หลังจากบริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน ลงทุนซื้ออาคารและที่ดินเดิมติดกับเซ็นเตอร์วันในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลค่า 380 ล้านบาท พร้อมใช้งบปรับปรุงกว่า 100 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็น ONN ANU (ออน อนุ) โครงการรีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ จากการมองเห็นโอกาสในการตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการของผู้คนในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยโครงการ ONN ANU เป็นโครงการรีเทลไลฟ์สไตล์ 3 ชั้น ไม่รวมดาดฟ้า บนพื้นที่ใช้สอย 3,133 ตร.ม. เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ONN TO RECHARGE. ON TO YOUR JOURNEY.” หรือ “จุดแวะเติมพลัง ก่อนออกเดินทางต่อ” เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถแวะเข้ามาเติมเต็มความต้องการระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหารและเครื่องดื่มอย่างรวดเร็วก่อนเดินทางต่อ การนั่งรับประทานอาหาร การพักผ่อน หรือการพบปะสังสรรค์หลังเลิกงาน
การเปิด ONN ANU ในครั้งนี้ ผู้บริหารพีเพิล พลาซ่า ให้เหตุผลว่ามาจากการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน ทั้งพฤติกรรมของผู้คน รูปแบบการเดินทาง การใช้ชีวิต และความต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่างไปจากอดีต ซึ่งมีทั้งโอกาสและความท้าทาย
จากเดิมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นศูนย์กลางการเดินทางและแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของผู้คนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ปัจจุบันย่านนี้มีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะ
1.ศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ Hospital Hub จากการมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่งที่ขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เช่น โรงพยาบาลราชวิถีที่เปิดอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉินแห่งใหม่ และโรงพยาบาลรามาธิบดีที่มีโครงการพัฒนาอาคารโรงพยาบาลแห่งใหม่
2.การพัฒนา Skywalk เชื่อมต่อพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังแยกตึกชัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างระบบขนส่งสาธารณะและสถานพยาบาลในพื้นที่
3.การขยายตัวของคอนโดมิเนียม โรงแรม และที่พักอาศัยในย่านรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ย่านนี้มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตหลากหลายมากขึ้น ทั้งคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ นักท่องเที่ยว และผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมการใช้ชีวิต กำลังซื้อ และความต้องการใช้บริการร้านค้าแตกต่างกัน
แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็มาพร้อมกับความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเฉพาะพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไปจากการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้า ทำให้ผู้คนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น รวมถึงการย้ายจุดจอดรถตู้โดยสารระหว่างจังหวัดออกจากพื้นที่ตั้งแต่ปี 2559 โดยเหลือรถตู้เส้นทางกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ยังให้บริการอยู่ ส่งผลให้บทบาทของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในฐานะจุดเปลี่ยนรถแตกต่างไปจากอดีต
ทำให้ความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกในย่านนี้ไม่ได้อยู่ที่การดึงดูดคนให้เดินทางเข้ามาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างเหตุผลให้ผู้คนที่เดินทางผ่านและใช้ชีวิตในพื้นที่แวะเข้ามาใช้บริการ รวมถึงกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
เห็นได้จากการปรับตัวของผู้ประกอบการศูนย์การค้าและร้านค้าต่าง ๆ ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่พยายามสร้างจุดขายใหม่ ๆ เพื่อเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้คนในย่านนี้มากขึ้น เพื่อรองรับทราฟิกรอบอนุสาวรีย์ชัยมีประมาณ 200,000 คนต่อวัน
และการเปิดตัว ONN ANU เป็นหนึ่งในนั้น
แม้ ONN ANU จะตั้งอยู่ติดกับเซ็นเตอร์วัน แต่พีเพิล พลาซ่า ได้วางตำแหน่งให้ทั้งสองโครงการมีความแตกต่างกัน โดยเซ็นเตอร์วันเป็นศูนย์การค้าที่เน้นความหลากหลายของร้านค้า สินค้า และบริการ เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการเข้ามาช้อปปิ้งและใช้บริการในรูปแบบต่าง ๆ
ส่วน ONN ANU จะเน้นความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงง่าย เพื่อรองรับทั้งผู้คนที่มีเวลาจำกัดและต้องการแวะซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่ภายในโครงการมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ ได้แก่
1.ใช้ Grab & Go ดึงดูดลูกค้าที่มีเวลาจำกัด
จากการมองเห็นไลฟ์สไตล์คนย่านอนุสาวรีย์ชัยบางกลุ่มที่มีความเร่งรีบในแต่ละวัน ทำให้ ONN ANU ได้สร้างจุดเด่นที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายด้วยการให้ความสำคัญกับร้านอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบ Grab & Go เช่น ชาตรามือ ปังสยาม HAAB ขนมไข่สงขลา ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน และร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เน้นสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการให้สามารถซื้ออาหารและเครื่องดื่มได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับผู้คนที่ต้องการแวะซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มระหว่างเดินทาง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาภายในศูนย์การค้านาน
2.ขยายเวลาเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าถึงดึก เพื่อเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม
ONN ANU เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00–02.00 น. เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่มีความแตกต่างกัน ทั้งคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่เดินทางในช่วงเวลาต่าง ๆ และยังเป็นการสร้างทราฟิกให้มากขึ้นจากช่วงเวลาที่เปิดอย่างยาวนานอีกด้วย
โดยการเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้คนที่เดินทางมาเรียนหรือทำงานตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อให้สามารถแวะซื้ออาหารและเครื่องดื่มได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ควบคู่ไปกับร้านค้าเดิมในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่เปิดให้บริการตั้งแต่เช้า
ส่วนการเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น. เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มคนทำงานที่เลิกงานดึกหรือมีเวลาการทำงานไม่แน่นอน รวมถึงสร้างโอกาสให้ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีร้านอาหารและพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตในช่วงกลางคืนมากขึ้น จากเดิมที่ร้านค้าจำนวนมากปิดให้บริการประมาณ 20.00–21.00 น.
และการเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าจนดึกยังเป็นต้นแบบที่ พีเพิล พลาซ่า จะพัฒนา เซ็นเตอร์วัน หลังรีโนเวทใหม่ในอนาคตจะเปิดบริการในช่วงเวลาที่ยาวนานเหมือนกับ ONN ANU ด้วยเช่นกัน
3.สร้างพื้นที่ให้ผู้คนใช้เวลา ผ่าน Co-Working Space และ Rooftop
นอกจากการเน้นความสะดวกและรวดเร็วแล้ว ONN ANU ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ Co-Working Space และ Rooftop Viewpoint ในเฟสถัดไป เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้เวลาอยู่ภายในโครงการมากขึ้น
โดย Co-Working Space จะเปิดให้ลูกค้าที่ซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าภายในโครงการ สามารถเข้ามานั่งพัก อ่านหนังสือ ทำงาน หรือพบปะพูดคุยกันได้
ส่วน Rooftop Viewpoint จะถูกพัฒนาเป็นจุดชมวิวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในมุมสูง พร้อมพื้นที่สำหรับพักผ่อนและพบปะสังสรรค์ ซึ่งผู้บริหาร ONN ANU มองว่าย่านนี้ยังมีพื้นที่พบปะสังสรรค์ในรูปแบบ Rooftop Viewpoint ไม่มากนัก
4.เจาะกลุ่ม Hospital Hub และสร้างโอกาสจาก Delivery
อีกหนึ่งกลยุทธ์ของ ONN ANU คือการมองโอกาสจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษาแพทย์ จากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการอาหารและเครื่องดื่มตลอดวัน
เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลาทำงาน ไม่สามารถออกมาซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มได้สะดวก และมีพฤติกรรมใช้บริการ Food Delivery จำนวนมาก ทำให้ ONN ANU มีแนวคิดที่จะพัฒนาโครงการให้เป็น Delivery Hub สำหรับรองรับคำสั่งซื้อจากโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าให้กับร้านค้าภายในโครงการ
ซึ่งกลยุทธ์นี้ Talk About Market มองว่าเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจจากการพึ่งพาลูกค้าที่เดินเข้ามาใช้บริการภายใน ONN ANU ไปสู่การเข้าถึงผู้บริโภคที่อยู่โดยรอบผ่านช่องทางเดลิเวอรี ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายให้กับร้านค้าได้มากขึ้น และตามมาด้วยการเช่าพื้นที่ใน ONN ANU อย่างต่อเนื่องจากรายได้ที่เข้ามาหลากหลายช่องทางอีกด้วย
อย่างไรก็ดี แม้ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะมีผู้คนสัญจรจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้า สิ่งที่ ONN ANU ต้องพิสูจน์คือ จะสามารถเปลี่ยนทราฟิกเหล่านี้ให้กลายเป็นยอดขายของร้านค้า และสร้างการกลับมาใช้บริการซ้ำได้มากน้อยแค่ไหน
และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะกลายเป็นย่านที่มีชีวิตในบริบทใหม่ๆ อย่างไร คงต้องดูกันต่อไป