Mountain Dew

ถ้าแบรนด์น้ำอัดลมอยากทำแคมเปญฉลองประวัติศาสตร์ตัวเอง หลายแบรนด์อาจเลือกทำแพ็กเกจจิ้งย้อนยุค ออกโฆษณาเล่าความเป็นมา หรือจัดโปรโมชันลดราคาแบบทั่วไป

 

แต่ Mountain Dew เลือกทำสิ่งที่สะดุดกว่านั้นมาก ด้วยการขายกระป๋องลิมิเต็ดในราคาเพียง 5 เซ็นต์ หรือราคาไม่ถึง 2 บาท ผ่าน TikTok Shop เริ่มวันที่ 29 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา

 

ฟังดูเหมือนแคมเปญลดราคา แต่จริง ๆ แล้วนี่คือการเอา “ราคา” มาใช้เป็นสื่อเล่าเรื่อง

 

เพราะ Mountain Dew ประกาศว่ากระป๋องรุ่นนี้จะปล่อยในรูปแบบลิมิเต็ดจำนวน 1,948 ชุด ประกอบด้วย กระป๋องที่ระลึก 1 กระป๋อง และ Mountain Dew ขนาดมินิอีก 10 กระป๋อง เพื่อสื่อถึงปี 1948 ซึ่งเป็นปีเกิดของแบรนด์ โดยแต่ละชุดมีทั้งกระป๋อง commemorative can และ Mountain Dew mini cans แบบ 10 แพ็ก วางขายเฉพาะบน TikTok Shop ในสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 29 มิถุนายน, 30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคม 2026 จำกัด 1 ชุดต่อคน

 

เหตุผลที่ Mountain Dew ตั้งราคาขายเพียง 5 เซ็นต์ เพราะต้องการพาคนย้อนกลับไปสู่รากของแบรนด์ แคมเปญนี้ต่อยอดจากแพลตฟอร์ม “American Original – Tasting Great Since ’48” ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้น เพื่อเล่าเรื่องต้นกำเนิดของ Mountain Dew ในเทนเนสซี และภาพจำของแบรนด์ในฐานะเครื่องดื่มซิตรัสที่มีความดิบ กล้า และแตกต่าง

 

และยังเป็นหนึ่งใน “ตั๋วย้อนเวลา” ให้แฟนแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า Nostalgia Commerce หรือการเปลี่ยนความทรงจำให้กลายเป็นการซื้อขายจริง ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อเพราะต้องการน้ำอัดลมราคาถูกอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะรู้สึกว่าได้ถือชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แบรนด์ ยิ่งจำนวนมีจำกัด ยิ่งทำให้สินค้าเล็ก ๆ กลายเป็นของสะสมทันที

 

เนื่องจากตัวเลขราคา และจำนวนชุดของแคมเปญนี้มีความหมาย เพราะราคา 5 เซ็นต์ เป็นราคาเท่ากับราคาที่ Mountain Dew วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก และจำนวน 1,948 ชุด เป็นราคาของปีที่จัดจำหน่ายเป็นครั้งแรก

 

ส่วนช่องทางขาย TikTok Shop มีอิทธิพลมากกว่าร้านค้าออนไลน์ แต่เป็นพื้นที่ที่ข่าวการวางสินค้า การรีวิว การกดซื้อ และการแชร์เกิดขึ้นในระบบเดียวกัน เพื่อสร้าง Engagement และการจดจำให้กับแบรนด์ได้ในพร้อมๆ กัน

 

