ajinomoto - 1

อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทยประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้เป้าหมายการเติบโตระยะใหม่ ด้วยการยกระดับบทบาทจากธุรกิจอาหาร ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการส่งเสริมสุขภาพและ Well-being ของคนไทยในชีวิตประจำวัน ภายใต้วิสัยทัศน์ “กินดี มีสุข”

 

ทิศทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากแนวทาง Well-being ที่อายิโนะโมะโต๊ะเริ่มสื่อสารชัดเจนขึ้นในปี 2566 และในปี 2567 ได้นำแนวคิดนี้มาขับเคลื่อนเป็นแผนธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งอาหาร โภชนาการ สุขภาพ และความยั่งยืน

 

การขยับจากบริษัทอาหารไปสู่ Well-being ยังสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป

 

ข้อมูลจาก Innova Market Insights 2026 พบว่า 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

 

1.ความคุ้มค่าคุ้มราคา ผู้บริโภค 2 ใน 3 เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อสินค้าเป็นประจำ แต่ไม่ได้มองหาสินค้าที่มีราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว หากพร้อมจ่ายเพิ่มเมื่อเห็นว่าสินค้ามีคุณภาพและให้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับราคา

 

2.สุขภาพและการมีอายุยืนยาว ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันผ่านอาหาร โภชนาการ และไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย

ผู้บริโภคแต่ละช่วงวัยยังมีความต้องการแตกต่างกัน โดย Gen Z และ Gen Y ให้ความสำคัญกับสุขภาพโดยรวม ส่วน Gen X สนใจเรื่องการเคลื่อนไหวและการรักษาสภาพร่างกาย เปิดโอกาสให้อายิโนะโมะโต๊ะนำ AminoScience มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะด้านมากขึ้น

 

3.การตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา ผู้บริโภคมองหาอาหารและเครื่องดื่มที่สะดวก และเหมาะกับโอกาส ไลฟ์สไตล์ รวมถึงความต้องการทางอารมณ์ที่แตกต่างกันตลอดวัน

 

อีกเหตุผลที่อายิโนะโมะโต๊ะต้องหาเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ มาจากข้อจำกัดของตลาดเดิม

 

โดยปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง 3 กลุ่ม ได้แก่ รสดีมีส่วนแบ่งตลาดในตลาดเครื่องปรุงรส 90% ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ 80% และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ 50%

 

แม้ธุรกิจเหล่านี้ยังเป็นฐานรายได้สำคัญ แต่ตลาดเครื่องปรุงรสเป็นตลาดที่เติบโตมาถึงระดับหนึ่ง โอกาสขยายตัวแบบก้าวกระโดดจึงมีจำกัด ส่วนกาแฟเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูงจากคู่แข่งจำนวนมาก อายิโนะโมะโต๊ะจึงต้องต่อยอดจากธุรกิจเดิมไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่แข็ง และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร

 

ปี 2568 อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทยมีรายได้ประมาณ 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 32,000 ล้านบาทในปี 2567 หรือเติบโตราว 6.3% ส่วนปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตในระดับเลขหลักเดียว

 

เพื่อไปถึงเป้าหมายดังกล่าว อายิโนะโมะโต๊ะวางกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “กินดี มีสุข” ไว้ 3 ด้าน

 

1.ใช้ AminoScience สร้างความแตกต่างผ่านกินดี

กลยุทธ์แรกคือการนำ AminoScience หรือองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโน มาเป็นแกนกลางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งความอร่อยและประโยชน์ต่อสุขภาพ

 

เช่นในกลุ่มเครื่องปรุงรส ได้นำ AminoScience มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ โดยยังคงรสชาติความอร่อย เช่นการเปิดตัวผงปรุงรสสูตรลดโซเดียมในปีที่ผ่านมา ส่วนปีนี้ที่ผ่านมามีการออกสินค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ซุปก้อนรสชาติใหม่ ทงคตสึ และหมาล่า, เปิดตัวพริกแกงเขียวหวานปรุงสำเร็จ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตลาดเดิมที่คาดว่าจะเติบโตในระดับเลขหลักเดียว

 

นอกจากนี้ยังได้มีการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากเดิมที่มี aminoVITAL สำหรับกลุ่มนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกาย รวมถึง AminoMOF สำหรับผู้บริโภควัย 45 ปีขึ้นไป ไปสู่การดูแลสุขภาพเฉพาะด้านมากขึ้น เช่นในปีนี้ อายิโนะโมะโต๊ะเปิดตัว AminoRising เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสมองและสายตา สะท้อนการขยายจากตลาดโภชนาการกีฬาและการดูแลกล้ามเนื้อ ไปสู่ตลาดสุขภาพเฉพาะด้านตามช่วงวัย

 

โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงถูกวางเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ ที่อายิโนะโมโต๊ะคาดหวังให้กลุ่มนี้เติบโตในระดับเลขสองหลัก

 

อีกทั้งอายิโนะโมะโต๊ะยังเดินหน้าแนวคิด Better Meal ซึ่งมองสุขภาพจากอาหารทั้งมื้อ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพียงรายการเดียว พร้อมร่วมมือกับร้านอาหารและพันธมิตร เพื่อเพิ่มทางเลือกมื้ออาหารที่มีสมดุลทางโภชนาการ เช่นด้านโภชนาการกีฬา ได้เดินหน้าโครงการ Thailand Victory Project และโปรแกรม Winning Meals เพื่อสนับสนุนกีฬาต่อเนื่องก่อนที่จะขยายไปสู่ผู้บริโภค

 

ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ Thailand Victory Project และโปรแกรม Winning Meals อิยิโนะโมโต๊ะได้เข้าร่วมสนับสนุนในซีเกมส์ 2025 ผ่านเมนู Winning Meals จำนวน 172 เมนู ก่อนเตรียมนำองค์ความรู้ด้านโภชนาการสำหรับนักกีฬามาต่อยอดสู่ผู้บริโภคทั่วไป และล่าสุดอายิโนโมโต๊ะได้นำโครงการนี้เข้าร่วมในเอเชียนเกมส์ 2026

 

2.ขยาย “มีสุข” ไปสู่ความสะดวกและประสบการณ์

กลยุทธ์ที่สองคือการขยายความหมายของ Live Well จากสุขภาพ ไปสู่ความสะดวก ความเพลิดเพลิน และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

ในกลุ่มกาแฟ เบอร์ดี้ในปีที่ผ่านมามีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ เปิดตัวรสชาติใหม่ และสื่อสารเรื่อง Good Moments เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

 

ส่วนตลาดอาหารแช่แข็ง ขยายแบรนด์ “อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม” ผ่านการนำเสนออาหารญี่ปุ่นแช่แข็งพร้อมรับประทาน เจาะกลุ่มครัวเรือนและคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวก แต่ยังให้ความสำคัญกับรสชาติและคุณภาพ

 

ซึ่งธุรกิจอาหารพร้อมรับประทานและอาหารแช่แข็งถูกวางเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์การเติบโต โดยบริษัทคาดหวังให้เติบโตในระดับเลขสองหลักเช่นกัน

 

อีกทั้งอายิโนะโมะโต๊ะยังเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคผ่านกิจกรรมอย่าง Ajinomoto Amino Museum ซึ่งนำเรื่องโภชนาการ ศิลปะ และประสบการณ์เสมือนจริงมาเชื่อมเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้ AminoScience เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น

 

3.ขยายจากผู้ขายสินค้า สู่พันธมิตรร้านอาหาร

ภายใต้แนวคิดมีสุขอายิโนโมโต๊ะได้ต่อยอดไปยังพันธมิตรร้านอาหารด้วยการเปิดตัว “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” เพื่อยกระดับจากผู้ขายเครื่องปรุง ไปสู่พันธมิตรด้านโซลูชันสำหรับร้านอาหารและสตรีทฟู้ด

 

อายิโนะโมะโต๊ะให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยมีร้านอาหารประมาณ 7 แสน -1 ล้านแห่ง ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของมื้ออาหารคนไทยมาจากการซื้ออาหาร ทั้งการรับประทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และสั่งผ่านเดลิเวอรี

 

แต่ผู้ประกอบการต้องเผชิญทั้งต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน ขั้นตอนการเตรียมอาหาร และการรักษารสชาติให้คงที่ อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน จึงถูกวางให้เป็นโซลูชั่นที่ช่วยร้านอาหารลดขั้นตอน ประหยัดเวลา ควบคุมต้นทุน และรักษามาตรฐานรสชาติ ผ่านผงปรุงรสที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะร้านอาหารพร้อมแบ่งปันความรู้และสร้างดิจิทัลคอมมูนิตี้สำหรับผู้ประกอบการ เพื่อเป้าหมายคือการทำให้อายิโนะโมะโต๊ะเป็นพันธมิตรด้านโซลูชันอาหารอันดับแรกในใจเจ้าของร้านอาหารไทย

 

ส่วนจากนี้ต่อไปโจทย์ของอายิโนะโมโต๊ะจึงไม่ใช่เพียงการสร้างตลาดใหม่ แต่คือการเปลี่ยนภาพจำของอายิโนะโมะโต๊ะ จากแบรนด์ที่อยู่ในครัว ให้กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในทุกช่วงของการดูแลสุขภาพ

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *