CRC 2569

ในวันที่โลกการค้าปลีกไม่ได้สู้กันแค่จำนวนสาขา แต่สู้กันด้วย “ข้อมูล” และ “ประสบการณ์” บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (CRC) ภายใต้การนำของ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศเดินหน้าปี 2569 ผ่านแนวคิด ‘Innovation in Action’ เพื่อสร้างการเติบโต 4-5% จากปีที่ผ่านมา

 

ภายใต้แนวคิดนี้ประกอบด้วยแนวทางที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่

 

1.Dual Engine Growth: ผนึกกำลังไทย-เวียดนาม ขับเคลื่อนธุรกิจ

สำหรับทิศทางการเติบโตในปี 2569 CRC ยังคงให้น้ำหนักกับสองตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 80:20

 

ในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท CRC มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก โดยปัจจุบันมีเครือข่ายร้านค้ารวมกว่า 3,596 แห่ง ครอบคลุม 63 จังหวัด กลยุทธ์สำคัญในปีนี้คือการยกระดับคุณภาพของเครือข่ายสาขา ผ่านการ รีโนเวทร้านเดิม 7 สาขา ควบคู่กับการเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในพื้นที่ที่ยังมีโอกาสเติบโต

 

ขณะที่ ประเทศเวียดนาม ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายราว 20% ถูกวางให้เป็นตลาดการเติบโตสำคัญของ CRC โดยบริษัทประเมินว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับปัจจัยสำคัญมาจากความสำเร็จของโปรแกรมสมาชิก The 1 Card ในเวียดนาม ซึ่งจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากแสนรายในช่วงเปิดตัวเมื่อต้นปี 2568 มาอยู่ที่ 4.3 ล้านรายในปี 2569 ข้อมูลสมาชิกเหล่านี้จะถูกนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อออกแบบโปรโมชันแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่นข้ามชาติรายใหม่ ๆ และผู้เล่นท้องถิ่นที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว

 

2.เดินหน้ายกระดับประสบการณ์

ภายใต้กลยุทธ์การเติบโต CRC ให้ความสำคัญกับการยกระดับธุรกิจในหลายมิติ ทั้งประสบการณ์ลูกค้า สินค้าและแบรนด์ รวมถึงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้มากขึ้น ซึ่งประกอบด้วย

 

-อัพเกรดประสบการณ์

CRC ได้ต่อยอดแนวทางการช้อปปิ้งในรูปแบบ Omnichannel อย่างต่อเนื่อง โดยในฝั่งหน้าร้าน บริษัทมุ่งปรับปรุงประสบการณ์การช้อปปิ้ง ทั้งการพัฒนาพนักงานให้สามารถให้บริการแบบเฉพาะตัว การปรับบรรยากาศภายในร้าน และการเพิ่มจุด Self-Checkout เพื่อช่วยลดเวลาการรอคิว นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงดูดทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม หรือแชมเปญบาร์ รวมถึงการจัดอีเวนต์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ

 

ส่วนในด้านออนไลน์ ในปีที่ผ่านมา CRC มียอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้น 14% และปีนี้ยังคงให้ความสำคัญกับการนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง ประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปองได้ตรงความต้องการมากขึ้น

 

พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ผ่านบริการอย่าง Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect ที่ช่วยให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้สะดวกในทุกช่องทาง

 

-อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย

โดยในประเทศไทยเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นจากไทยและเอเชีย โดยเน้นไปที่ New Young Fashion มากขึ้น พร้อมกับขยายสาขา ปรับรูปแบบสาขา และราคาสินค้าใน KIS และ Looks Beauty Specialty Store ที่เข้าถึงง่าย เพื่อจับกลุ่ม Young & Mainstream

 

ในประเทศเวียดนาม ได้พัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! โดยเน้นไปยังกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเวียดนามที่ซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารทานเองน้อยลง รวมถึงการพัฒนาสินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label เพื่อเข้าถึงความต้องการลูกค้าที่มากขึ้น

 

-อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานด้วยเทคโนโลยี

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยี โดยนำ AI มาใช้ในหลายด้าน ตั้งแต่การบริหารลูกค้า การทำการตลาด การสั่งสินค้า การกำหนดราคา ไปจนถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น

 

นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ให้เป็นข้อมูลชุดเดียว หรือ Single View of Customer Data ซึ่งจะช่วยให้ CRC เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกขึ้น และสามารถนำเสนอโปรโมชันหรือ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละช่องทางได้

 

พร้อมกันนี้ เซ็นทรัล รีเทลยังมุ่งยกระดับระบบหลังบ้าน ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า และระบบโลจิสติกส์สำหรับการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในระยะยาว

 

3.สร้างการเติบโตผ่านธุรกิจดาวเด่น

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของเซ็นทรัล รีเทล คือการต่อยอดธุรกิจที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ซึ่งในปี 2568 สามารถแสดงศักยภาพการแข่งขันได้อย่างชัดเจน จากการเติบโตของ ไทวัสดุ ธุรกิจหลักที่ขยายตัวต่อเนื่องตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

 

ปัจจุบันไทวัสดุมีเครือข่ายรวม 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถผลักดันยอดขายในปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 9% ต่อปี พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดราว 25% ในกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าปรับปรุงบ้าน

 

ขณะเดียวกัน เซ็นทรัล รีเทลยังเดินหน้าพัฒนา New Growth Engine อย่าง Auto 1 ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร โดยในปี 2568 ได้เร่งขยายสาขาเพิ่มอีก 13 แห่ง ส่งผลให้มีเครือข่ายรวม 53 สาขาทั่วประเทศ

 

สำหรับปี 2569 บริษัทวางแผนขยายธุรกิจเชิงรุก โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขา Auto 1 อีก 53 แห่ง หรือขยายตัวเท่าตัว ทำให้เครือข่ายรวมเพิ่มเป็น 106 สาขา บนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถ และสร้างบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การดูแล บำรุงรักษา ไปจนถึงบริการด้านยานยนต์แบบครบวงจร

 

4.ขยายสาขาใหม่ และ Renovation สาขาเดิม

ในปี 2569 CRC มีแผนขยายสาขาค้าปลีก ค้าส่งในเครือ ทั้งในไทย และเวียดนาม

 

ในประเทศไทย

เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ มีแผน Renovation 2 สาขา

Tops ขยายสาขา 8-10 สาขา และ Renovation 2 สาขา

Go Wholesale ขยายสาขา 2 สาขา

ไทวัสดุ ขยายสาขา 3-5 สาขา และ Renovation 2 สาขา

โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ Renovation 1 สาขา

 

สำหรับเวียดนาม

Go Mall ขยายสาขา 1 สาขา

Go Hypermarket ขยายสาขา 2 สาขา

Mini go ขยายสาขา 6 สาขา

 

อย่างไรก็ดี ยุทธศาสตร์ “Innovation in Action” สะท้อนทิศทางการปรับตัวของ CRC ในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกต้องแข่งขันกันด้วยทั้ง ข้อมูล เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า โดยการผสานการเติบโตของสองตลาดหลักอย่างไทยและเวียดนาม เข้ากับการพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจและเครือข่ายสาขา เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *