refrigerator - 1

ตลาดตู้เย็นประเทศไทยในปี 2569 ยังคงเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังชะลอตัว โดยในปี 2569 คาดการณ์ ตลาดตู้เย็นมูลค่าประมาณ 16,200-16,4000 ล้านบาท จากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ประมาณ 80,000 ล้านบาท

 

โดยที่ผ่านมาตลาดตู้เย็นมีมีค่าการเติบโต จำนวนยอดขายดังนี้

ปี 2565 มูลค่า 17,829 ล้านบาท ยอดขาย 1.82 ล้านเครื่อง

ปี 2566 มูลค่า 15,273 ล้านบาท ยอดขาย 1.59 ล้านเครื่อง

ปี 2567 มูลค่า 14,950 ล้านบาท ยอดขาย 1.55 ล้านเครื่อง

ปี 2568 มูลค่า 16,000 ล้านบาท ยอดขาย 1.63 ล้านเครื่อง

คาดการณ์ปี 2569 มูลค่า 16,200–16,400 ล้านบาท ยอดขาย 1.60 ล้านเครื่อง

 

ทำให้เห็นว่าตลาดตู้เย็นมีการแข่งขันในสินค้าที่ไฮเอนด์มากขึ้น โดยในปีนี้ ตลาดตู้เย็นมีการแข่งขันมาจาก  

 

1.แข่งขันด้านราคาและความคุ้มค่า

ในตลาด Mass และ Mid-range มีการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะจากแบรนด์จีนที่เข้ามาทำตลาด ทำให้ผู้เล่นเดิมต้องเพิ่มทั้ง Feature โปรโมชั่น และความคุ้มค่า เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

 

2.ดันสินค้า Premium เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อเครื่อง

การลดลลงของจำนวนยอดขายตู้เย็นทำให้แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญกับตลาดตู้เย็นพรีเมียมมากขึ้น เช่นตู้เย็น Side-by-Side, Multi-door และรุ่นความจุสูง ซึ่งมีราคาขายต่อเครื่องสูงกว่า เพื่อสร้างการเติบโตด้านมูลค่าแทนการพึ่งจำนวนเครื่องเพียงอย่างเดียว

 

3.แข่งขันด้วย AI ประหยัดไฟ และการรักษาความสด

แบรนด์ต่างๆ มีการนำเสนอ Technology ของตู้เย็นเช่น  AI การเชื่อมต่อ Smart Home ระบบประหยัดพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิและความชื้น เพื่อยืดอายุความสดของอาหาร เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

 

4.แข่งขันด้านดีไซน์และวิธีทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของง่ายขึ้น ตู้เย็นถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ครัวและเฟอร์นิเจอร์ในบ้านมากขึ้น แบรนด์ต่างๆ จึงหันมาเน้นดีไซน์ที่กลมกลืนกับการตกแต่งและการ Built-in ควบคู่ไปกับการสร้างโมเดลทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงนวัตกรรมราคาสูงได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นผ่อน 0% ระยะยาว โปรแกรมนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่ (Trade-in) ไปจนถึงการเปิดบริการ Subscription เช่าใช้รายเดือน เพื่อลดภาระการจ่ายเงินก้อนของผู้บริโภค

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *