Monster Energy

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง หรือ Energy Drink ระดับพรีเมียม ได้มีคู่แข่งใหม่เข้ามาลงเล่นในตลาดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแบรนด์ เมื่อบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด (มหาชน) นำ Monster Energy เครื่องดื่มชูกำลังจากสหรัฐอเมริกา มาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ
โดย Monster Energy ถือเป็นพอร์ตโฟลิโอแรกในการเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังของไทยน้ำทิพย์ นับตั้งแต่ทำธุรกิจอยู่ในเครื่องดื่มอัดลม และน้ำดื่มมาอย่างยาวนาน

การเข้ามารุกธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในครั้งนี้ มาจากเหตุผลที่น่าสนใจ 4 ประการ ได้แก่

1.ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด
และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี
ในปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์มูลค่า 226,000 ล้านบาท มีสัดส่วนมาจาก
น้ำอัดลม 34%
น้ำดื่มบรรจุขวด 21%
เครื่องดื่มชูกำลัง 10%
ชาพร้อมดื่ม 8%
ฟังก์ชันนอลดริ้งก์ 7%
และอื่น ๆ 20%

 

2.ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม แม้จะมีสัดส่วนประมาณ 10% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังรวม แต่มีการเติบโตเฉลี่ยต่อปีกว่า 34% ในหลายปีที่ผ่านมา

 

3.Monster Energy มีภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแรงและเป็นที่รู้จักในระดับโลก ในฐานะแบรนด์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่และกลุ่มผู้มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ชื่นชอบความท้าทายและกิจกรรมที่ผลักดันขีดจำกัดของตนเอง ภาพจำดังกล่าวถูกสร้างอย่างต่อเนื่องผ่านกลยุทธ์การตลาดที่เข้าไปมีบทบาทสนับสนุนและร่วมมือกับนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมและมอเตอร์สปอร์ต โดยวางตัวเป็นมากกว่าผู้สนับสนุน แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่ร่วมพัฒนาและเดินทางสู่ชัยชนะไปด้วยกัน ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดการสร้างตลาดและการรับรู้แบรนด์ในประเทศไทย

 

4.ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมยังถือเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้เล่นไม่มากนัก เมื่อเทียบกับตลาดแมสที่มีการแข่งขันสูง ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เริ่มให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์แบรนด์ ประสบการณ์ และไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนมากกว่าการเลือกซื้อจากราคาเพียงอย่างเดียว ซึ่งเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่มีจุดยืนชัดเจนสามารถเข้ามาสร้างพื้นที่ของตนเองในตลาดได้

 

สำหรับการทำตลาด Monster Energy ในประเทศไทย ประกอบด้วยกลยุทธ์การตลาด 3 ประการ ได้แก่

1.เริ่มต้นทำความรู้จักตลาดผ่านเครื่องดื่ม 2 รสชาติ ได้แก่ Green (Original) และ Monster Energy Ultra ในรูปแบบกระป๋อง ขนาด 330 มิลลิลิตร

 

2.เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ อายุ 18–35 ปี ที่เป็นนักศึกษา คนทำงาน เกมเมอร์ และแฟนมอเตอร์สปอร์ต ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ เต็มไปด้วยพลัง กล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืน ผ่านการสื่อสารการตลาดด้วยแคมเปญและกิจกรรมที่สอดคล้องกับตลาดโลก บนภาพลักษณ์เครื่องดื่มชูกำลังที่จะมอบประสบการณ์ความเร้าใจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสนุกซ่าที่ไม่ซ้ำใคร เพื่อนำตัวตนของแบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคให้กลายเป็นฐานแฟนในระยะยาว ให้คนไทยได้สัมผัส

 

3.นำศักยภาพด้านโลจิสติกส์และเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ กระจายสินค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อชั้นนำ ร้านค้าชุมชน รวมทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่

อย่างไรก็ดี การนำ Monster Energy เข้าสู่ไทยของไทยน้ำทิพย์ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายการสินค้าในพอร์ต แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของตลาดพรีเมียมที่เติบโต และไทยน้ำทิพย์จะผลักดันให้ Monster Energy เข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดในเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมได้มากแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไป

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *