จากรายงานของ Microsoft ในปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทยใช้ Generative AI สูงถึง 92% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกที่อยู่ที่ 73% และกลายเป็นโอกาสให้แพลตฟอร์ม Generative AI ต่าง ๆ เข้ามาลงเล่นในตลาด จากการมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก
และหนึ่งในนั้นคือ Mantra.AI แพลตฟอร์มจากคนไทยที่เปิดตัวให้บริการในสิ้นปี 2568
การเข้ามาทำตลาดของ Mantra.AI อธิราช ชูเรือง CEO ของ Mantra ได้ร่วมมือกับ BytePlus ประเทศไทย หน่วยธุรกิจด้าน Enterprise Services ของ ByteDance ที่ให้บริการ AI เพื่อให้บริการระบบหลังบ้านเชื่อมโยงการใช้งานให้กับผู้ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มชื่อ Mantra Easy Media
โดยในช่วงเริ่มต้นบุกตลาด Mantra Easy Media เปิดให้บริการ 2 บริการหลัก ได้แก่
-
Mantra เนรมิต
เครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอเสมือน พร้อมเสียงและภาพที่สมจริง โดยภาพที่ Gen ออกมาจาก Mantra เนรมิต จะไม่มีความผิดเพี้ยนจากต้นแบบเมื่อถูก Gen ต่อเนื่อง -
Mantra สนทนา
เครื่องมือ Conversational AI สำหรับการสื่อสารกับลูกค้า การจัดการข้อมูล และเป็นฐานความรู้ที่สามารถค้นหาได้
เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา ผู้ประกอบการ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และอื่น ๆ ที่ต้องการนำ AI มาช่วยสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซึ่งการเปิดตัว Mantra Easy Media ในครั้งนี้ อธิราชคาดหวังว่าจะสามารถสร้างการเติบโตด้านยอดลูกค้าได้มากถึง 20,000 คน พร้อมรายได้ 200 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2569
การพาตัวเองไปสู่เป้าหมายที่หวังไว้ อธิราชได้วางกลยุทธ์ไว้ 6 ประการ ประกอบด้วย
-
จับมือกับมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกใช้ AI ในหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งการจับมือกับมหาวิทยาลัย Talk About Market มองว่าเป็นหนึ่งในสปริงบอร์ดที่ช่วยสร้างการเติบโตด้านฐานผู้ใช้งาน และเป็นหนึ่งในช่องทางโปรโมทแพลตฟอร์มให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาเป็นกลุ่มที่นิยมโพสต์ผลงานของตัวเองบนโลกโซเชียล และเมื่อประทับใจในแพลตฟอร์มจะใช้งานในระยะยาว หรือบอกต่อไปยังผู้อื่นด้วยเช่นกัน
-
เปิดคอมมูนิตี้ Mantra ปล่อยของ เพื่อเป็นตลาดกลางให้กับผู้รับงานสร้างสรรค์ภาพ รีทัช หรือวิดีโอในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถมีสื่อโฆษณามืออาชีพได้
-
ในไตรมาส 1/2569 เปิดตัว Mantra Easy Media ให้ผู้พิการทางสายตาสามารถใช้งานได้ผ่านมือถือ ด้วยเมนูและคำสั่งเสียง พร้อมพัฒนา AI Books จากหนังสือต่าง ๆ เช่น หนังสือนิทานสำหรับเด็ก หนังสือเรียน และหนังสือธรรมะที่อ้างอิงตามพระไตรปิฎกอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่ายและสนุกขึ้น
-
นำเสนอบริการที่ครบวงจร ทั้งการ Gen ภาพ วิดีโอ เครื่องมือ Conversational AI และการจับมือกับ BytePlus ทำให้การเชื่อมต่อบริการเป็นหนึ่งเดียว
-
สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายในฐานะแพลตฟอร์มโดยคนไทย การให้บริการจึงรองรับภาษาไทย พร้อมการแก้ไขปัญหาโดยคนไทย
-
คิดค่าบริการเป็นรายเดือน ผ่าน 4 แพ็กเกจ และใช้ Token ที่นำไปซื้อบริการ Gen AI ในรูปแบบต่าง ๆ แทนการให้บริการแบบฟรี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานทุกบริการภายในแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีข้อจำกัด
อย่างไรก็ดี การเข้ามาทำตลาดของ Mantra.AI จะสามารถสร้างมนตราให้กับผู้ใช้บริการได้มากน้อยเพียงใด คงต้องติดตามกันในระยะยาว แต่อย่างน้อยนี่คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของผู้ให้บริการ AI โดยคนไทย เพื่อเจาะตลาดไทยในวันนี้