หลังจากที่โบรกเกอร์หรือนายหน้าขายประกันชีวิตและวินาศภัยอย่าง ไทยพาณิชย์ โพรเทค ได้รีแบรนด์เป็น InsureX อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นไปตามแนวทางของ SCBX ในการทยอยปรับโครงสร้างและรีแบรนด์ธุรกิจในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินระดับภูมิภาค
ในวันนี้ (8 มิถุนายน 2569) ณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด ได้ประกาศแนวทางของ InsureX ให้สอดคล้องกับแนวทางของธุรกิจประกันยุคใหม่ ที่คนไทยกังวลมากที่สุดคือความไม่แน่นอนในชีวิต และลูกค้ายุคใหม่ไม่ได้มองหาแค่กรมธรรม์ แต่กำลังมองหาความมั่นใจในการใช้ชีวิต
ทำให้ InsureX ได้ปรับตัวเองจากการขายประกันในรูปแบบเดิม สู่โบรกเกอร์ที่วางตัวเป็นที่ปรึกษาด้านประกัน เพื่อเป้าหมายเบี้ยประกัน 10,000 ล้านบาท พร้อมฐานลูกค้าสะสม 1 ล้านราย ในปี 2573 จากปี 2568 ที่มีฐานลูกค้าสะสม 600,000 ราย เบี้ยประกันภัยรวมกว่า 4,300 ล้านบาท
การไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ณภัชชา ได้วางกลยุทธ์การตลาดไว้ดังนี้
1.วางแผนความคุ้มครองโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
InsureX ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงช่องทางขายประกัน แต่ต้องการเป็นผู้ให้คำแนะนำที่ช่วยลูกค้าเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม คุ้มค่า และสอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของแต่ละคน ด้วยการเปลี่ยนแนวทางในการขายประกันจากเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไปสู่การออกแบบแผนความคุ้มครองที่เริ่มจากชีวิตและความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
แนวทางนี้อยู่ภายใต้แนวคิด 360° Protection Planning หรือการวางแผนความคุ้มครองแบบรอบด้าน ครอบคลุมทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อดูแลความเสี่ยงหลายมิติของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง ทรัพย์สิน การเกษียณ หรือการส่งต่อความมั่งคั่งให้ครอบครัว
2.ใช้ AI ออกแบบโซลูชันความคุ้มครองเฉพาะบุคคล
การนำ AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า เพื่อออกแบบความคุ้มครองที่เหมาะกับแต่ละบุคคลและแต่ละครอบครัวมากขึ้น
เพราะลูกค้าแต่ละคนมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ทั้งรายได้ ภาระครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งการใช้ AI ทำให้ InsureX สามารถนำเสนอกรมธรรม์ในรูปแบบ Hyper-Personalized Solution หรือโซลูชันความคุ้มครองเฉพาะบุคคลได้
3.เสริมพลังช่องทางการขายแบบ Omni-Channel
ที่ผ่านมา InsureX มีความแข็งแกร่งด้านช่องทางเทเลเซลส์อย่างต่อเนื่อง จากต้นกำเนิดของธุรกิจมาจากช่วงโควิด-19 ที่นำเสนอประกันผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก ก่อนที่จะพัฒนาการขายอื่น ๆ
ซึ่งที่ผ่านมาช่องทางจำหน่ายประกันในกลุ่มเทเลเซลส์ จะเน้นประกันไม่ซับซ้อน เบี้ยประกันไม่สูงมาก และอาศัยฐานลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ 70% เนื่องจาก InsureX เป็นโบกเกอร์ประกันที่ธนาคารไทยพาณิชย์ถือหุ้น 100% และลูกค้านอกธนาคาร 30%
ส่วนการขายผ่านตัวแทนกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากคอนแทกต์ของตัวแทนประกันเป็นหลัก และลูกค้าธนาคารน้อยมาก
ทั้งนี้ InsureX ได้วางแนวทางการขายในรูปแบบ Omni-Channel เพื่อเชื่อมโยง 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านประกัน ดิจิทัล และเทเลเซลส์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Right Channel, Right Customer, Right Timing) เพื่อการยกระดับช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
และยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ปรึกษาด้านประกันสู่ระดับ MDRT (Million Dollar Round Table) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ปรึกษาด้านประกันระดับสากล โดยปัจจุบัน InsureX มีตัวแทนระดับ MDRT จำนวน 22 คน และมีแผนที่จะพัฒนาเพิ่มเป็น 200 คนในปี 2573 และพัฒนาจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันจากปัจจุบัน 550 คน เป็น 5,000 คน
อย่างไรก็ดี ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว InsureX ได้วาง Philosophy ให้กับองค์กรผ่าน 4Ins ได้แก่
Intelligence
เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และยกระดับทีมงาน/ที่ปรึกษาให้มีความเชี่ยวชาญด้านประกัน
Innovation
ใช้ AI และเทคโนโลยี เพื่อออกแบบความคุ้มครองเฉพาะบุคคล ทำให้ประกันเข้าใจง่ายและตรงความต้องการมากขึ้น
Integrity
สร้างความไว้วางใจ ผ่านความจริงใจ ความโปร่งใส จริยธรรม และจรรยาบรรณในการดูแลลูกค้า
In-Touch
เข้าถึงง่ายและพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
และสำหรับการรีแบรนด์ในครั้งนี้ InsureX ยังได้สื่อสารการตลาดสร้าง Awareness ผ่าน TVC เพื่อสื่อถึงภาพลักษณ์และการบริการที่แตกต่างให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
แต่การไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ Talk About Market มองว่ามีความท้าทายจากการแข่งขันของคู่แข่งในตลาด เช่น TQM, รู้ใจ และอื่น ๆ ที่ต่างนำเสนอประกันผ่านจุดเด่นของตัวเอง พร้อมการสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเป้าหมายที่ InsureX วางไว้จะเป็นอย่างไร คงต้องดูกันต่อไปยาว ๆ