เกิดสีสันในวงการร้านอาหารอีกครั้ง เมื่อ CRG หรือบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ได้เข้าถึอหุ้น 40% ในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ Lucky Suki และ Lucky BBQ ด้วยวงเงิน 940 ล้านบาท
Talk About Market มองว่าเหตุผลที่ CRG ตัดสินใจทุ่มเงินเข้าถือหุ้นในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด มาจากความน่าสนใจของธุรกิจในหลายมิติ ดังนี้
1.ทางลัดช่วยเติมช่องว่างในพอร์ตอาหารของ CRG
แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา CRG จะเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเชนร้านอาหารของไทย ด้วยพอร์ตที่เต็มไปด้วยแบรนด์หลากหลาย ทั้ง KFC, Mister Donut, Pepper Lunch, Ootoya และอีกหลายแบรนด์ แต่ในพอร์ตของ CRG ยังไม่มี “หมวดสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์ที่เจาะกลุ่มแมส” ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่กำลังเติบโตและมีฐานผู้บริโภคจำนวนมาก
การเข้าถือหุ้นในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ Lucky Suki และ Lucky BBQ จึงเป็นการเติมเต็มช่องว่างสำคัญในเชิงกลยุทธ์ ทำให้ CRG สามารถขยายการเติบโตเข้าสู่หมวดอาหารอย่างสุกี้บุฟเฟต์ที่กลายเป็นหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในการทานอาหารของผู้บริโภครุ่นใหม่ในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ
นอกจากนี้ การลงทุนใน มิราเคิล แพลนเนท ยังเป็นหนึ่งใน “กลยุทธ์ทางลัด” ที่ช่วยให้ CRG สามารถขยายพอร์ตอาหารได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่จากศูนย์ ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานตั้งแต่การพัฒนาสูตรอาหาร สร้างตัวตนของแบรนด์ ทำการตลาด และค่อย ๆ สร้างการรับรู้ให้เข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งอาจจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
การเลือกซื้อธุรกิจที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว เช่น Lucky Suki และ Lucky BBQ จึงเปรียบเสมือนการ “ซื้อทางลัด” เพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดบุฟเฟต์ระดับแมสได้ทันที พร้อมต่อยอดการเติบโตจากแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วได้เป็นอย่างดีทางหนึ่ง
2.Lucky Suki เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่ปี 2565 ที่บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เปิด Lucky Suki สาขาแรกที่ People Park ได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ทั้งสาขาและรายได้
จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด มีผลประกอบการดังนี้
ปี 2565 รายได้รวม 79.74 ล้านบาท กำไร 2.67 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้รวม 409.19 ล้านบาท กำไร 46.31 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้รวม 1,015.46 ล้านบาท กำไร 108.43 ล้านบาท
ส่วนปี 2568 ผู้บริหารมิราเคิล แพลนเนท มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้มากถึง 2,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ในปัจจุบัน Lucky Suki ยังมีจำนวนสาขามากถึง 27 สาขา และ Lucky BBQ จำนวน 11 สาขา พร้อมแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่างจังหวัดเพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
3.จุดเด่นด้านความคุ้มค่า มากกว่าสงครามราคา
Lucky Suki และ Lucky BBQ เลือกวางตัวเองเป็น “บุฟเฟต์ราคาจับต้องได้” ที่ให้ความคุ้มค่าเหนือราคา ไม่จำเป็นต้องลงแข่งในสงครามลดราคาแบบที่ผู้เล่นหลายรายกำลังเผชิญอยู่
ซึ่งการเลือกสื่อสารถึงกลุ่มผู้บริโภคถึงความคุ้มค่ามากกว่าราคาถูกที่สุด หรือรู้สึกว่าจ่ายเท่าเดิมแต่ได้ประสบการณ์ที่ดีกว่า ถือเป็นจุดขายหลักในการแข่งขันกับคู่แข่ง และทำให้สามารถดึงดูดลูกค้ากลับมาทานซ้ำได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ดีสำหรับการถือหุ้นของ CRG ในครั้งนี้ถือเป็นดีลที่สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับ บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เช่นกัน เพราะ CRG มีทั้งศักยภาพที่แข็งแกร่งในเรื่องการหาทำเลของสาขา และระบบจัดซื้อ ซัพพลายเชน โลจิสติกส์ ระบบหลังบ้าน และอื่นๆ ที่จะช่วยลดต้นทุน เสริมแกร่งให้กับ Lucky Suki และ Luck BBQ ได้อย่างแน่นอน