No Brand

ต่อไปนี้คนไทยจะได้ซื้อ “No Brand” ได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีใต้

 

เมื่อ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Emart ค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อนำร้าน “No Brand” เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัล บางนา ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 พร้อมด้วยสินค้ากว่า 2,200 รายการ

 

การจับมือระหว่าง เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล และ Emart ในการนำ No Brand เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนของ เซ็นทรัล รีเทล ในการต่อยอดและขยายพอร์ตธุรกิจค้าปลีกให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคในรูปแบบ “Smart Value” หรือสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากพอ ๆ กับคุณภาพของสินค้า

 

เนื่องจาก Emart มีแนวคิดในการก่อตั้ง No Brand เพื่อเป็นสินค้าที่เน้นคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าด้วยการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด  เช่น ชื่อแบรนด์, โฆษณา, แพ็กเกจจิ้ง, การทำแบรนด์ดิ้ง และ เหลือเพียงสิ่งที่สำคัญจริง ๆ สำหรับผู้บริโภค ได้แก่ คุณภาพของสินค้า ฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อทำนำเสนอสินค้าถึงมือผู้บริโภคในราคาที่สมเหตุสมผลเป็นหลัก

 

แนวคิดดังกล่าวจึงทำให้ No Brand เติบโตอย่างรวดเร็วในเกาหลีใต้ ด้วยสาขาในปัจจุบันมากกว่า 270 สาขา พร้อมส่งออกไปยังต่างประเทศมากกว่า 20 ประเทศ หลังเข้ามาทำตลาดครั้งแรกในปีพ.ศ. 2558

 

สำหรับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เหตุผลในการนำ No Brand เข้ามาในไทย ได้มองว่าเป็นหนึ่งใน Game Changer ในตลาดค้าปลีกไทย เนื่องจาก

1.No Brand เป็นโมเดลค้าปลีกแบบ Value Retail เข้ามาเติมเต็มพอร์ตธุรกิจ จากเดิมที่มี ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ออนไลน์, ท็อปส์ แคร์ และมัทซึคิโยะ โดยที่ผ่านมาแต่ละแบรนด์มีตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างกัน และการเข้ามาของ No Brand จึงช่วยเพิ่มรูปแบบร้านค้าปลีกที่เน้นความคุ้มค่าเพื่อเข้าฐานลูกค้าที่มากขึ้น

 

2.ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความคุ้มค่า หรือSmart Value มากขึ้น ซึ่งสะท้อนได้จากความสำเร็จของสินค้า Own Brand ของท็อปส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

3.ที่ผ่านมาเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ได้ทดลองตลาด No Brand ด้วยการวางจำหน่ายในท็อปส์มาก่อนหน้านั้น และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคจากยอดขายเติบโต 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2566

 

4.Emart ในฐานะเจ้าของแบรนด์ No Brand มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโมเดลค้าปลีกที่เน้นแนวคิด ความคุ้มค่าในระดับสากล (Global Value Retail) โดย No Brand ถือเป็นหนึ่งใน Own Brand ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในประเทศเกาหลีใต้และหลายตลาดต่างประเทศ

 

การจับมือกับ Emart  จึงเป็นการต่อยอดประสบการณ์การช้อปปิ้งให้สอดคล้องกับกระแส K-Trend รวมถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคแบบ Smart Value เพื่อมุ่งสู่การเป็น World-Class Grocery Destination ผ่านโมเดล Value-Driven Retail ที่ส่งมอบทั้งคุณภาพ ดีไซน์ และความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

 

และยังเป็นการสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งใน ตลาดผู้บริโภคสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสามารถดึงดูดแบรนด์ระดับโลกให้เข้ามาขยายธุรกิจในประเทศได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ การเข้ามาของ No Brand ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Value-Driven Retail อย่างชัดเจน ที่ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าเพียงเพราะชื่อแบรนด์ แต่เลือกจากสมดุลระหว่าง คุณภาพ ราคา ดีไซน์ และประสบการณ์การใช้งาน

 

หากโมเดลนี้สามารถประสบความสำเร็จในประเทศไทยได้ ร้าน No Brand อาจไม่ได้เป็นเพียงร้านสินค้าเกาหลีแห่งใหม่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านในโลกค้าปลีก ที่พิสูจน์ว่า บางครั้งสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการที่สุด อาจไม่ใช่ “แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุด” หากแต่เป็น สินค้าที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับชีวิตประจำวัน

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *