วิกฤตฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ได้กลายเป็นหนึ่งในปัญหาตามฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว การแก้ปัญหานี้จึงไม่อาจอาศัยเพียงมาตรการปลายเหตุหรือการรอข้อมูลจากศูนย์กลางอีกต่อไป
ล่าสุด GreenIO ผนึก Qualcomm ผ่านโครงการ Tech for Good ด้วยการนำเทคโนโลยี Edge AI มาต่อยอดเป็นเครื่องมือต่าง ๆ ที่มุ่งเป้าจัดการวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว โครงการ Tech for Good ได้มอบหมายให้บริษัท GreenIO ผู้พัฒนาโซลูชันด้าน AIoT นำเทคโนโลยีประมวลผล Edge AI ของ Qualcomm มาพัฒนาเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered Air Quality Monitor) รวมจำนวน 200 เครื่อง แบ่งเป็นการติดตั้งในกรุงเทพมหานคร 100 เครื่อง และอีก 100 เครื่องใน 10 จังหวัดที่เผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 ในระดับสูง
การติดตั้งครอบคลุมภายในอาคารโรงเรียน สถานพยาบาล และแหล่งชุมชนสำคัญ เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเข้าถึงประชากรกว่า 200,000 คน
โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร GreenIO ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร นำอุปกรณ์ AI-powered Air Quality Monitor ไปติดตั้งภายในโรงเรียนและสถานพยาบาล เพื่อแจ้งเตือนเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 ภายในอาคารเกินมาตรฐาน ช่วยเสริมมาตรการป้องกันและดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม
เหตุผลในการติดตั้งอุปกรณ์ภายในอาคาร มีที่มาจากในบางช่วงเวลา ค่าฝุ่น PM2.5 ภายในอาคารอาจสูงกว่าพื้นที่ภายนอก อันเป็นผลจากการสะสมของฝุ่นละอองเป็นระยะเวลานาน จึงจำเป็นต้องมีระบบตรวจวัดเพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างเหมาะสม
ส่วนความน่าสนใจของระบบ AI-powered Air Quality Monitor มาจากความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลฝุ่น PM2.5 และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, อุณหภูมิ, ความชื้น และสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) เพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดเด่นด้านการใช้พลังงานอย่างประหยัด และมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูง
เนื่องจากระบบ Edge AI ที่พัฒนาเป็น AI-powered Air Quality Monitor ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในสถานการณ์จริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
1.Real-time Response สามารถแจ้งเตือนและสั่งการระบบฟอกอากาศได้ทันทีเมื่อค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้อย่างทันท่วงที
2.Data Security ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการแจ้งเตือนถูกประมวลผลภายในตัวอุปกรณ์โดยตรง เพิ่มระดับความปลอดภัยของข้อมูล และลดความเสี่ยงจากการส่งข้อมูลออกนอกระบบ
3.Reliability ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในพื้นที่ที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร หรือในช่วงวิกฤตที่โครงข่ายมีการใช้งานหนาแน่น
อย่างไรก็ดี ความร่วมมือระหว่าง GreenIO และ Qualcomm ในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนา Smart City อย่างเป็นรูปธรรม