Mary Chocolate

ในโลกของการตลาดที่เต็มไปด้วยความสำเร็จที่ดูสวยหรู น้อยคนนักจะรู้ว่าธรรมเนียมการมอบช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์อันเลื่องชื่อของญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหอมหวาน แต่เริ่มจากความ “เงียบเหงา” และความพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าของแบรนด์ที่ชื่อว่า Mary Chocolate

 

ย้อนกลับไปในปี 1958 ณ ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ย่านชินจูกุ แบรนด์ช็อกโกแลต Mary Chocolate ได้พยายามนำธรรมเนียมวันวาเลนไทน์จากโลกตะวันตกมาแนะนำให้ชาวญี่ปุ่นรู้จักเป็นครั้งแรก แนวคิดนี้เกิดขึ้นจาก Kunio Hara ทายาทของ Kentaro Hara ผู้ก่อตั้งแบรนด์

 

Kunio Hara ได้ไอเดียจัดแคมเปญวาเลนไทน์เพื่อกระตุ้นการทำตลาดช็อกโกแลต หลังได้รับการ์ดจากเพื่อนที่อาศัยอยู่ในกรุงปารีสเมื่อเดือนมกราคมของปีเดียวกัน ซึ่งในข้อความระบุว่า

 

“ที่ปารีส วันที่ 14 กุมภาพันธ์ คือวันวาเลนไทน์ และเป็นธรรมเนียมที่จะมอบดอกไม้ การ์ด และช็อกโกแลตให้กัน”

 

Kunio Hara จึงเลือกจัดงานวาเลนไทน์ด้วยซุ้มจำหน่ายช็อกโกแลต เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ เพื่อเชิญชวนให้คนญี่ปุ่นซื้อช็อกโกแลตมอบให้กัน พร้อมวาดฝันว่า ช็อกโกแลตจะขายดีจากเทศกาลนี้

 

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นฝันร้ายทางการตลาด เพราะตลอดระยะเวลาการจัดงาน 3 วัน สามารถสร้างยอดขายได้เพียง 170 เยน คือ ช็อกโกแลตแท่งละ 50 เยนสามแท่ง และการ์ดข้อความราคา 20 เยนหนึ่งใบ

 

ความล้มเหลวในครั้งนั้น Kunio Hara ไม่ได้มองว่าเป็นจุดจบของการตลาดวันวาเลนไทน์สำหรับ Mary Chocolate แต่เขากลับนำบทเรียนนี้ไปศึกษา วิเคราะห์ถึงยอดขายที่เกิดขึ้น

 

และพบว่า อุปสรรคของยอดขายไม่ได้เกิดที่ตัวสินค้า แต่เกิดจากกำแพงทางวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นยังไม่รู้จักและคุ้นเคยกับเทศกาลวาเลนไทน์

 

เทศกาลวาเลนไทน์ปีต่อมา ซุ้มขายช็อกโกแลตของ Mary Chocolate กลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยกลยุทธ์การตลาดใหม่ ด้วยการปรับเปลี่ยนการสื่อสาร ผ่านแคมเปญ “女性が男性に1年に1度愛の告白ができる日” (Women’s Once-A-Year Confessions of Love) หรือวาเลนไทน์ คือโอกาสเดียวในรอบปีที่ผู้หญิงจะสามารถสารภาพรักได้ก่อนโดยไม่ผิดธรรมเนียม” จากการมองเห็นว่าสังคมญี่ปุ่นในเวลานั้นผู้หญิงมักไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มต้นความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ชอบ

 

พร้อมกับออกแบบช็อกโกแลตรูปหัวใจ ที่มีคำว่า “ถึง” และ “จาก” อยู่บนนั้น จำหน่ายพร้อมปากกาเหล็ก เพื่อให้สลักชื่อผู้ให้และผู้รับลงไป

ผลปรากฏว่าการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้สามารถเข้าถึงผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เดินห้างและนิยมซื้อขนมตัวจริง และสร้างความหมายใหม่ จากการซื้อขนมธรรมดา กลายเป็นการซื้อจากความกล้าจะแสดงความรู้สึก

 

ส่งผลให้ Mary Chocolate ไม่เพียงประสบความสำเร็จด้านยอดขายในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม พร้อมดึงดูดผู้เล่นรายอื่น ๆ เข้ามาร่วมทำตลาด และร่วมกันผลักดันให้ค่านิยมผู้หญิงมอบช็อกโกแลตให้ผู้ชายในวันวาเลนไทน์ จนกลายเป็นธรรมเนียมที่เติบโตขึ้นในญี่ปุ่นอย่างจริงจัง และยังต่อยอดไปถึงการมอบช็อกโกแลตให้เพื่อน ครอบครัว เพื่อแสดงความรักหรือเพื่อรักษามารยาททางสังคม รวมถึงการมอบช็อกโกแลตเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเองในช่วงวาเลนไทน์อีกด้วย

 

จากเรื่องราวของ Mary Chocolate ทำให้เห็นชัดว่า ความผิดพลาดจึงไม่ใช่สัญญาณให้หยุดเดิน แต่คือการหาวิธีการใหม่ ๆ ผ่านมุมมองวัฒนธรรม และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจผู้คน จนกลายเป็นธรรมเนียมที่อยู่คู่ญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน

 

Talk About Market FYI

มูลค่าการใช้จ่ายสำหรับช็อกโกแลตในช่วงวันวาเลนไทน์ของคนญี่ปุ่น

2020 มูลค่า 148,000 ล้านเยน (35,520 ล้านบาท)

2021 มูลค่า 151,000 ล้านเยน (36,240 ล้านบาท)

2022 มูลค่า 149,000 ล้านเยน (35,760 ล้านบาท)

2023 มูลค่า 153,000 ล้านเยน (36,720 ล้านบาท)

2024 มูลค่า 150,000 ล้านเยน (36,000 ล้านบาท)

อ้างอิง
https://www.jcccw.org/nikkei-news/2018/2/12/roses-are-red-violets-are-blue-in-japan-valentines-day-is-not-the-same-for-me-and-you

https://www.mary.co.jp/mary/product/marys_valentine/history.html

https://party.alibaba.com/valentine/how-much-spent-on-chocolate-in-japan-on-valentines-day

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading