เป็นครั้งแรกที่ เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ได้ลงเล่นตลาดสปาร์คกลิ้งวอเตอร์ ด้วยการ “เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส” เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งวอเตอร์ระดับพรีเมียมพลัสวิตามินเป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย 2 รสชาติ ในขนาด 330 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท
การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของ เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ในการสร้างรายได้ใหม่ให้กับแบรนด์ ผ่านการขยายพอร์ตสินค้าไปสู่ไลน์อัปใหม่ ๆ จากการมองเห็นโอกาสทางการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งเพื่อสุขภาพ หรือ Healthy Sparkling Segment เป็นตลาดที่มีศักยภาพ จากมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาท และเติบโตถึง 25% โดยตลาดนี้ถือเป็นช่องว่างสำคัญระหว่าง “น้ำดื่ม” กับ “น้ำอัดลม” ที่สามารถเข้าไปสร้างโอกาสใหม่ได้
โดยเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส ได้วางกลยุทธ์การตลาดในการขับเคลื่อนการรับรู้และยอดขาย ผ่านแนวทางที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่
1.สร้างจุดเด่นของสินค้าผ่านรสชาติและวิตามินด้วยอินไซต์ผู้บริโภค
จากผลสำรวจของเนสท์เล่พบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับรสชาติเป็นอันดับแรก พร้อมมองหา “ความสุขโดยไม่รู้สึกผิด” ที่ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพควบคู่กัน
ทำให้ เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส ได้เปิดตัวพร้อมกัน 2 รสชาติ ได้แก่ รสเลมอน ไลม์ และรสเลมอน ฮันนี่ ผ่านจุดขายเรื่องรสชาติผลไม้ที่ให้สัมผัสซ่า ไม่มีน้ำตาล และเสริมคุณค่าด้วยวิตามินซีสูง พร้อมพลัสวิตามินบี 3 ชนิด ได้แก่ B1, B3 และ B6 ภายใต้สูตรเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกดีได้ในทุก ๆ วัน
ซึ่งการเลือกวิตามินบีและวิตามินซีเข้ามาเป็นส่วนผสม มาจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า วิตามินบีและซี เป็นหนึ่งในกลุ่มวิตามินที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสนใจสูงที่สุด และมีความตั้งใจในการซื้อต่อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง
2.สร้างการจดจำแบรนด์และคาแรกเตอร์สินค้าผ่านจี๋-สุทธิรักษ์
ในการสื่อสารการตลาด เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส ได้วางคอนเซ็ปต์ “ซ่าใหม่ ต้องได้พลัส+” เป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อสร้างการจดจำให้กับแบรนด์และตอกย้ำคาแรกเตอร์ของสินค้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ แบรนด์ยังเลือก “จี๋–สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของสินค้าไปยังผู้บริโภค โดยจุดเด่นของจี๋คือความมั่นใจ ความเป็นตัวของตัวเอง และภาพจำของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ
3.เปิดเกมด้วยแคมเปญ 360 องศา ครบทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ในช่วงเปิดตัว เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส เลือกเดินเกมการตลาดผ่านแคมเปญแบบ 360 องศา เพื่อเร่งสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่ตลาด
โดยแคมเปญดังกล่าวครอบคลุมทั้งภาพยนตร์โฆษณา อีเวนต์เปิดตัว การสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล สื่อนอกบ้าน และการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงการตกแต่งที่ เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเป็นสื่อในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของการเดินทางและมีผู้คนสัญจรจำนวนมาก
4.สร้างประสบการณ์ผ่านการทดลองดื่ม
ด้วยความเป็นสินค้าใหม่ เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ โซดาพลัส ได้จัดกิจกรรมแจกสินค้า 3 ล้านกระป๋องผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทดลองดื่ม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าในเวลาต่อมา
5.วางกลยุทธ์ช่องทางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ในช่วงแรก เนสท์เล่เลือกวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ 7-Eleven ระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2569 เพื่อสร้างกระแสและโฟกัสการเข้าถึงในช่องทางที่มีทราฟฟิกสูง ก่อนขยายไปยังซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก และโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ
เพราะการรุกตลาดครั้งนี้คือการต่อยอดจาก “น้ำดื่ม” ไปสู่ “เครื่องดื่มมูลค่าเพิ่ม” เพื่อคว้าโอกาสในตลาดที่กำลังเติบโต และสร้างรายได้ใหม่ให้แบรนด์ในระยะยาว