jas fifa world cup

ในที่สุดประเทศไทยได้ดูการถ่ายทอดสดบอลโลก หรือ FIFA World Cup อย่างเป็นทางการ เมื่อ JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท ในการซื้อสิทธิ์บอลโลกเป็นเวลา 2 สมัย ได้แก่ รอบปี 2026 และปี 2030 พร้อมสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลและฟุตซอลที่จัดโดย FIFA ไปถึงปี 2030

 

โดยการรับสิทธิ์จาก FIFA ในครั้งนี้ JAS ได้ผนึกกับ MONO หรือบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ในการบริหารสิทธิ์เช่นเดียวกับที่เคยทำกับพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ

 

แล้ว JAS ได้อะไรจากการลงทุนในครั้งนี้

 

1.การซื้อสิทธิ์ฟุตบอลโลกเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ JAS ในการสร้างรายได้จากคอนเทนต์ด้านกีฬาที่จะต่อยอดให้กับ JAS และบริษัทอื่น ๆ ในเครือ โดยเฉพาะ MONO อย่างที่เคยทำกับการรับสิทธิ์พรีเมียร์ลีก และเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น

 

จากข้อมูลในรายงานตลาดหลักทรัพย์ถึงผลประกอบการของ JAS พบว่า หลังจากได้ซื้อพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ จำนวน 6 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2025/26-2030/31 ทาง JAS มีการเติบโตด้านรายได้ของกลุ่มธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ในปี 2025 รวม 1,286 ล้านบาท เติบโต 178% จากปี 2024

 

และไตรมาส 1/2026 JAS มีรายได้ในกลุ่มธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ รวม 908 ล้านบาท เติบโต 692% จากช่วงเดียวกันที่ผ่านมา ซึ่งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ คือกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตของรายได้ที่กล่าวมา

 

ส่วนของ Monomax ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ในปี 2025 มีรายได้จากการให้บริการคอนเทนต์ Monomax และ GIGATV เพิ่มขึ้น 27.3 ล้านบาท หรือ 3.7% จากปี 2024 ซึ่งมีส่วนสำคัญมาจากการรับรู้รายได้ผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่เริ่มต้นในไตรมาส 3 ของปี

 

และไตรมาส 1/2026 Monomax มีรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งคอนเทนต์กีฬาเพิ่มขึ้น 103.8 ล้านบาท เติบโต 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

 

2.ต่อยอดฐานลูกค้ากลุ่มคอนเทนต์ด้านกีฬา เนื่องจากในปัจจุบันอ้างอิงข้อมูลจาก บล.กสิกรไทย ในวันที่ 2 มิถุนายน 2026 พบว่า JAS มียอดสมาชิก EPL สูงถึง 1.73 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกรายเดือนผ่านระบบ AIS หากไม่มีฟุตบอลโลกมาเสริมในช่วงปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก สมาชิกกลุ่มนี้มีโอกาสสูงที่จะยกเลิกบริการ

 

โดยแพ็กเกจฟุตบอลโลก ทาง JAS และ Monomax ได้นำเสนอผ่านแพ็กเกจรายปีราคา 5,999 บาท ดูได้ 2 จอพร้อมกับ และผ่อนได้ 10 เดือน ให้ลูกค้าแพ็กเกจนี้สามารถดูการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้ง 104 แมตช์ พร้อมไฮไลต์และย้อนหลังตลอดการแข่งขัน และคอนเทนต์อื่น ๆ ได้

 

ซึ่งการนำเสนอแพ็กเกจในรูปแบบรายปี ทำให้ JAS และ Monomax สามารถรักษาฐานลูกค้าให้คงอยู่อย่างน้อย 1 ปี แม้จะจบฤดูการแข่งขันก็ตาม

 

3.เปิดชมฟรีมากกว่า 40 แมตช์ พร้อมคู่เปิดและรอบชิงชนะเลิศ ผ่านช่อง Monomax Sport ซึ่งเป็นฟรีทีวีด้านกีฬาที่รีแบรนด์ช่องจากช่อง MONO29 ไปก่อนหน้านั้นไม่นานเพื่อสร้างทราฟิกให้กับช่องอีกทางหนึ่ง

 

4.สร้าง Brand Awareness ให้กับ JAS และ MONO ในฐานะผู้นำคอนเทนต์ด้านกีฬา ที่นำเสนอกีฬาระดับโลกให้กับคนไทยได้รับชม

 

อย่างไรก็ดี การรับสิทธิ์ฟุตบอลโลกในครั้งนี้จะสร้างปรากฏการณ์ด้านรายได้ และ Brand Awareness ได้แค่ไหน คงต้องดูกันต่อไป

 

แต่อย่างน้อยฟุตบอลโลกในครั้งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ FIFA ด้วยการเพิ่มจำนวนทีมแข่งขันจาก 32 ชาติ เป็น 48 ชาติ และเพิ่มจำนวนแมตช์จาก 64 นัด สู่ 104 นัด ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันมา และมี 3 ชาติยักษ์ใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมเป็นเจ้าภาพ

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *