true money

ในวันนี้ทรูมันนี่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงินอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวบริการ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ที่ให้ผู้ใช้แตะโทรศัพท์กับเครื่องรับชำระเงินได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิด QR Code เพื่อสแกนจ่ายเหมือนที่ผ่านมา

 

เหตุผลที่ทรูมันนี่เปิดบริการแตะจ่าย มาจากการมองเห็นว่าการชำระเงินดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ขณะที่การสแกนจ่ายผ่าน QR Code แม้จะได้รับความนิยมสูง แต่ยังมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอป เลือกเมนูชำระเงิน สแกน QR Code และยืนยันรายการ

 

เทคโนโลยีแตะจ่ายจึงเป็นบริการที่ทรูมันนี่นำเข้ามาลด Pain Point ทำให้การชำระเงินสะดวก รวดเร็ว และง่ายขึ้น พร้อมสร้างภาพลักษณ์ของทรูมันนี่ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการชำระเงินอีกทางหนึ่ง

 

ภายใต้บริการแตะจ่าย ทรูมันนี่ได้วางกลยุทธ์ไว้ดังนี้

 

1.เปิดบริการแตะจ่าย 2 รูปแบบ เพื่อให้ใช้ได้ทั้งร้านค้าพันธมิตรและร้านค้าทั่วไป

กลยุทธ์สำคัญของทรูมันนี่คือการเปิดบริการแตะจ่าย 2 รูปแบบ เพื่อขยายจุดใช้งานให้ครอบคลุมมากที่สุด โดยรูปแบบแรกคือการแตะจ่ายผ่านเครื่อง BlueTap สีส้ม ซึ่งเป็นเครื่องรับชำระเงินที่ทรูมันนี่นำไปติดตั้งในร้านค้าพันธมิตรโดยตรง เช่น 7-Eleven และร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งผู้ใช้โทรศัพท์ทั้งระบบ iOS และ Android สามารถนำมือถือไปแตะที่เครื่อง BlueTap เพื่อชำระเงินผ่านแอปทรูมันนี่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต

 

ซึ่งแตะจ่ายผ่านเครื่อง BlueTap ทรูมันนี่เริ่มทดลองบริการในร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตร ก่อนขยายการใช้งานอย่างจริงจังในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2569 และตั้งเป้าเพิ่มจุดรับชำระผ่าน BlueTap เป็นมากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2569

 

ส่วนรูปแบบที่สองคือการเปิดให้ผู้ใช้ทรูมันนี่แตะจ่ายผ่านเครื่องรูดบัตร EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless หรือสัญลักษณ์แตะจ่าย ซึ่งมีให้บริการอยู่แล้วตามร้านค้าจำนวนมาก

 

สำหรับรับชำระผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบแตะจ่าย แต่ทรูมันนี่ได้ร่วมมือกับ Alipay+ และ Mastercard เพื่อเชื่อมบริการทรูมันนี่เข้ากับระบบรับชำระทำให้ผู้ใช้สามารถนำโทรศัพท์มือถือไปแตะกับเครื่องรับชำระ และจ่ายเงินผ่านแอปทรูมันนี่ได้โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต

 

โดยข้อดีของรูปแบบนี้คือ ทรูมันนี่ไม่จำเป็นต้องนำเครื่อง BlueTap ไปติดตั้งใหม่ในทุกร้านค้า แต่สามารถใช้เครื่องรับชำระที่ร้านค้ามีอยู่แล้ว เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการได้รวดเร็วขึ้น

 

บริการแตะจ่ายผ่านเครื่องรับชำระ EDC ระบบ Contactless จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้โทรศัพท์ระบบ Android ใช้งานตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเครื่อง EDC ระบบContactless มีจำนวนครอบคลุมจุดรับชำระมากกว่า 900,000 จุดในประเทศไทย และมากกว่า 150 ล้านจุดใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ทำให้ทรูมันนี่สามารถขยายการใช้วงานในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งการเปิดบริการทั้ง 2 รูปแบบจึงช่วยให้ทรูมันนี่ขยายการใช้งานได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องพึ่งการติดตั้งเครื่อง BlueTap เพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ทั้งเครือข่ายของตัวเองและเครือข่ายเครื่องรับชำระที่มีอยู่แล้ว

 

2.จับมือพันธมิตร ขยายทรูมันนี่จากการสแกนจ่ายไปสู่ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ที่ผ่านมา ผู้ใช้ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับทรูมันนี่ในฐานะแอปสำหรับเติมเงิน ชำระค่าบริการ ซื้อสินค้าออนไลน์ และสแกน QR Code แต่บริการแตะจ่ายช่วยเพิ่มสถานการณ์การใช้งานให้กว้างขึ้น ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะ

 

โดยในปัจจุบันผู้ใช้ทรูมันนี่สามารถแตะจ่ายค่าโดยสารบนรถโดยสาร ขสมก. มากกว่า 6,000 คันทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงยังอยู่ระหว่างหารือความร่วมมือกับ BEM เพื่อพัฒนาระบบแตะจ่ายผ่านประตูทางเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569

 

การขยายบริการจากร้านค้าไปสู่ระบบขนส่ง เป็นการนำทรูมันนี่เข้าไปอยู่ในธุรกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งการซื้อสินค้า รับประทานอาหาร และเดินทาง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้เปิดแอปและทำธุรกรรมผ่านทรูมันนี่บ่อยขึ้น

 

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของทรูมันนี่ที่ต้องการขยับจากดิจิทัลเพย์เมนต์แอป ไปสู่การเป็น Everyday Money Companion หรือแอปการเงินที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

 

ผลจากการเริ่มให้บริการยังสะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยนับตั้งแต่เริ่มทดลองระบบในไตรมาสแรกและขยายการใช้งานอย่างจริงจังในช่วงปลายไตรมาส 2 มีผู้ใช้บริการแตะจ่ายผ่าน BlueTap มากกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดแตะจ่ายรวมมากกว่า 5 ล้านครั้ง แ

 

สำหรับที่ผ่านมาการใช้บริการแตะจ่ายร้านค้าพันธมิตรบางแห่งยังมียอดขายจากผู้ใช้ทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หลังเปิดให้บริการ BlueTap ขณะที่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นประมาณ 14%

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อการชำระเงินทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ผู้บริโภคมีโอกาสใช้จ่ายผ่านทรูมันนี่มากขึ้น ขณะที่ร้านค้าพันธมิตรก็มีโอกาสเพิ่มยอดขายจากฐานผู้ใช้เดิม

 

3.ใช้สิทธิประโยชน์กระตุ้นให้เกิดการใช้ซ้ำ

แม้ความสะดวกจะช่วยให้ผู้บริโภคทดลองใช้บริการแตะจ่าย แต่การทำให้เกิดพฤติกรรมใช้ซ้ำจำเป็นต้องมีแรงจูงใจเพิ่มเติม ทำให้ทรูมันนี่เตรียมทยอยเปิดตัวแคมเปญ โปรโมชั่น และสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บริการแตะจ่ายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 พร้อมพัฒนา TrueMoney Coins ให้เป็น Loyalty Platform ที่เชื่อมโยงการชำระเงิน สิทธิประโยชน์ ร้านค้า และพันธมิตรเข้าด้วยกัน

 

กลยุทธ์นี้ทำให้การแตะจ่ายไม่ได้แข่งขันเฉพาะเรื่องความรวดเร็ว แต่เพิ่มความคุ้มค่าเข้ามาเป็นอีกเหตุผลให้ผู้บริโภคเลือกใช้ทรูมันนี่แทนเงินสด การสแกน QR Code หรือช่องทางชำระเงินอื่น

 

ในมุมของร้านค้า โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษยังสามารถใช้กระตุ้นการซื้อซ้ำ ดึงผู้ใช้ทรูมันนี่เข้าร้าน และเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง ส่วนในมุมของทรูมันนี่ การเพิ่มจุดรับชำระและความถี่ในการใช้งานมีความสำคัญต่อรายได้ของทรูมันนี่โดยตรง เนื่องจากรายได้หลักประมาณ 80% มาจากค่าธรรมเนียมการให้บริการ

 

4.เชื่อมบริการแตะจ่ายกับ AI และบริการทางการเงินในอนาคต

เมื่อทรูมันนี่มีจุดใช้งานและจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น บริษัทจะมีข้อมูลการใช้งานมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปประกอบการพัฒนาประสบการณ์และบริการทางการเงินให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน

 

ทรูมันนี่ได้เริ่มปรับหน้าแอปให้จัดวางเมนูตามความสนใจของผู้ใช้แต่ละรายโดยอัตโนมัติ รวมถึงพัฒนาฟีเจอร์ Money Buddy เพื่อแจ้งเตือนและให้คำแนะนำทางการเงินที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน

 

นอกจากนี้บริการแตะจ่ายยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม เพื่อต่อยอดบริการทางการเงินและธนาคารไร้สาขาที่ร่วมมือระหว่างบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการทรูมันนี่ และแอนท์กรุ๊ป ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต เพราะแม้บริการธนาคารไร้สาขาจะให้บริการผ่านแอป แต่ผู้ใช้ยังต้องมีช่องทางนำเงินไปใช้ในชีวิตประจำวัน การมีเครือข่ายแตะจ่ายที่ครอบคลุมร้านค้า ระบบขนส่ง และการใช้จ่ายในต่างประเทศ จึงช่วยเพิ่มความพร้อมในการเข้ามาเป็นลูกค้าของธนาคารไร้สาขามากขึ้น

 

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ PaymentTech 4 ด้านของทรูมันนี่ ซึ่งประกอบด้วย

 

ยุทธศาสตร์ที่ 1

นวัตกรรมการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ชีวิตในทุกวัน

ทรูมันนี่ มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การชำระเงินในชีวิตประจำวันให้รวดเร็ว ง่าย และไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดตัวนวัตกรรมต่าง ๆ อาทิ การแตะจ่าย การตั้งชำระเงินอัตโนมัติ ตลอดจนบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวันในอนาคต โดยนอกเหนือจากการชำระเงิน ทรูมันนี่ยังเดินหน้าขยายประสบการณ์ทางการเงินให้ครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย ออม ลงทุน และการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการเรื่องเงินได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นในแอปเดียว

ยุทธศาสตร์ที่ 2

การเชื่อมต่อเครือข่ายพาร์ตเนอร์และอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ

ทรูมันนี่ เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศการชำระเงิน ผ่านการขยายและเชื่อมต่อเครือข่ายร้านค้า ช่องทางการชำระเงิน และการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถใช้ทรูมันนี่ได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการดิจิทัลชั้นนำ รวมถึงจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ด้วยเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดนและความร่วมมือกับ Alipay+ ทรูมันนี่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินได้ในกว่า 50 ประเทศ และเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งในเร็วๆ นี้กำลังจะขยายเป็น 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก และเพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ไร้พรมแดนของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทรูมันนี่ กำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายการรับชำระเงินในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ได้ที่จุดรับชำระในต่างประเทศด้วย

 

ยุทธศาสตร์ที่ 3

ยกระดับความคุ้มค่าในการใช้จ่าย

ทรูมันนี่ เดินหน้ายกระดับการให้สิทธิประโยชน์เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการใช้จ่าย โดยเตรียมทำให้ TrueMoney Coins
เป็น Loyalty Platform ที่ครบครันยิ่งขึ้น ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขยายช่องทางการแลกใช้ และเชื่อมต่อกับพันธมิตรในวงกว้าง การเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และทางเลือกในการใช้จ่ายที่หลากหลาย รวมถึงศักยภาพของธนาคารไร้สาขา ในอนาคต จะยิ่งช่วยให้ทรูมันนี่สามารถมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านความสะดวก มอบความคุณค่า และเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน

 

ยุทธศาสตร์ที่ 4

แพลตฟอร์มการเงินอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล

ทรูมันนี่ กำลังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทฯ ได้ปรับหน้าจอแอปให้จัดวางเมนูต่างๆ ให้เข้ากับความสนใจของแต่ละผู้ใช้โดยอัตโนมัติ และยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ Money Buddy ซึ่งเป็นผู้ช่วยทางการเงินที่จะให้การแจ้งเตือน และคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะผู้ใช้นั้น ๆ โดยบริษัทฯ มองว่า AI ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างถูกที่ถูกเวลาและยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยนอกเหนือจากการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทรูมันนี่ยังนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับระบบอัตโนมัติ และช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *