ลีกุมกี่ ซอสหอยนางรมแรกของโลกที่เกิดจาก “ลืม” - 1

สินค้าในตำนานหลายแบรนด์ของโลกไม่ได้เริ่มต้นจากแผนธุรกิจที่ซับซ้อน หากแต่เกิดจากความผิดพลาดเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่นเดียวกับ “ลีกุมกี่” ซอสหอยนางรมแบรนด์แรกของโลก ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1888 จากการที่ผู้ก่อตั้งลืมดับไฟระหว่างปรุงหอยนางรมในครัว แต่ความผิดพลาดครั้งนั้นกลับนำไปสู่การค้นพบรสชาติใหม่ ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์เครื่องปรุงอาหารจีนไปตลอดกาล

 

จุดเริ่มต้นของลีกุมกี่เกิดขึ้นจาก Lee Kum Sheung เจ้าของโรงน้ำชาเล็ก ๆ ในเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เดิมทีเขาปรุงซุปหอยนางรมเพื่อเสิร์ฟลูกค้าเป็นเรื่องปกติ แต่ในวันหนึ่ง ความเร่งรีบจากงานหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน ทำให้เขาลืมปิดไฟเตา จนกลิ่นหอมลอยอบอวลออกมาจากครัว

 

และพบว่าน้ำซุปที่เคี่ยวทิ้งไว้นานได้กลายเป็นของเหลวสีเข้มข้นสีน้ำตาล ส่งกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง เมื่อลองชิม รสชาติที่ได้มีความกลมกล่อม มีกลิ่นเฉพาะตัว และแตกต่างจากเครื่องปรุงใด ๆ ที่มีอยู่ในเวลานั้น ความผิดพลาดในครัวจึงกลายเป็นการค้นพบโดยบังเอิญที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในวงการเครื่องปรุง

 

หลังจากนั้น Lee Kum Sheung นำซอสที่ค้นพบโดยบังเอิญนี้มาปรับสูตร และเริ่มขายให้กับลูกค้าในโรงน้ำชาของตนเอง ผลปรากฏว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด ส่วนหนึ่งเพราะในวัฒนธรรมจีน หอยนางรมถูกมองว่าเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการบำรุงร่างกาย ขณะเดียวกันรสชาติของซอสก็แปลกใหม่และใช้งานได้หลากหลาย

 

เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น Lee Kum Sheung จึงเริ่มผลิตซอสหอยนางรมอย่างจริงจัง พร้อมตั้งชื่อแบรนด์ว่า Lee Kum Kee (ลีกุมกี่) และออกแบบโลโก้เด็กพายเรือบรรทุกหอยนางรม เพื่อสื่อถึงความสดใหม่และความอุดมสมบูรณ์จากท้องทะเล ภาพจำนี้กลายเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน

ลีกุมกี่ได้พาแบรนด์เติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของวัฒนธรรมอาหารจีนที่แพร่กระจายออกนอกประเทศ ในปี 1902 ได้ย้ายฐานไปยังมาเก๊า เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศ และต่อมาในปี 1932 ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังฮ่องกง ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค

 

พร้อมกับบุกตลาดอเมริกาและยุโรป ผ่านการขยายตัวของชุมชนชาวจีนที่นั่น

 

ส่วนตลาดไทย ลีกุมกี่เข้าสู่ตลาดตั้งแต่ปี 1980 และปัจจุบันจัดจำหน่ายผ่าน บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง จำกัด ในส่วนช่องทางค้าปลีก และ บริษัท แพนฟู้ด จำกัด เจาะกลุ่มตลาดฟู้ดเซอร์วิส กลุ่ม HoReCa

 

จากความสำเร็จของซอสหอยนางรม ลีกุมกี่ค่อย ๆ ขยายไลน์สู่ซีอิ๊ว เครื่องปรุง น้ำจิ้ม ซอสพร้อมปรุง น้ำมันงา และผลิตภัณฑ์อาหารอีกหลากหลายประเภท รวมถึงซอสเพื่อสุขภาพ เช่น ซอสลดเกลือ ซอสเจ และซีอิ๊วปราศจากกลูเตน จนปัจจุบันแบรนด์มีสินค้ามากกว่า 200 รายการ ในกว่า 10 หมวด และวางจำหน่ายในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

 

สำหรับหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลีกุมกี่ยืนระยะได้ยาวนานกว่า 138 ปี คือการยึดมั่นในแนวคิด “100-1 = 0” ซึ่งหมายถึง หากคุณภาพไม่สมบูรณ์แม้เพียงหนึ่งหน่วย สินค้าทั้งล็อตจะไม่ถูกนำออกสู่ตลาด

 

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์ไม่ได้แข่งขันด้วยราคา หรือการขยายกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว แต่เลือกสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ผ่านคุณภาพที่สม่ำเสมอและการควบคุมวัตถุดิบอย่างเข้มงวด แม้สูตรจะถูกปรับเล็กน้อยให้เหมาะกับรสนิยมของแต่ละประเทศ แต่แก่นของรสชาติยังคงยึดโยงกับต้นตำรับเมื่อปี 1888

 

อย่างไรก็ดีหากมองย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นของลีกุมกี่ไม่ได้มาจากการวิเคราะห์ตลาดหรือการวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ หากแต่เกิดจากความผิดพลาดเล็ก ๆ ในครัว สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้แตกต่างจากอุบัติเหตุทั่วไป คือความสามารถในการมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เกิดขึ้น และการต่อยอดอย่างจริงจัง

 

ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและแผนงานที่ซับซ้อน เรื่องราวของลีกุมกี่อาจชวนให้ตั้งคำถามว่า ระหว่าง “การไม่ผิดพลาดเลย” กับ “การรู้จักใช้ประโยชน์จากความผิดพลาด” อะไรคือทักษะที่สำคัญกว่าสำหรับการสร้างธุรกิจให้ยืนยาวในระยะยาว

อ้างอิง

https://www.scmp.com/magazines/post-magazine/food-drink/article/2144707/made-hong-kong-history-lee-kum-kees-oyster-sauce

https://uk.lkk.com/about-lee-kum-kee

https://en.wikipedia.org/wiki/Lee_Kum_Kee

https://www.lkkprofessional.com/about-lee-kum-kee.php

https://hk.lkk.com/en/about-lkk/our-brand

 

 

 

 

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading