ภูวนาท เช้าวรรณโณ ผู้ก่อตั้ง The Marketine และ AI & Marketing Expert ตั้งคำถามหลังทดลองใช้งาน AiPASS หรือ TH-AI Passport ชี้แม้เปิดให้คนไทยเข้าถึง AI หลายประเภทได้ฟรี แต่โจทย์สำคัญอาจไม่ใช่การมีเครื่องมือจำนวนมาก แต่อยู่ที่การทำให้ผู้ใช้รู้ว่า AI จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและทำงานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
กระแสการนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ AiPASS หรือ TH-AI Passport เปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI หลายประเภทได้ฟรี ทั้ง AI สำหรับสนทนา ค้นข้อมูล สร้างภาพ สร้างวิดีโอ รวมถึงมีบทเรียนเกี่ยวกับ AI ภายในระบบ
อย่างไรก็ตาม หลังทดลองใช้งานทั้งส่วนการเรียนรู้และการใช้งานจริง นายภูวนาทตั้งคำถามว่า “ถ้าคนไม่เคยใช้ AI มาก่อน เขาจะรู้ไหมว่าควรเริ่มจากตรงไหน?”
ภูวนาทมองว่า แม้ระบบจะมีคำอธิบายว่า AI แต่ละตัวสามารถทำอะไรได้ เช่น สร้างภาพ สร้างวิดีโอ ช่วยคิด หรือค้นข้อมูล แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้ AI มาก่อน การรู้ว่าเครื่องมือแต่ละตัวทำอะไรได้ อาจยังไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้ยังต้องตอบให้ได้ว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับงานของฉัน?”
เพราะประเด็นดังกล่าวสะท้อนความแตกต่างระหว่าง “รู้ว่าเครื่องมือทำอะไรได้” กับ “รู้ว่าจะนำเครื่องมือไปใช้กับงานอะไร”
โดยเฉพาะเมื่อมี AI ให้เลือกจำนวนมาก ผู้ใช้ใหม่อาจต้องเรียนรู้เพิ่มเติมว่าแต่ละเครื่องมือแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้เครื่องมือใดกับงานประเภทไหน ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่ได้คิดจากชื่อ Model หรือเทคโนโลยี แต่คิดจากงานที่ต้องการทำให้สำเร็จ
จากการทดลองสร้างวิดีโอ นายภูวนาทระบุว่า สามารถเลือก AI สำหรับสร้างวิดีโอและสร้างผลงานได้ แต่เมื่อจำเป็นต้องทำงานต่อ เช่น เปลี่ยนเสียง อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ AI อีกตัวภายในระบบ ซึ่งการมี AI หลายตัวอยู่ใน Conversation เดียวกัน ไม่ได้หมายความว่า AI ตัวหนึ่งจะสามารถแก้ไขหรือต่อยอดผลงานที่อีกตัวสร้างไว้ได้เสมอไป
สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับ AI อาจสามารถเข้าใจข้อจำกัดและหาวิธีแก้ไขต่อได้ แต่สำหรับผู้เริ่มต้น อาจไม่ได้คิดว่า “ต้องเปลี่ยน Model” แต่คิดเพียงว่า “เมื่อกี้สร้างวิดีโอได้ แล้วตอนนี้ฉันอยากเปลี่ยนเสียง”
ภูวนาทจึงมองว่า ผู้ใช้ทั่วไปมักคิดจาก “งานที่อยากทำ” มากกว่า “เครื่องมือที่ต้องใช้” ขณะเดียวกัน การเปิดให้ใช้งาน AI ฟรีอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คนเข้ามาทดลอง แต่สิ่งที่จะทำให้ผู้ใช้กลับมาใช้งานต่ออาจอยู่ที่ประสบการณ์จากการใช้งานครั้งแรก
หากเส้นทางของผู้ใช้เป็นเพียง “สมัคร → เข้ามา → เจอ AI จำนวนมาก → ทดลองใช้ → ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ → ออกจากระบบ” การใช้งานฟรีอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายภูวนาทระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าประเด็นดังกล่าวเป็นสาเหตุของช่องว่างระหว่างจำนวนผู้สมัครกับ Active Users เนื่องจากจำเป็นต้องมีข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้จริงมาวิเคราะห์ แต่เป็นคำถามที่น่าศึกษาว่า “คนหายไปตรงไหน หลังจากสมัครแล้ว?”
เสนอเปลี่ยนจาก “เลือก AI” เป็น “เลือกปัญหา”
อีกหนึ่งแนวทางที่ภูวนาทเสนอ คือการเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ใช้จาก “เลือก AI” เป็น “เลือกปัญหา” แทนที่จะเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “คุณอยากใช้ AI ตัวไหน?” อาจเปลี่ยนเป็น “วันนี้คุณอยากให้ AI ช่วยอะไร?” หากเป็นคนทำงานด้าน Marketing อาจเลือกโจทย์ เช่น คิด Content วิเคราะห์คู่แข่ง สร้างภาพ สร้างวิดีโอ หรือวางแผน Campaign หากเป็นฝ่ายบัญชี อาจเลือกงานอ่าน Invoice ตรวจเอกสาร สรุปรายจ่าย หรือจัดทำรายงาน ส่วนเกษตรกรอาจใช้ AI เพื่อถ่ายรูปและวิเคราะห์ปัญหาพืช ค้นหาข้อมูล คำนวณต้นทุน หรือช่วยคิดช่องทางการขาย ซึ่ง แนวทางดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเบื้องหลังใช้ AI ตัวใด เพราะสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ คือ “ให้งานของตัวเองสำเร็จ”
ภูวนาทยังมองว่า การเรียนรู้ AI สำหรับผู้เริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการอธิบายว่า AI คืออะไร หรือ AI แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร แต่อาจเริ่มจากโจทย์ใกล้ตัว เช่น ให้แม่ค้าลองใช้ AI เขียนโพสต์ขายของ ให้พนักงานนำเอกสารมาลองสรุป ให้เจ้าของธุรกิจลองใช้ AI คิดโปรโมชั่น หรือให้เกษตรกรถ่ายรูปพืชแล้วถาม AI
เมื่อผู้ใช้เห็นผลลัพธ์จากการใช้งานครั้งแรก จะช่วยให้เกิดความเข้าใจว่า AI สามารถช่วยงานของตัวเองได้อย่างไร ก่อนต่อยอดไปสู่การเรียนรู้เรื่อง Prompt ข้อจำกัดของ AI และการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม
เป้าหมายไม่ใช่แค่ “มี AI ให้ใช้” แต่ต้อง “ใช้ AI ได้จริง”
สำหรับคำถามว่า AiPASS เหมาะกับใคร นายภูวนาทมองว่า AiPASS มีความเหมาะสมกับคนที่เคยใช้ AI มาบ้างแล้ว และรู้ว่าตัวเองต้องการนำ AI ไปทำอะไร เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากการมี AI หลายประเภทให้ทดลองโดยไม่ต้องสมัครหลายแพลตฟอร์ม
ส่วนคนที่ไม่เคยใช้ AI มาก่อน ไม่ได้หมายความว่า AiPASS ไม่เหมาะสม แต่คนกลุ่มนี้อาจต้องการการพาเริ่มต้นเพิ่มเติม เพื่อเชื่อมโยงเครื่องมือ AI เข้ากับปัญหาและงานจริงในชีวิตประจำวัน
ท้ายที่สุด ภูวนาทมองว่า เป้าหมายของการส่งเสริมการใช้ AI อาจไม่ควรหยุดอยู่ที่การทำให้คนไทย “มี AI ให้ใช้” แต่ควรไปให้ถึงการทำให้คนไทย “ใช้ AI ได้จริง” เพราะโจทย์สำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า AiPASS มี AI ให้เลือกมากแค่ไหน แต่คือ หลังจากคนไทยเข้ามาใช้งานแล้ว พวกเขาสามารถนำ AI ไปช่วยแก้ปัญหาในชีวิตและการทำงานของตัวเองได้มากน้อยเพียงใด