Dinosaur Jasmine Rice - 1

หากพูดถึงข้าวหอมมะลิในประเทศไทย หลายคนอาจคุ้นเคยกับแบรนด์ข้าวถุงที่วางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั่วไป แต่ในตลาดข้าวไทยยังมีแบรนด์ท้องถิ่นที่สร้างชื่อเสียงขึ้นมาจากคุณภาพสินค้าและการบอกต่อของผู้บริโภค จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีลูกค้าตามหาซื้อ แม้ไม่ได้มีสินค้าวางจำหน่ายครอบคลุมทุกช่องทางเหมือนแบรนด์รายใหญ่

 

หนึ่งในนั้นคือ ข้าวหอมมะลิไดโนเสาร์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ข้าวไดโนเสาร์ แบรนด์ข้าวหอมมะลิจากอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ที่มีจุดเริ่มต้นจากโรงสีข้าวขนาดเล็ก ก่อนพัฒนามาเป็นธุรกิจที่มีรายได้รวมกว่า 337.73 ล้านบาทในปี 2568

 

โดยจุดเริ่มต้นของข้าวไดโนเสาร์มาจาก จำนงค์ รุ่งโรจน์นิมิตชัย ผู้เติบโตมาในครอบครัวที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงสีข้าว โดยบิดาทำหน้าที่เป็นหลงจู๊ หรือผู้จัดการโรงสีให้กับเจ้าของกิจการรายอื่น

 

ตั้งแต่เด็ก จำนงค์มีโอกาสช่วยงานบิดา ทั้งการตรวจดูข้าว ชั่งน้ำหนัก และทำงานเป็นเสมียนในโรงสี ทำให้ค่อย ๆ เรียนรู้ลักษณะและคุณภาพของข้าว ตลอดจนกระบวนการทำงานของธุรกิจโรงสีจากประสบการณ์จริง

 

หลังเรียนจบ เขาตัดสินใจซื้อโรงสีเก่าขนาดเล็กในอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร มาปรับปรุงและขยายกิจการ จนกลายเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ชัยธัญญาพืช ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งในปี 2534 เพื่อทำธุรกิจโรงสีจำหน่ายข้าวใส่กระสอบป่านให้กับพ่อค้าคนกลางเพื่อรวบรวมข้าวไปขายต่อ

 

ซึ่งที่มาของข้าวไดโนเสาร์มากจากพ่อค้าคนกลางแนะนำให้โรงสีะเริ่มสร้างแบรนด์ข้าวของตัวเองภายใต้ชื่อ ข้าวตราไดโนเสาร์ ในปี 2539

 

ซึ่งการเข้ามาสู่ธุรกิจข้าวตราไดโนเสาร์มาจากพ่อค้าคนกลางได้แนะนำจำนงค์ให้ใส่กระดาษแสดงชื่อและสัญลักษณ์โรงสีลงไปในกระสอบข้าวเพื่อให้ทราบว่ามาจากข้าวโรงสีไหน และการใส่กระดาษแสดงชื่อและสัญลักษณ์โรงสีจำเป็นต้องไปจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์

 

และการจดชื่อนี้เอง แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้แนะนำให้ทำแบรนด์ข้าวตัวเองขึ้นมา และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของข้าวไดโนเสาร์

 

ส่วนชื่อไดโนเสาร์ไม่ได้เป็นชื่อที่ถูกเลือกใช้ตั้งแต่แรก เพราะแรกเริ่มจำนงค์ได้ตั้งใจว่าจะตั้งชื่อข้าวแบรนด์ตัวเองว่า ช้าง หรือมังกร แต่ชื่อนี้เป็นชื่อที่มีคนใช้แล้ว และเจ้าหน้าที่แนะนำให้ใช้ชื่อที่แตกต่างออกไป เขาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นไดโนเสาร์ที่มีความแปลกและไม่เหมือนใคร

 

สำหรับการสร้างแบรนด์ของไดโนเสาร์ ในช่วงเริ่มต้นถือเป็นการใช้สินค้าเป็นตัวสร้างแบรนด์เป็นหลัก จากการมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของข้าวหอมมะลิ ตั้งแต่การคัดเลือกแหล่งปลูกที่มีสภาพดิน การเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม, การรับซื้อข้าวเปลือก การตรวจสอบคุณภาพผ่านการหุงและทดลองชิมก่อน, ไปจนถึงการเก็บรักษาข้าวก่อนนำมาสีและบรรจุจำหน่าย เพื่อให้ข้าวที่ส่งถึงมือผู้บริโภคมีความหอมและความนุ่มตามมาตรฐานที่โรงสีต้องการ

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ข้าวไดโนเสาร์สามารถสร้างการเติบโตผ่านประสบการณ์และการแนะนำของผู้บริโภคในรูปแบบ Word of Mouth Marketing ก่อนที่จะค่อยๆ ขยายตลาดผ่านร้านค้าต่างๆ และช่องทางออนไลน์มากขึ้น อย่าง เช่น การเปิดร้านค้า Official ในช้อปปี้ และลาซาด้า เพื่อขยายฐานลูกค้า ให้สามารถซื้อข้าวไดโนเสาร์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากข้าวไดโนเสาร์ไม่ได้มีวางขายในซูเปอร์มาเก็ตทุกแห่งเหมือนกันข้าวแบรนด์หลักทั่วๆ ไป รวมถึงใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียสื่อสารกับผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

 

อย่างไรก็ดีหากย้อนดูผลประกอบการของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ชัยธัญญาพืช จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะพบว่ามีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี

ปี 2564 รายได้รวม 240.17 ล้านบาท กำไร 3.21 ล้านบาท

ปี 2565 รายได้รวม 242.71 ล้านบาท กำไร 3.49 ล้านบาท

ปี 2566 รายได้รวม 248.57 ล้านบาท กำไร 3.16 ล้านบาท

ปี 2567 รายได้รวม 271.10 ล้านบาท กำไร 4.31 ล้านบาท

ปี 2568 รายได้รวม 337.73 ล้านบาท กำไร 4.88 ล้านบาท

 

ซึ่งการเติบโตนี้ Talk About Market มองว่าส่วนหนึ่งมาจากการขยายตลาดไปยังฐานลูกค้าใหม่ๆ จากการบอกต่อ และช่องทางหาซื้อที่ง่ายขึ้น บนตลาดข้าวสารบรรจุถุงมูลค่า 84,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *