การเข้ามาของ AI ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทยในบริบทที่แตกต่างกัน จากรายงาน thAI consumer AI adoption 2026 โดย SCBX พบว่า ผู้บริโภคไทยกว่า 90% รู้จักคำว่า AI และราว 80% เคยใช้งานเครื่องมือที่มี AI ทำงานอยู่เบื้องหลัง แม้หลายคนอาจไม่รู้ตัวก็ตาม ตัวอย่างที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น TikTok ที่ใช้ AI ช่วยแนะนำคลิปตามความสนใจของผู้ใช้ Google ที่นำ AI มาช่วยค้นหาข้อมูลให้ตรงกับคำค้นมากที่สุด รวมถึงแอปธนาคารที่ใช้ AI ในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
ซึ่งการใช้งาน AI ของผู้บริโภคไทย ตามรายงาน thAI consumer AI adoption 2026 สามารถแบ่งได้เป็น 9 กลุ่ม ประกอบด้วย
1.Smart Minimalist สัดส่วน 36%
กลุ่มที่ไม่คลั่งเทคโนโลยี ใช้ AI เท่าที่จำเป็น และเห็นประโยชน์จริง
2.Life Optimizer สัดส่วน 8%
นำ AI มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับชีวิตและการทำงาน
3.Pro-formance สัดส่วน 5%
กลุ่ม Heavy User ที่ใช้ AI ในหลากหลายแง่มุมเป็นประจำ เพื่อสร้างผลงานและความสำเร็จ
4.Skeptical Practitioner สัดส่วน 34%
เป็นกลุ่มที่ใช้งาน AI เป็นประจำ แต่ยังไม่วางใจใน AI เท่าไรนัก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีโพเทนเชียล หากสามารถทำลายความกลัวในการใช้งาน AI ของพวกเขาได้
5.Silent Doubter สัดส่วน 10%
ใช้ AI อยู่ แต่ยังไม่มั่นใจหรือไม่กล้ายอมรับว่าใช้
6.Accidental Adopter สัดส่วน 4%
ใช้ AI โดยไม่รู้ตัวผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ
7.Unaware Trialist สัดส่วน 3%
มีการใช้ AI ทางอ้อม และเริ่มอยากเข้าใจ AI มากขึ้น
8.Curious Speculator สัดส่วน 0.2%
กลุ่มที่เฝ้าดูทิศทาง ยังไม่ลงมือใช้
9.Digital Rejector สัดส่วน 0.1%
กลุ่มที่ปฏิเสธการใช้ AI ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ และไม่อยากให้ AI เข้ามาแทนมนุษย์

จากทั้ง 9 กลุ่มที่กล่าวมา ทำให้เราเห็นว่ามี 3 กลุ่มผู้ใช้งานหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ AI ในประเทศไทย ได้แก่ Smart Minimalist, Life Optimizer และ Pro-formance ซึ่งรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคไทย
ซึ่งเมื่อมองลึกลงไป ผู้บริโภค AI ทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีพฤติกรรมและแนวทางในการใช้ AI ที่แตกต่างกันดังนี้
Smart Minimalist
กลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่สุดถึง 36% มีพฤติกรรมใช้ AI แบบพอดี และเท่าที่จำเป็น
โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศและผู้บริโภคทั่วไป ที่ใช้ AI เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น แปลภาษา สรุปข้อความ หรือค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว เครื่องมือที่เลือกใช้มักเป็นแบบฟรี ใช้ง่าย และไม่ซับซ้อน เช่น ChatGPT, Gemini, Canva
ในความคิดที่มีต่อ AI ของกลุ่ม Smart Minimalist คือ “ตัวช่วยเล็ก ๆ” ที่ทำให้ชีวิตราบรื่นขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องพึ่งพาอย่างเต็มรูปแบบ เพราะพวกเขาระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัว ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ จึงมักตรวจสอบผลลัพธ์ซ้ำด้วยตนเอง
