ตลาดน้ำอัดลม 2569 มูลค่า 83,200 ล้านบาท อ้างอิงจากไทยน้ำทิพย์ ได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ไม่ได้แข่งขันกันที่ความซ่าเท่านั้น แต่ยังคงแข่งขันในด้านภาพลักษณ์ และการเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค ผ่านแคมเปญการตลาด การออกรสชาติใหม่ และอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
และภายใต้การแข่งขันในตลาดน้ำอัดลมในแบรนด์ต่าง ๆ ยังคงเน้นรุกตลาดในการเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่นิยมดื่มน้ำอัดลมเพื่อดับกระหายมากที่สุด
ทำให้ปีนี้แบรนด์น้ำอัดลมโดยเฉพาะค่าย est, เป๊ปซี่ และโค้ก ยังคงแลกหมัดกันด้วยอาวุธในมุมของตัวเองเพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ที่แตกต่างกันไป ได้แก่
หมัดที่ 1: est ชกด้วยความสนุก และความเป็น Gen Z โดยตรง
est ถือเป็นแบรนด์ที่วางจุดยืนของตัวเองผ่านกลุ่มเป้าหมาย Gen Z อย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญและการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ และในปีนี้ est ยังคงวางหมัดในการเข้าถึง Gen Z ผ่านแคมเปญ “est Gen ซ่า จ้าเกินเบลอร์” ตลอดทั้งปี
พร้อมกับออกรสชาติใหม่ ๆ เช่น est Glow Edition น้ำอัดลมสีเรืองแสงเมื่อส่องไฟ 4 สี 4 รสชาติ, est Shoot Salty Lemonade เพื่อเดินหน้าเป็นน้ำอัดลมครองใจคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
โดยการรุกตลาดของ est ผ่านแคมเปญการตลาดดังกล่าวมาจากการมองเห็น Gen Z เป็นกลุ่มที่มีความสนใจที่หลากหลาย และการซื้อเครื่องดื่มน้ำอัดลม ไม่ได้เน้นไปที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ทำให้ est ได้พาตัวเองเข้าไปสร้างประสบการณ์ร่วมกับ Gen Z ผ่านกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น

เช่นการจับมือกับ Kudsan ใน 7-Eleven นำเสนอ ถังชื่นใจ ลิ้นจี่ป็อปซ่าาา เพื่อสอดรับกับเทรนด์ Gen Z ที่นิยมดื่มเครื่องดื่มในรูปแบบถัง
การใช้ภาษาในการสื่อสารที่เป็นภาษา Gen Z เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมองว่า est กับพวกเขา คือพวกเดียวกัน
ตลอดจนใช้พรีเซ็นเตอร์อย่าง 4 หนุ่ม GELBOYS ได้แก่ นิว-ชยภัค, ไปป์-มนธภูมิ, พีเจ-มหิดล และเลออน เซค, เจฟ ซาเตอร์ เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในการสื่อสาร พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น est COLA 3×3 Basketball U-League 2026, กิจกรรมแจกบัตร Jeff Satur Returns to Saturns General เป็นต้น
หมัดที่ 2: Pepsi ชกด้วย Zero Sugar และ Pepsi Summer Encore
Pepsi เลือกชกในตลาด Gen Z ด้วยการเปิดตัว Pepsi Treats กลิ่นสตรอเบอร์รี แอนด์ ครีม สูตรไม่มีน้ำตาล ในเดือนมีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิดการให้รางวัลตัวเองด้วยความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือ Treatonomics เพื่อสอดคล้องกับกระแส “Self-love” การมอบสิ่งดี ๆ ให้ตัวเองได้โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ
พร้อมกับสื่อสารการตลาดผ่านแนวคิด Experience-Led Marketing สร้างประสบการณ์กับ Gen Z ผ่านสื่อออนไลน์ ออฟไลน์ และออนกราวด์ เช่น การ Wrap รถไฟฟ้า BTS, การจัดกิจกรรมที่ Central World พร้อม Pepsi Treats DIY Bar ที่เสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มเอ็กซ์คลูซีฟจาก Pepsi Treats จับคู่กับทาร์ตไข่สูตรพิเศษจาก YOLK เป็นต้น
นอกจากนี้ Pepsi ยังเปิดแคมเปญ Pepsi Summer Encoreซัมเมอร์นี้ซ่าไม่จบ ที่มุ่งส่งต่อโมเมนต์ความสนุกยาวต่อเนื่องตลอดหน้าร้อน สื่อสารถึงผู้บริโภคที่มอง “ซัมเมอร์” เป็นช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อย และการได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่

พร้อมนำ Music Marketing ผ่านศิลปิน T-Pop มาใช้ในการสื่อสารเข้าถึง Gen Z ต่อเนื่องเป็นปีที่สี่ โดยในปีนี้ได้นำได้จัดทำเพลง WAKE UP, DON’T WAIT! (ไปกันต่อ) พร้อมนำ อองรี PROXIE, จั๋ง PERSES, มาเบล PIXXIE และ อ๊ะอาย 4EVE ที่จะมาร่วมสร้างสีสันให้กับตลาด
อีกทั้งภายใต้แคมเปญ Pepsi Summer Encore ยังเน้นการสื่อสารผ่าน กลยุทธ์ Integrated Marketing Communication (IMC) ในรูปแบบ 360 องศา พร้อมกิจกรรมส่งโค้ดใต้ฝาลุ้นโชคต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นอีกทางหนึ่ง
หมัดที่ 3: Coca-Cola ชกด้วยโมเมนต์โลกผ่าน FIFA World Cup 2026
แม้ค่าย Coca-Cola ไม่ได้ชก Gen Z ด้วยสินค้าใหม่แบบ est หรือ Pepsi แต่ใช้หมัดใหญ่จาก FIFA World Cup 2026™ ผ่านแคมเปญ “ซื้อโค้ก พาลุ้นลัดฟ้า เชียร์ FIFA World Cup™” ให้ผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ในเครือ เช่น โค้ก แฟนต้า และสไปรท์ เพื่อร่วมลุ้นบินไปนิวยอร์ก พร้อมสิทธิ์พิเศษต่าง ๆ

หมัดของ Coca-Cola คือการใช้ Global Culture Moment เพราะฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นคอนเทนต์ระดับโลกที่คนรุ่นใหม่สามารถมีส่วนร่วมได้ผ่านการเชียร์ การรวมกลุ่ม การดูคอนเทนต์ และการแชร์โมเมนต์บนโซเชียลได้
อย่างไรก็ดี การแข่งขันในตลาดน้ำอัดลม Gen Z ถือเป็นหนึ่งในเกมการแข่งขันเท่านั้น เพราะตลาดนี้ยังคงขับเคี่ยวกันดุเดือดของแบรนด์ต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาดสร้างจุดขายและการเติบโตให้กับธุรกิจ ผ่านรสชาติ การสื่อสาร แคมเปญการตลาด และอื่น ๆ
เพราะศึกนี้ ร้อนแรงไม่แพ้อากาศของหน้าร้อน
Talk About Market FYI
ตลาดน้ำอัดลม
2565 56,900 ล้านบาท
2566 65,600 ล้านบาท
2567 70,800 ล้านบาท
คาดการณ์ 2568 76,900 ล้านบาท
คาดการณ์ 2569 83,200 ล้านบาท
คาดการณ์ 2570 89,900 ล้านบาท
ที่มา: ไทยน้ำทิพย์ 2568