หากพูดถึงแบรนด์วัสดุก่อสร้างสัญชาติไทยที่เติบโตจากความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จนกลายเป็นชื่อที่อยู่ในแทบทุกช่วงของงานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้าน “จระเข้” คือหนึ่งในแบรนด์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 จระเข้ คอร์ปอเรชั่น และบริษัทในเครือมีผลประกอบการเติบโต 4% พร้อมส่วนแบ่งตลาดในซีเมนต์กาวและกาวยาแนว 50%
ส่วนในปี 2569 วางเป้าหมายเติบโต 5-6%
เพื่อให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ จระเข้ได้วางกลยุทธ์การตลาดสร้างการเติบโต ดังนี้
1.รุกตลาดเคมีก่อสร้าง
ในปี 2569 จระเข้เน้นการรุกตลาดเคมีก่อสร้าง บนพื้นฐานสินค้าคุณภาพ นวัตกรรม และความปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม โดยปีที่ผ่านมาจระเข้ได้นำ Dustless Technology มาใช้กับกาวซีเมนต์ในฐานะรายเดียวในไทยที่ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นได้ถึง 80% ตลอดจนมีการปรับแพ็กเกจจิ้งเป็นกรีนแพ็กเกจ
โดยในปัจจุบันจระเข้มีสินค้ากรีนโปรดักส์ในพอร์ต 63%
พร้อมเปิดตัวแคมเปญและผลิตภัณฑ์ใหม่ครอบคลุมกลุ่มสินค้าสำคัญ เช่น นวัตกรรมงานพื้น (Flooring) แคมเปญกาวซีเมนต์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตสินค้าในทุกกลุ่มงานก่อสร้าง
2.เปิดตัว JORAKAY EXPERT TEAM
บริการดูแลงานก่อสร้างครบวงจรตั้งแต่ฐานรากถึงหลังคา โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานกว่า 100 คน เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนทั้งช่าง ผู้รับเหมา และพันธมิตรทางธุรกิจ
โดยบริการนี้ถูกออกแบบบนความเชี่ยวชาญ 6 มิติ ได้แก่ PRODUCT, INNOVATION, INTERNATIONAL, CHANNEL, ACADEMY และ CONTACT CENTER
3.ตอกย้ำโมเดล JORAKAY SHOP
ร้านค้าปลีกที่รวมสินค้าภายใต้เครือจระเข้มากกว่า 1,000 SKU เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ครบในที่เดียว พร้อมกับโปรแกรม CRM ที่ชื่อ JORAKAY FAMILY ให้ลูกค้าสะสมคะแนนแลกพริวิเลจต่าง ๆ ได้
โดยในปัจจุบัน JORAKAY SHOP มีสาขาให้บริการมากถึง 1,200 แห่งทั่วประเทศ
4.เดินหน้าขยายตลาดในเวียดนาม
จระเข้เดินหน้ารุกตลาดเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มปักหมุดผ่านการตั้งสำนักงานที่นครโฮจิมินห์ ทางตอนใต้ของเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2566 และในปีที่ผ่านมา ธุรกิจของจระเข้ในเวียดนามเติบโตสูงถึง 47% ปัจจัยสำคัญมาจากการนำเสนอสินค้าโดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพ ควบคู่กับการทำตลาดผ่านพาร์ตเนอร์ และการเดินหน้ากิจกรรมทางการตลาดในหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ให้กับจระเข้ กรุ๊ป ได้ราว 10-20%
ในปีนี้ จระเข้ยังมีแผนขยายการดำเนินงานเพิ่มเติม ด้วยการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่กรุงฮานอย ทางตอนเหนือของเวียดนาม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจครอบคลุมทั้งตลาดเวียดนามใต้และเวียดนามเหนือ ซึ่งมีลักษณะความต้องการแตกต่างกัน การมีเครือข่ายที่ครอบคลุมทั้งสองภูมิภาคยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้าภายในประเทศ เพื่อส่งมอบถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากการขยายสำนักงานแล้ว จระเข้ยังมีแผนเปิดโรงงานในเวียดนามในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดแห่งนี้มากยิ่งขึ้น
ซึ่งการที่จระเข้ให้ความสำคัญกับตลาดเวียดนามมาจากในปีที่ผ่านมา ตลาดก่อสร้างของเวียดนามมีมูลค่าราว 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7-8% จากการขยายตัวของเมืองและภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
5.เปิดตัว JORAKAY Easy ทำตลาดผ่าน เค เซอรา
เพื่อสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ ๆ ในปีนี้ จระเข้ได้เปิดตัวกลุ่มสินค้า JORAKAY Easy โดยนำสินค้าภายใต้เครือจระเข้มาจัดเป็นเซ็ต พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงาน DIY และทำตลาดผ่านบริษัท เค เซอรา
การเปิดตัว JORAKAY Easy มาจากการมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีมากถึง 53% นิยมดูแลและซ่อมแซมบ้านด้วยตัวเอง จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างตรงจุด
ในช่วงเริ่มต้น JORAKAY Easy เปิดตลาดด้วย 5 กลุ่มสินค้า รวม 20 เซ็ต และยังมีการขยายไลน์ไปสู่สินค้าที่จระเข้ไม่เคยทำมาก่อน เช่น กลุ่มสินค้าสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น
พร้อมทำตลาดเน้นไปยังช่องทางออนไลน์ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop เป็นหลัก
อย่างไรก็ดี แม้ตลาดก่อสร้างจะเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่จระเข้ยังมองว่าตลาดก่อสร้างไทยยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาส จากมูลค่าตลาดรวมราว 1.5 ล้านล้านบาท เติบโต 6.5% ในปีที่ผ่านมา ที่สะท้อนว่าดีมานด์ในอุตสาหกรรมนี้ยังเดินหน้าต่อ และยังเปิดช่องให้ผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งด้านสินค้าและแบรนด์เติบโตได้อีกมาก