แม้ค้าปลีกไทยผ่านความผันผวนหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ภาพของการจับจ่ายช่วงตรุษจีนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 51,787 ล้านบาท เติบโต 4.5% จาก 49,558 ล้านบาท ในปี 2567
ส่วนปี 2569 คาดการณ์เติบโตอย่างต่อเนื่อง 5–10%
ภายใต้การเติบโตของการจับจ่ายในช่วงเวลาตรุษจีน ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญในการสร้างยอดขายให้กับท็อปส์ในไตรมาสแรกของปี อย่างเช่นในช่วงวันจ่ายในปีที่ผ่านมามียอดขายโตถึง 188% และมี Basket Size เพิ่มขึ้นถึง 64% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ
โดย จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้วางเป้าหมายว่า ในช่วงเวลาตรุษจีนปี 2569 เป็นหนึ่งในฮีโร่อีเวนท์ที่ท็อปส์สามารถสร้างยอดขายเติบโตสูงถึง 20% เทียบกับช่วงตรุษจีน 2568
การวางเป้าหมายการเติบโตนี้ จักรกฤษณ์ได้วางกลยุทธ์การตลาด A.C.E. เพื่อเข้าไป “อยู่ในใจลูกค้า” มากกว่าการแข่งด้านราคา
สำหรับกลยุทธ์ A.C.E ประกอบด้วย
A – Assortment
การคัดสรรสินค้ามงคลถูกออกแบบให้ “ครบ ถูกต้อง มีคุณภาพ และเลือกง่าย” พร้อมจับมือกับ หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา ในการให้คำแนะนำแนวทางการไหว้ที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ Pain Points ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ความกลัวทำผิดธรรมเนียม (The Fear of Getting it Wrong) โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องของไหว้ที่ถูกต้อง ความยุ่งยากในการหาของ (The Frustration of the Hunt) ที่ต้องซื้อหลายแห่ง ความกดดันด้านงบประมาณ (Anxiety of a Budget) จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านเวลา (The Pressure of Time) จากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ
ในมิติของการสื่อสาร มีการจัดทำป้ายแนะนำสินค้ามงคล ณ จุดขาย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจความหมายเชิงมงคลได้ทันที ผ่านการแบ่งพลังเสริมออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่
Luck พลังแห่งโชคลาภและโอกาสใหม่ เปิดรับสิ่งดีตลอดปี เช่น ส้ม เป็ด พลับ และปุ้ยฝ้าย
Health พลังสุขภาพที่ดี สื่อถึงความสมดุลและความแข็งแรง เช่น ทับทิม แอปเปิ้ลแดง ปลา และซิ่วท้อ
Wealth พลังความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ เช่น องุ่นแดง สับปะรด หัวหมู และชุดไหว้กระดาษ
Love พลังแห่งความรักและความสัมพันธ์ที่ดี เช่น เชอร์รีแดง สตรอว์เบอร์รี ซาลาเปา และผัดหมี่สีชมพู
นอกจากนี้ ยังมีการจัดชุดของไหว้เป็นเซ็ตขนาดพอดีกับความต้องการ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่มผลไม้พรีเมียม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการไหว้ในมุมมองของผู้บริโภค
รวมถึงการเปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ผู้บริโภควางแผนการจับจ่ายได้ล่วงหน้า ขณะเดียวกันท็อปส์สามารถนำข้อมูลคำสั่งซื้อมาใช้คาดการณ์ความต้องการสินค้าได้อย่างแม่นยำ เพื่อบริหารสต๊อกให้สอดคล้องกับดีมานด์จริง
ควบคู่กับการจัดสินค้าพรีเมียมและสินค้าพิเศษ เช่น ไข่ปลาคาเวียร์นำเข้าจากอิตาลีในราคาที่เข้าถึงได้ ผลไม้มงคลอย่างเมลอนสลักคำมงคล และแอปเปิ้ลแพ็กพิเศษลายมงคล ซึ่งช่วยยกระดับภาพรวมสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้งความเชื่อ ประเพณี และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ครบถ้วนในครั้งเดียว
C – Connect & Customer Empowerment
ใช้ AI เชื่อมต่ออินไซต์จาก The 1 Ecosystem วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบรายบุคคล (Hyper-Personalization) ใช้ในการสื่อสารและการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างยอดขายที่แตกต่างกันไป
ประกอบด้วย
ลูกค้าปัจจุบัน (Existing Shoppers)
กระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ ซื้อเพิ่มเติมในกลุ่มสินค้าอื่นๆ หรืออัปเกรดสินค้า เช่น ซื้อส้มธรรมดาเป็นส้มเกรดพรีเมียม เพื่อขยาย Basket Size ในการซื้อให้ใหญ่ขึ้น
ลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ (Seasonal Patterns)
ขยายฐานไปยังลูกค้าท็อปส์ที่ไม่เคยซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนมาก่อน ให้ตัดสินใจหันมาซื้อสินค้าไหว้ตรุษจีนที่ท็อปส์ โดยอาศัย AI วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าที่มีศักยภาพ หรือมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในช่วงตรุษจีน เช่น การเลือกซื้ออุปกรณ์และสินค้าทำความสะอาดบ้านก่อนเทศกาล เพื่อนำมาต่อยอดนำเสนอโปรโมชันตรุษจีน ดึงดูดการตัดสินใจของลูกค้าแต่ละราย
ลูกค้าที่หายไป (Lapsed)
ดึงลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าไหว้ตรุษจีนจากท็อปส์ แต่หยุดการซื้อไป ให้กลับมาจับจ่ายอีกครั้งผ่านข้อเสนอพิเศษแบบเฉพาะบุคคล
นอกจากนี้ ท็อปส์ยังดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่มผ่านส่วนที่คุ้มค่า ด้วยแคมเปญ Customer Empowerment Ang-Pao อั่งเปาที่เลือกความคุ้มค่าได้เอง ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด การแลกคะแนน หรือเครดิตเงินคืน ตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วย
E – Experience
สร้างบรรยากาศการช้อปด้วยการปรับพื้นที่ภายในท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตให้อยู่ในธีมไชนาทาวน์ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ร่วมในช่วงเทศกาล ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมผ่านคอนเทนต์จาก หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา ในรูปแบบ How-to Guide ที่ให้คำแนะนำตั้งแต่การจัดโต๊ะไหว้ไปจนถึงการเตรียมตัวรับโชคอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมจีน ช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคและเสริมความมั่นใจในการเฉลิมฉลองตรุษจีน ขณะเดียวกันยังเชื่อมต่อประสบการณ์แบบ Offline-to-Online (O2O) เปิดให้ลูกค้าสามารถสั่งจองสินค้าล่วงหน้าและเลือกจัดส่งถึงบ้านได้อย่างสะดวก
อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ A.C.E. ในช่วงตรุษจีนของท็อปส์ในปีนี้ เป็นกลยุทธ์ที่มาจากอินไซต์ของผู้บริโภคในด้านต่างๆ ที่มีกับการไหว้ตรุษจีน
ซึ่งท็อปส์ได้จัดทำผลสำรวจอินไซต์แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ของลูกค้า ผ่านช่องทาง LINE TOPS Thailand และ Personal Shopper พบว่า
1.กลุ่ม Gen X & Gen Y ผู้คุมบังเหียนความเชื่อและการใช้จ่าย โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าตามประเพณีอย่างเคร่งครัด (44%) ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านก่อนวันไหว้ การสวมเสื้อผ้าใหม่ ไปจนถึงการหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่เป็นมงคล
2.ผลไม้มงคลเป็น Must-Have Item ในการไหว้ตรุษจีน ผู้บริโภคถึง 84% มองผลไม้มงคลเป็นสินค้าที่ต้องมีในช่วงตรุษจีน และกว่า 55% พร้อมตัดสินใจซื้อแม้ไม่มีโปรโมชั่น โดยเน้นที่คุณภาพและความสดใหม่เป็นหลัก
3.Smart Planner วางแผนล่วงหน้า รับมือค่าครองชีพ โดยผู้บริโภคกว่า 57% กังวลเรื่องราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น และ 36% กังวลภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen X ส่งผลให้ผู้บริโภค 40% วางแผนการซื้อและกำหนดงบประมาณล่วงหน้าอย่างละเอียด ขณะที่ 36% มีแนวโน้มใช้จ่ายน้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการควบคุมงบการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนไม่ให้เกิน 2,500 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 53% โดยยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่ม 52% รองลงมาคือการให้อั่งเปา 29%
4.ลด Food Waste โดย 63% ของผู้บริโภคตั้งใจจัดการปริมาณของไหว้ให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทรนด์ Sustainability ที่เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเมือง
5.Modern vs Traditional การช้อปปิ้งได้ปรับเปลี่ยนไป ผู้บริโภคมองหาความสะดวกและความครบจบในที่เดียว ส่งผลให้โมเดิร์นเทรดกลายเป็นช่องทางหลักในการจับจ่าย 67% เนื่องจากสามารถผสานความถูกต้องตามประเพณีเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้