นอกจากนี้ Mountain Dew ใช้กลยุทธ์ “ความขาดแคลน” ในการสร้างกระแส ด้วยการเปิดให้ ซื้อเพียง 1,948 ชุด แบ่งขายเป็นเวลา 3 วันทำให้คนจ้องอยู่กับเวลาการเปิดขาย เพราะถ้าช้าเพียงเสี้ยววินาที โอกาสในการเป็นเจ้าของจะหมดไป และความขาดแคลนนี้เองยังสามารถสร้างกระแสและการพูดถึงในโลกโซเชียลได้ตลอด 3 วันหลังจากเปิดขาย และเมื่อได้รับสินค้าเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับธุรกิจไทย เคสนี้นำไปประยุกต์ได้หลายแบบ แบรนด์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานอาจทำสินค้าราคาพิเศษตามปีที่ก่อตั้ง ร้านอาหารอาจทำเมนูราคาแรกเริ่มของร้านแบบจำกัดจำนวน หรือแบรนด์ท้องถิ่นอาจนำแพ็กเกจจิ้งยุคแรกกลับมาในรูปแบบสะสม แต่หัวใจสำคัญคือ ต้องไม่ใช่แค่ “ถูก” ต้องมีเรื่องให้คนอยากเล่า

 

เพราะในยุคนี้ แบรนด์ไม่ได้ชนะด้วยการทำให้คนซื้ออย่างเดียว แต่ชนะด้วยการทำให้คนรู้สึกว่า “ฉันต้องเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง”

 

แล้วถ้าเป็นแบรนด์ไทย คุณคิดว่าสินค้าอะไรควรถูกนำกลับมาขายใน “ราคาแห่งความทรงจำ” แบบนี้บ้าง?

 

 

Talk About Market FYI

Mountain Dew ถือกำเนิดขึ้นในแถบหุบเขาของรัฐเทนเนสซี วางขายครั้งแรกในปี 1948 โดยสองพี่น้องตระกูลฮาร์ตแมน (Hartman) ซึ่งจุดเริ่มต้นของ Mountain Dew มาจากความตั้งใจคิดค้นน้ำอัดลมรสซิตรัสเข้มข้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็น “มิกเซอร์สำหรับผสมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เป็นการส่วนตัว โดยพวกเขาได้หยิบเอาคำสแลงในท้องถิ่นที่ใช้เรียกเหล้าเถื่อนอย่างคำว่า “Mountain Dew” มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ พร้อมดีไซน์ขวดในยุคแรกเป็นธีมคนป่าเพื่อล้อเลียนเรื่องราวเหล้าเถื่อนในชนบท

 

ต่อมาในยุค 1950 แบรนด์ได้มีการพัฒนาสูตรครั้งใหญ่ด้วยการเพิ่มความหวาน อัดรสชาติส้มและมะนาวให้จัดจ้านขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มคาเฟอีนเข้าไป จนกลายเป็นสูตรลับเฉพาะตัวที่สร้างความแตกต่างจากน้ำอัดลมใสทั่วไปในท้องตลาด

และในปี 1964 ยักษ์ใหญ่อย่าง PepsiCo ได้เข้าซื้อกิจการ และทำการล้างภาพลักษณ์เดิมๆ ทิ้งไป แล้วปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานของคนรุ่นใหม่

 

จนในยุค 1990 Mountain Dew ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็นไอคอนของความขบถ ท้าทาย และไร้ขีดจำกัด ผ่านแคมเปญในตำนานอย่าง “Do the Dew” ที่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กบอร์ด กีฬาเอกซ์ตรีม (Extreme Sports) รวมถึงกลุ่มเกมเมอร์ทั่วโลก นอกจากนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ด้วยกลยุทธ์การคอลแลบบอเรชัน จนเกิดรสชาติระดับตำนานที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นที่สุดอย่าง “Baja Blast” ที่จับมือทำร่วมกับร้าน Taco Bell ในปี 2004

ส่วนปัจจุบัน Mountain Dew ได้ผสมผสานมรดกทางประวัติศาสตร์เข้ากับโลกยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ โดยการหยิบรากเหง้าปีกำเนิด 1948 กลับมาเล่าใหม่ผ่านกลยุทธ์ Nostalgia Marketing ออกแคมเปญปล่อยกระป๋องที่ระลึกดีไซน์ย้อนยุคในราคาเพียง 5 เซนต์ ซึ่งเป็นราคาดั้งเดิมในอดีต แต่เลือกทำการตลาดและขายเอกซ์คลูซีฟผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซอย่าง TikTok Shop เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *