เกมการแข่งขันของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในปัจจุบัน เป็นการแข่งขันด้านการเชื่อมโยง Ecosystem ผ่านบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อการสร้างรายได้ต่อหนึ่งผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งในวันนี้ได้เห็นซีรีส์แนวตั้ง หรือ Short Drama เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทั้งเครือทรู และเอไอเอสต่างนำมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดในการสร้างรายได้จากบริการที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นหนึ่งในแนวทางในการขยายฐานลูกค้า ดึงดูดลูกค้าให้อยู่ในระบบนานยิ่งขึ้นจากบริการที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลผ่านรูปแบบที่แตกต่างกันไป
โดยทรู ได้เปิดเกมซีรีส์แนวตั้งในรูปแบบการพัฒนาออริจินัลคอนเทนต์เป็นของตัวเอง ที่เปิดให้บริการผ่าน TrueID ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการต่างๆ จากทรูเข้าด้วยกัน
ภายใต้ ซีรีส์แนวตั้งที่เป็นออริจิทัลของทรู เริ่มต้นเน้นไปที่พล็อตเรื่องการ “แก้แค้น-เปิดโปง-หักมุม” ที่ทรูได้มองว่าโดนใจจริตคนไทย มีความยาวเฉลี่ยซีรีส์ละ 50 ตอน มีความยาว 1-10 นาทีต่อตอน
และวางกลยุทธ์การดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการด้วยกลวิธีเปิดให้ดูฟรีในตอนแรกๆ เพื่อให้รู้สึกติดจนเกิดความต้องการสมัครสมาชิกเพื่อดูตอนต่อไปที่เหลือจนจบ โดยคิดค่าบริการเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน พร้อมส่วนลดให้กับลูกค้าของทรูและดีแทค
การที่ทรูเลือกออริจินัลในการบุกตลาดซีรีส์แนวตั้ง Talk About Market มองว่ามาจากทรูต้องการสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งในด้านคอนเทนต์ที่ไม่สามารถหาดูจากที่ไหนได้ และการเป็นเจ้าของคอนเทนต์เองนอกเหนือจากความอิสระในการควบคุม และพัฒนาพล็อตเรื่องให้ตรงกับความชอบของผู้ชมในแต่ละช่วงสมัยแล้ว ยังทำให้ทรูสามารถถือครองได้ยาว และสามารถนำคอนเทนต์มาต่อยอดการตลาดในด้านอื่นๆ ได้ ในอนาคต
แต่การพัฒนาออริจินัลคอนเทนต์มีความท้าทายในเรื่องของการลงทุน และระยะเวลาในการสร้าง ทำให้ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดบริการทรูมีความเสียเปรียบเรื่องจำนวนและความหลากหลายของคอนเทนต์ที่จะเข้ามาดึงดูดผู้ชมซีรีส์เรื่องใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของเอไอเอสได้ลงเล่นสนามซีรีส์แนวตั้งด้วยการจับมือกับ ShortMax และ ReelShort หนึ่งในแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งรายใหญ่ของตลาด เพื่อให้บริการลูกค้าในรูปแบบแพ็คเกจรายเดือนในราคาที่พิเศษกว่าการเป็นสมาชิกของแพลตฟอร์มโดยตรง
เช่น ShortMax เดือนละ 99 บาท
ReelShort พร้อมอินเทอร์เน็ต 5G เริ่มต้นวันละ 39 บาท เป็นต้น
Talk About Market มองว่าการที่เอไอเอส เลือกจับมือกับแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างความแตกต่างด้านราคาในฐานะตัวกลางในการเชื่อมโยงซีรีส์แนวตั้งผ่านสิทธิพิเศษที่มอบให้กับลูกค้าเอไอเอสที่มากกว่าลูกค้าค่ายอื่น
กลวิธีนี้เป็นหนึ่งในแนวทางที่ทำให้เอไอเอสมีคอนเทนต์ซีรีส์แนวตั้งที่หลากหลายเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่ความต้องการแตกต่างกันไปโดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์
แต่ในทางกลับกันการเป็นเพียงตัวกลางของคอนเทนต์ทำให้เอไอเอสไม่สามารถสร้างความแตกต่างด้านคอนเทนต์ได้ นอกเหนือจากราคาที่พิเศษกว่าลูกค้าทั่วไป
อย่างไรก็ดีการที่ค่ายมือถือต่างนำซีรีส์แนวตั้งมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ใหม่ๆ มาจากการเติบโตของเทรนด์ซีรีส์แนวตั้งกลายเป็นเทรนด์ที่โลก จากการใช้เวลาเพียงไม่นานนักในการดูแต่ละตอนบนความสนุกทีส่วนใหญ่เปิดเรื่องเร็ว ต้องมีดราม่าตั้งแต่ต้น และจบแบบ Cliffhanger ทุกตอนเพื่อเร่งให้คนดูอยากไปต่อ
และสิ่งเหล่านี้ทำให้มูลค่า Short Drama Apps ทั่วโลกมีมากถึง 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 89,600 ล้านบาท ในปี 2025 เติบโต 116% อ้างอิงจาก Sensor Tower อีกด้วย