iPhone

วันที่ 9 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐ Apple เปิดตัว iPhone 18 และ iPhone Duo อย่างเป็นทางการ โดยในประเทศไทยจะเปิดให้พรีออเดอร์ในวันที่ 12 กันยายน และเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2026 เป็นต้นไป

 

และ ทุกครั้งที่ iPhone รุ่นใหม่เปิดตัว ได้สร้างกระแสการรอคอย และการพูดถึงในวงกว้างว่า iPhone ใหม่ จะเพิ่มฟีเจอร์อะไร มีดีไซน์น่าสนใจแค่ไหน

 

แต่ในมุมธุรกิจของ Apple Inc. การเปิดตัวของ iPhone ถือเป็นหนึ่งรายได้ที่สำคัญ จากในอดีตที่เคยสร้างสัดส่วนรายได้มากกว่า 66% ในปี 2015

 

เมื่อวัดจากรายได้จากการจำหน่าย iPhone ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า iPhone สามารถสร้างสัดส่วนรายได้ดังนี้

2015 รายได้ 155,041 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 66%

2016 รายได้ 136,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 63%

2017 รายได้ 139,337 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 61%

2018 รายได้ 142,381 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 62%

2019 รายได้ 142,381 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 55%

2020 รายได้ 137,781 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 50%

2021 รายได้ 191,973 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 52%

2022 รายได้ 205,489 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 52%

2023 รายได้ 200,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 52%

2024 รายได้ 201,183 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 51%

2025 รายได้ 209,586 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนรายได้ 50%

แม้ iPhone ยังคงเป็นขาธุรกิจที่มั่นคงของ Apple Inc แต่เป็นขาธุรกิจที่มีสัดส่วนลดลง จากการที่ Apple Inc พยายามผลักดันรายได้ใหม่ๆ ให้เติบโตเป็นขาธุรกิจที่แข็งแรงเพื่อไม่ต้องพึ่งพารายได้จาก iPhone เป็นหลัก

 

โดยเฉพาะธุรกิจ Services ที่กลายเป็นอีกขาธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2025 สร้างรายได้ 109,158 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน หรือคิดเป็นประมาณ 26% ของรายได้รวม Apple และเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สูงเป็นอันดับ 2 รองจาก iPhone ส่วนปี 2015 ธุรกิจ Services มีรายได้เพียง 19,909 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9% ของรายได้รวมเท่านั้น

 

ธุรกิจ Services เป็นกลุ่มที่เติบโตจากการใช้งานอุปกรณ์ Apple ที่มากขึ้น โดย Tim Cook เคยให้ข้อมูลในปี 2019 ว่า รายได้ Services ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับจำนวนของอุปกรณ์ Apple ที่กลุ่มลูกค้าที่ใช้งานอยู่  เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้จากบริการต่างๆ ที่เชื่อมต่อ Apple Ecosystem ในรูปแบบต่างๆ เช่น App Store, Cloud Services, Advertising, AppleCare รวมถึงบริการด้านคอนเทนต์และการชำระเงิน

 

และ Services ยังเป็นธุรกิจที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง โดย 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 Services มีรายได้ 91,728 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 76.3% เทียบกับกลุ่ม Products ที่ 39.9%

 

นอกเหนือจาก Services แล้ว Apple ยังมีขาธุรกิจอื่นที่เข้ามาช่วยกระจายโครงสร้างรายได้ออกจาก iPhone เช่น ในปี 2025คอมพิวเตอร์Mac สร้างรายได้ 33,708 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, iPad 28,023 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่ม Wearables, Home and Accessories ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์อย่าง Apple Watch และ AirPods สร้างรายได้ 35,686 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

แม้ Apple จะมีรายได้จาก Services, Mac, iPad และอุปกรณ์อื่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า iPhone สร้างรายได้น้อยลง

 

เพราะรายได้จาก iPhone เพิ่มจาก 155,041 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 เป็น 209,586 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 สร้างรายได้แล้ว 196,515 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน

 

จึงมีโอกาสที่ปี 2026 จะเป็นอีกปีที่ iPhone สร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งมาจากการเปิด iPhone Duo ฝาพับรุ่นแรก, iPhone 18 รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับการปรับราคาให้สูงขึ้น

 

ทำให้เห็นว่า iPhone ยังคงเป็นเครื่องจักรทำเงินหลักของ Apple เพียงแต่วันนี้ Apple มีเครื่องจักรทำเงินอื่น โดยเฉพาะ Services เข้ามาช่วยสร้างรายได้มากขึ้น ทำให้บริษัทไม่ต้องพึ่งพา iPhone เพียงธุรกิจเดียวเหมือนในอดีต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *