เกมการแข่งขันด้าน AI ของไทยกำลังเข้าสู่เฟสใหม่อีกครั้ง เมื่อเครือซีพี, อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี เพื่อนำ AI มาใช้ทรานส์ฟอร์มธุรกิจในเครือ ตั้งแต่ค้าปลีก โทรคมนาคม บริการทางการเงิน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน พร้อมวางเป้าหมายผลักดันประเทศไทยไปสู่ศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค
โดยเหตุผลที่ CP เลือกจับมือกับ Amazon ผ่านความร่วมมือกรอบ 5 ปี มาจาก
1.เปลี่ยนฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ CP ให้กลายเป็น Customer Ecosystem เดียวกัน
ภายใต้เครือซีพีมีธุรกิจที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคจำนวนมาก ตั้งแต่ 7-Eleven, Lotus’s, Makro, True ไปจนถึงบริการทางการเงินผ่านทรูมันนี่ และอื่นๆ ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในแต่ละธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาฐานลูกค้าขนาดใหญ่นี้ไม่สามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้หมด
หนึ่งในเป้าหมายของความร่วมมือนี้ เครือซีพี มีความต้องการเชื่อมโยงฐานลูกค้าเข้าด้วยกันเพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์การใช้งานเป็นหนึ่งเดียวผ่านแนวทาง Single ID ที่ให้ลูกค้าสามารถใช้ตัวตนเดียวเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของเครือซีพี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำ AI เข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์และบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น
ทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้ได้นำจุดแข็งของ Amazon ที่มีทั้ง Cloud, AI Technology รวมถึงประสบการณ์ด้าน Customer Experience และ E-commerce ในระดับโลก มาพัฒนาเป็นโครงสร้างกลางที่ช่วยเชื่อมข้อมูลและบริการต่างๆ ของเครือซีพีและบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
เพราะเมื่อฐานลูกค้าของแต่ละธุรกิจสามารถเชื่อมโยงกันได้มากขึ้นเครือซีพีมีโอกาสมองเห็น Customer Journey ของลูกค้าได้ครอบคลุมกว่าเดิม ตั้งแต่การซื้อสินค้า การใช้บริการโทรคมนาคม ไปจนถึงบริการทางการเงิน และนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ร่วมกับ AI เพื่อพัฒนาข้อเสนอและบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น เพื่อพัฒนาไปสู่ Customer Ecosystem เดียวกัน ที่สามารถเชื่อมประสบการณ์ของลูกค้าระหว่างธุรกิจในเครือได้เป็นอย่างดี

2.นำ AI เข้าไปเปลี่ยนค้าปลีกและ E-commerce
เครือซีพี มีเป้าหมายพลิกโฉมประสบการณ์การช้อปปิ้ง ผ่านการทรานส์ฟอร์มจุดให้บริการกว่า 19,000 แห่งของ 7-Eleven, Lotus’s และ Makro จากพื้นที่จับจ่ายสินค้า สู่ประสบการณ์ที่สามารถคาดการณ์ความต้องการ
ความร่วมมือในครั้งนี้ได้สร้างความพร้อมให้กับเครือซีพีผ่านการวางแผนพัฒนาเครือข่าย Retail Media อัจฉริยะ พร้อมระบบติดตามผลลัพธ์การขายแบบเรียลไทม์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี Computer Vision เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบมาตรฐานร้านค้าและการจัดการชั้นวางสินค้า ตลอดจนการพัฒนาระบบซัพพลายเชนบนคลาวด์ การใช้แมชชีนเลิร์นนิง เพื่อเพิ่มความพร้อมของสินค้าและบริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งเครือข่าย
3.ใช้ AI ปั้นบริการทางการเงินไปสู่ AI-Native Bank
ความร่วมมือกับ Amazon ยังตอบเป้าหมายในการผลักดันธุรกิจบริการทางการเงินผ่าน Ascend Money ไปสู่แนวคิด AI-Native Bank หรือการนำ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการสำคัญของธุรกิจการเงิน ตั้งแต่การวิเคราะห์และประเมินเครดิต หรือ Credit Scoring การอนุมัติและให้สินเชื่อ การยืนยันตัวตนผ่าน e-KYC การตรวจจับการทุจริตด้วย AI ไปจนถึงการบริหารความมั่งคั่งแบบเฉพาะบุคคล
เนื่องจาก AI มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้สามารถประเมินลูกค้าได้ละเอียดและเหมาะสมมากขึ้น เพื่อ ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินไปยังคนไทยและชุมชนที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจยังเข้าไม่ถึงบริการจากระบบการเงินแบบเดิม
4.ผลักดัน True สู่ AI-First Organization
ในธุรกิจโทรคมนาคม ความร่วมมือกับ Amazon ผ่าน AWS จะเข้ามาสนับสนุนเป้าหมายของ True ในการก้าวสู่ AI-First Organization ตั้งแต่การพัฒนาการบริหารระบบ Cloud ให้มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และมี Governance มากขึ้น ไปจนถึงการนำ AI มาใช้ยกระดับ Customer Service
นอกจากนี้ยังครอบคลุมการใช้ Predictive Maintenance และการแก้ไขปัญหาเครือข่ายแบบ Real-time เพื่อลดการทำงานด้วยคนและเพิ่มระบบอัตโนมัติ รวมถึงการศึกษาการนำ Amazon Leo ดาวเทียมวงโคจรต่ำมาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ชุมชนในประเทศไทยเข้าถึง Broadband ได้อย่างทั่วถึง
5.วางโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อผลักดันไทยสู่ Regional Tech Hub
เครือซีพีมีความต้องการผลักดันประเทศไทยไปสู่ Regional Tech Hub เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI เข้ามาในประเทศมากขึ้น ตั้งแต่ Data Center, Cloud ไปจนถึงพลังงานสะอาด
เพราะการลงทุนเหล่านี้ไม่ได้สร้างมูลค่าเฉพาะจากตัว Data Center เท่านั้น แต่ยังทำให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่อยู่ใน Ecosystem เดียวกันมีโอกาสเติบโตตามไปด้วย ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น Network งานวิศวกรรม ไปจนถึงความต้องการบุคลากรด้านเทคโนโลยี
ปัจจุบันประเทศไทยยังมีช่องว่างให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้ได้อีกมาก ยกตัวอย่างเช่นในปีที่ 2025 สหรัฐอเมริกามีกำลังการรองรับ Data Center ประมาณ 53.7 GW จีน 31.9 GW สิงคโปร์ 1.0 GW ส่วนประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 0.2 GW ที่สามารถเติบโตได้อีกมาก
ประกอบกับ Amazon มีแผนลงทุนในประเทศไทย ผ่าน AWS มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 163,900 ล้านบาท) ในระยะเวลา 15 ปี นับตั้งแต่ 2025-2040 และคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 327,800 ล้านบาท) พร้อมกับการสนับสนุนการจ้างงาน 11,000 ตำแหน่ง ต่อปี
6.ความสำคัญของ AI ไม่ใช่เแค่ทคโนโลยี แต่คือ “คน”
แม้จะมี Data Center, Cloud และ AI Model พร้อม แต่ถ้าไม่มีบุคลากรที่สามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้งานจริง AI ก็ไม่สามารถสร้างมูลค่าได้เต็มที่ ทำให้หนึ่งในเป้าหมายใหญ่ที่สุดของความร่วมมือ 5 ปีครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับทักษะด้าน Cloud และ AI ให้คนไทย 3 ล้านคน
ซึ่งการสร้างทักษะนี้ครอบคลุมตั้งแต่พนักงานในเครือซีพีไปจนถึงบุคลากรภายนอก ผ่านหลักสูตรการเรียนรู้ การฝึกอบรม Hands-on การรับรองทักษะที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง
พร้อมเปิดตัว AI FOR ALL การแข่งขัน AI Innovation Hackathon ระดับประเทศ ให้คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถนำ Generative AI มาพัฒนาต้นแบบเพื่อแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข เกษตรกรรม การศึกษา และโจทย์สำคัญของประเทศ

อย่างไรก็ดี การร่วมมือในครั้งนี้ทำให้เห็นว่า นอกเหนือจากการ Transform CP แล้ว ยังเป็นความพยายามในการสร้าง AI Value Chain เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจ AI
เพราะเมื่อ AI กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของ Productivity และความสามารถในการแข่งขัน ประเทศที่สามารถสร้าง Ecosystem ได้ครบตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร Startup ไปจนถึงการนำ AI ไปสร้างสินค้าและบริการ ย่อมมีโอกาสได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่า
โดยในปี 2025 GDP per capita หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว ของไทยอยู่ที่ประมาณ 8,057 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 264,100 บาท) ขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 98,814 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.24 ล้านบาท) ส่วนนอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยปรับจากอันดับ 30 ในปี 2025 มาอยู่ที่อันดับ 26 ในปี 2026

ซึ่งเครือซีพีมองว่า AI เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่ม Productivity สร้างอุตสาหกรรมและธุรกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น และต่อยอดไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่การจะได้รับประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่ ประเทศไทยไม่สามารถเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องมีส่วนอยู่ใน AI Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย
1.Regional Tech Hub ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับภูมิภาค ผ่าน Data Center, Cloud และ Clean Energy โดยตั้งเป้าหมาย AI Data Center ระดับ 5 GW
2.AI Startup Ecosystem สร้างระบบนิเวศและเงินทุนให้ Tech และ AI Startup สามารถเกิดและเติบโตจากประเทศไทย โดยตั้งเป้า 20,000 Tech Startups
3.Global Talent Destination ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้างฐาน Talent สำหรับอุตสาหกรรม AI
4.Reform Education ปรับระบบการศึกษาและพัฒนาทักษะให้คนไทยพร้อมกับ AI โดยมีเป้าหมาย AI Readiness 20 ล้านคน ส่วนโครงการพัฒนาทักษะ 3 ล้านคน เป็นเป้าหมายที่ CP ทำร่วมกับ AWS โดยตรง
5.AI Governance พัฒนากรอบกำกับดูแล AI ควบคู่กับแนวคิด AI Government, Digital ID และ Sovereign AI รวมถึง Responsible AI ความปลอดภัย และการดูแลข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ CP ประกาศอย่างเป็นทางการ