร้างประสบการณ์ตรงกับบริการ และช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่ได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการใช้งานซ้ำในอนาคตจากความคุ้นเคยและความสะดวกสบายที่ได้รับ
4.ใช้ดาต้าเบสในการบริหารตู้เช่า
การเช่าพาวเวอร์แบงก์ของ ชาร์จสปอต ไทยแลนด์ เป็นการเช่าผ่านแอปพลิเคชัน ChargeSpot บนสมาร์ทโฟน ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาจุดเช่าใกล้ฉัน, เช่า และคืนได้ในแอปเดียวกัน
นอกจากนี้การให้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นยังทำให้ทำให้สามารถบริหารและจัดการนำพาวเวอร์แบงก์เข้ามาเสริมในตู้เช่าได้อย่างทันที ในกรณีที่พาวเวอร์แบงก์อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือในพื้นที่ที่มีความต้องการจำนวนมาก เช่น ในงานคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ต่าง ๆ
รวมถึงสามารถนำดาต้าเบสของผู้ใช้งานมาศึกษา เพื่อต่อยอดไปยังบริการอื่น ๆ ในอนาคตได้
5.ต่อยอดตู้ชาร์จให้เป็นสื่อและแพลตฟอร์มการตลาด
นอกเหนือจากบริการเช่าพาวเวอร์แบงก์ ในอนาคต ชาร์จสปอต ไทยแลนด์ ยังมีแผนพัฒนาไปสู่ Interactive Hub ที่เชื่อมทั้งบริการ สื่อ และการตลาดไว้ด้วยกัน ด้วยการให้ตู้เช่าและพาวเวอร์แบงก์ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือโฆษณาให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ที่สนใจ
ตลอดจนยังสามารถนำเทคโนโลยี Beacon ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ส่งข้อความไปยังสมาร์ทโฟนที่อยู่ใกล้ มาใช้ส่งข้อความแคมเปญโปรโมชั่นของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น ในศูนย์การค้า เมื่อฐานลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเดินผ่านตู้เช่าได้อีกทางหนึ่ง
6.มองพาวเวอร์แบงก์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Sharing Platform
สิ่งที่ ชาร์จสปอต มองไกลกว่าคู่แข่ง คือการไม่หยุดตัวเองอยู่แค่ธุรกิจเช่าแบต เพราะในญี่ปุ่นแอปพลิเคชัน ChargeSpot ได้ขยายไปสู่บริการอื่นในโลก Sharing Economy ของพาร์ตเนอร์บริการอื่นไว้ในแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางหรือบริการที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน และทำให้ภาพใหญ่ของ ชาร์จสปอต ไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้บริการเช่าพาวเวอร์แบงก์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมบริการของคนเมืองไว้ในที่เดียว ซึ่งไทยเองก็มีศักยภาพจะเดินไปในทิศทางนั้นได้
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาดเช่าพาวเวอร์แบงก์ในไทยกำลังเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตเมือง และ ชาร์จสปอต ก็กำลังเร่งวางตำแหน่งตัวเองให้อยู่ในภาพนั้นอย่างชัดเจน
เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้บริโภคอาจไม่ได้จดจำว่าแบรนด์ไหนมีพาวเวอร์แบงก์ดีที่สุด แต่จะจำได้ว่าแบรนด์ไหนทำให้ชีวิตสะดวกที่สุด และอยู่ใกล้ตัวมากที่สุดในวันที่ต้องการใช้งานจริง