สำหรับความคาดหวังต่อ AI ผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการให้ AI เข้ามาช่วยทำให้ชีวิตประจำวันราบรื่นและปลอดภัยมากขึ้น ผ่านประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย มั่นใจ และไม่ซับซ้อนเป็นหลัก โดยเฉพาะในด้านธุรกรรมและความปลอดภัยของข้อมูล
กลุ่ม Life Optimizer
กลุ่มที่ใช้ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการทำงาน คิดเป็นประมาณ 8% ของผู้บริโภคไทย
Life Optimizer ถือเป็นกลุ่ม Early Adopters ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี และใช้ AI อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำ เช่น การเขียนเนื้อหา การจัดตาราง หรือการสรุปรายงาน
คนกลุ่มนี้มอง AI เป็น Productivity Partner ที่ช่วยประหยัดเวลา ลดภาระทางความคิด และจัดการหลายเรื่องพร้อมกันได้ พวกเขาพร้อมทดลองเครื่องมือใหม่ และยอมจ่ายเงินหากเห็นว่าฟีเจอร์นั้นมีประโยชน์จริง
ความคาดหวังคือ AI ที่เข้าใจบริบทของชีวิต เชื่อมโยงข้อมูลการทำงาน ชีวิตส่วนตัว สุขภาพ และการเงินเข้าด้วยกันได้อย่างชาญฉลาด Pain point สำคัญคือข้อมูลการเงินที่กระจัดกระจาย และการขาดคำแนะนำที่เหมาะกับบริบทของตนเอง
Pro-formance
แม้เป็นกลุ่มเล็กเพียง 5% แต่มีอิทธิพลสูงในเชิงการพัฒนาและการใช้งานเชิงลึก กลุ่มนี้มักเป็นมืออาชีพในสายเทคโนโลยี การเงิน หรือกลยุทธ์ธุรกิจ และใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตัดสินใจและสร้างผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์
เนื่องจากกลุ่ม Pro-formance มอง AI เป็น “คู่คิดเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยคิด วิเคราะห์ และวางแผนระยะยาว มีทักษะการใช้งานสูง ไม่กลัวความซับซ้อน และพร้อมเติบโตไปพร้อมเทคโนโลยี
จากบริบทการทำงานของคนกลุ่มนี้ที่มีการแข่งขันสูงและมีเดิมพันมาก ความคาดหวังคือ AI ที่คิดเชิงตรรกะขั้นสูง เข้าใจบริบทเชิงลึก และช่วยตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ Pain point คือข้อมูลทางการเงินที่แยกส่วน และการขาดระบบเตือนหรือคำแนะนำที่ทันเวลา
สำหรับคำแนะนำนักการตลาดและองค์กรที่ต้องการออกแบบประสบการณ์ AI ให้ตอบโจทย์ Consumer AI ควรพิจารณา 3 มิติสำคัญ
Trust Design
ความโปร่งใสต้องเป็นคุณสมบัติหลัก ไม่ใช่ส่วนเสริม ผู้ใช้ต้องเข้าใจว่า AI ใช้ข้อมูลอะไร ทำไมถึงแนะนำสิ่งนั้น และข้อมูลของตนถูกปกป้องอย่างไร
Human Validation
ผู้บริโภคไทยยังต้องการบทบาทของมนุษย์อยู่ในวงจรการตัดสินใจ การมี Human-in-the-loop ช่วยเพิ่มการยอมรับและความสบายใจในการใช้งาน
Meaningful Simplicity
คนไทยไม่กลัวเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่กลัวประสบการณ์ที่เข้าไม่ถึง การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และการเชื่อมบริการต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น คือหัวใจของประสบการณ์ที่ดี
เพราะในที่สุดแล้ว Consumer AI ของไทยกำลังพัฒนา จากเครื่องมือช่วยงานพื้นฐาน ไปสู่ผู้ช่วยส่วนตัว และคู่คิดเชิงกลยุทธ์ และสิ่งที่ผู้บริโภคทุกกลุ่มต้องการเหมือนกัน ไม่ใช่ AI ที่ฉลาดที่สุด แต่คือ AI ที่เข้าใจมนุษย์ และไว้วางใจได้ในชีวิตจริง
อ้างอิง รายงาน thAI consumer AI adoption 2026