ในอดีต ที่นั่งแถวหน้าในแฟชั่นวีกมักเป็นพื้นที่ของดาราฮอลลีวูด นางแบบระดับโลก และศิลปิน K-Pop แต่ปัจจุบัน นักแสดงจากซีรีส์ Boys’ Love หรือ BL และ Girls’ Love หรือ GL ของไทย เริ่มมีบทบาทมากขึ้นทั้งในฐานะแขกร่วมงาน ผู้ร่วมแคมเปญ และแบรนด์แอมบาสเดอร์
ทำไมแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกจึงให้ความสำคัญกับนักแสดง BL (Boy’s Love) และ GL (Girl’s Love) ไทยมากขึ้น
คำตอบไม่ได้อยู่เพียงที่ความโด่งดัง จำนวนผู้ติดตาม หรือภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับความหลากหลาย แต่อยู่ที่ความสามารถของนักแสดงกลุ่มนี้ในการเปลี่ยนการปรากฏตัวหนึ่งครั้ง ให้กลายเป็นกระแสการพูดถึงขนาดใหญ่และต่อเนื่องบนโลกออนไลน์
ปรากฏการณ์นี้ Financial Times ได้วิเคราะห์ว่า ลักชัวรีแบรนด์กำลังให้ความสนใจกับนักแสดงจากซีรีส์ Queer Romance ในเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะนักแสดงไทยที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น กระจายอยู่ในหลายประเทศ และมีการมีส่วนร่วมสูงกว่าผู้ติดตามทั่วไป
เพราะสิ่งที่แบรนด์กำลังมองเห็นจึงไม่ใช่เพียง ความดังของนักแสดง แต่คือ Ecosystem ของแฟนด้อมที่สามารถเปลี่ยนความชื่นชอบให้กลายเป็นมูลค่าทางสื่อที่วัดผลได้ ซึ่งประกอบไปด้วย
1.แฟนคลับไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่เป็นเครือข่ายกระจายคอนเทนต์
จุดแข็งของแฟนด้อม BL/GL คือแฟนคลับไม่ได้หยุดอยู่ที่การรับชมซีรีส์หรือกดติดตามนักแสดง แต่ยังมีส่วนร่วมในการนำคอนเทนต์ไปขยายต่อ ทั้งการแชร์ ตัดคลิป ทำภาพ แปลบทสัมภาษณ์ อธิบายบริบท และกระจายข้อมูลไปยังชุมชนแฟนในภาษาอื่น ที่อยู่ในประเทศต่างๆ
ข้อมูลจาก Financial Times พบว่า ผู้ชมซีรีส์ BL/GL ไทยจำนวนมากมาจากฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ทำให้นักแสดงหนึ่งคนสามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในหลายประเทศได้พร้อมกัน
โดยจุดแข็งนี้สอดคล้องกับโจทย์ของลักชัวรีแบรนด์ที่ต้องการสร้างการเติบโตในเอเชีย แต่ผู้บริโภคแต่ละประเทศไม่ได้ติดตามบุคคลหรือวัฒนธรรมเดียวกันทั้งหมด
ทำให้นักแสดง BL/GL ไทยเป็นเหมือนสะพานระหว่างแบรนด์ระดับโลกกับชุมชนแฟนในภูมิภาค โดยมีซีรีส์และความสัมพันธ์ระหว่างนักแสดงเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพัน เนื่องจากแฟนคลับ BL/GL มักติดตามทั้งซีรีส์ เบื้องหลัง งานแสดงสด แฟนมีตติ้ง และการทำงานร่วมกันของนักแสดง ทำให้แบรนด์มีโอกาสสร้างคอนเทนต์ต่อเนื่องได้มากกว่าการว่าจ้างเพื่อสื่อสารเพียงครั้งเดียว
2.หลิง – ออม หนึ่งในผู้พิสูจน์ว่าพลังแฟนด้อมวัดออกมาเป็นตัวเลขได้
กรณีที่เห็นภาพชัดคือการปรากฏตัวของหลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง และออม – กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ในงาน Paris Fashion Week ฤดูกาล Spring/Summer 2026
อ้างอิงข้อมูลจาก Lefty และ Karla Otto พบว่า ออมสร้าง Earned Media Value หรือ EMV ให้ Dior ประมาณ 23.48 ล้านดอลลาร์ ส่วนหลิงหลิงสร้างได้ประมาณ 21.46 ล้านดอลลาร์
ทั้งสองคนสร้าง EMV รวมเกือบ 45 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ EMV ทั้งหมดที่ Dior ได้รับจากโชว์ครั้งนั้น ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 90.57 ล้านดอลลาร์
ซึ่งในช่วงที่ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งสองคนยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นแอมบาสเดอร์ของ Dior อย่างเป็นทางการ โดยแบรนด์ประกาศแต่งตั้งหลิงหลิงและออมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2025 หลังจากงาน Spring/Summer 2026 จบลงแล้ว
และ ตัวเลข EMV ที่ได้จากหลิง-ออม ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงฤดูกาลเดียว
เพราะใน Fashion Month ฤดูกาล Fall/Winter 2026 ออมสร้าง EMV ประมาณ 21 ล้านดอลลาร์จากคอนเทนต์ 17 โพสต์ ส่วนหลิงหลิงสร้างได้ประมาณ 15.5 ล้านดอลลาร์ โดยทั้งสองคนเข้าร่วมงานของ Dior เพียงแบรนด์เดียว แต่ยังติดกลุ่มผู้สร้าง EMV สูงที่สุดของฤดูกาล
3.จากแขกร่วมงาน สู่ความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์
การที่นักแสดง BL/GL ไทยได้รับความสนใจจากลักชัวรีแบรนด์ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในครั้งเดียว แต่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
อย่างเช่นฝั่ง BL มีนักแสดงอย่างไบร์ท – วชิรวิชญ์ ชีวอารี ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Burberry และวิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ซึ่งร่วมงานกับ Prada ขณะที่มาย – ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และอาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ เคยสร้างมูลค่าทางสื่อให้ Dior จากการเข้าร่วมแฟชั่นวีกในระดับที่สูง
ส่วนฝั่ง GL มีทั้งฟรีน – สโรชา จันทร์กิมฮะ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้หญิงไทยคนแรกในตำแหน่ง Brand Ambassador ของ Valentino เบ็คกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ในฐานะ House Ambassador ของ Chanel และหลิง–ออมในฐานะแอมบาสเดอร์ของ Dior
4.สิ่งที่แบรนด์ต้องการไม่ใช่แค่ Reach แต่คือ Cultural Relevance
ข้อมูลจาก Fashion Month ฤดูกาล Fall/Winter 2026 พบว่า บุคคลที่มีชื่อเสียงจากไทย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์สร้าง EMV รวมประมาณ 317 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 42% ของ EMV ทั้งหมด ขณะที่บุคคล 10 อันดับแรกของฤดูกาลล้วนมาจากสามตลาดนี้ โดยนักแสดง BL/GL จากไทยเป็นหนึ่งในนั้น
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ลักชัวรีแบรนด์ไม่สามารถพึ่งเฉพาะดาราฮอลลีวูดหรือศิลปินตะวันตกเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคทั่วโลกได้เหมือนในอดีต แต่ต้องเลือกบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดตามหรือ EMV สูงไม่ได้หมายความว่านักแสดงทุกคนจะเหมาะกับทุกแบรนด์ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแฟชั่นให้ความสำคัญกับความสอดคล้องระหว่างบุคลิกของนักแสดง คุณค่าของแบรนด์ และความน่าเชื่อถือของความสัมพันธ์ มากกว่าการเลือกคนที่กำลังเป็นกระแสเพียงอย่างเดียว
โดย EMV และ MIV จะสื่อให้เห็นถึงอิทธิพลของนักแสดงและแฟนด้อม เพราะการคำนวณ EMV ในรายงาน Fashion Month จะมาจากการมีส่วนร่วมบน Instagram ของบัญชีที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน โดยใช้มูลค่า 1 ดอลลาร์ต่อหนึ่งไลก์ ขณะที่ MIV เป็นดัชนีของ Launchmetrics ที่นำหลายปัจจัยมาคำนวณ เช่น การเข้าถึง การมีส่วนร่วม อำนาจของแหล่งเผยแพร่ และคุณภาพของคอนเทนต์
อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าวันนี้ “พลังแฟนด้อม BL/GL ไทย” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกระแสความฟินอีกต่อไป แต่คือ Ecosystem ทางการตลาดทรงอิทธิพล ที่ข้ามพรมแดนจากหน้าจอซีรีส์ ไปสู่การขับเคลื่อนมูลค่าและสร้างอิมแพกต์ระดับโลกให้กับวงการลักชัวรีแบรนด์อย่างแท้จริง
อ้างอิง
https://www.ft.com/content/170f8585-7756-4012-9027-a248e87d615b
https://www.vogue.com/article/who-won-fashion-month-ss26-on-social-media
https://www.vogue.com/article/who-won-fashion-month-fw26-on-social-media
https://www.launchmetrics.com/resources/reports/fw26-fashion-week
https://www.chanel.com/sg/fashion/event/literary-rendez-vous-rebecca-armstrong-library
https://harpersbazaar.my/bazaar-man/prada-extends-bangkok-win-metawin-billkin-jaylerr-jeon-somi
https://www.bella.tw/articles/news/58994/thai-bl-gl-stars-luxury-fashion