Mars Pringles - 1

วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่จังหวัดชลบุรี หลังใช้งบลงทุนมากกว่า 7,000 ล้านบาท พร้อมกับเริ่มเดินสายการผลิตที่ 2 และวางแผนเพิ่มสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาดต่างประเทศ

 

แต่หากย้อนกลับไป โรงงานแห่งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจาก Mars เพราะโครงการโรงงานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 โดย Kellanova ซึ่งเป็นเจ้าของ Pringles ในขณะนั้น โดยวางโรงงานขนาด 73,800 ตารางเมตรในจังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต Pringles สำหรับตลาดเอเชียแปซิฟิก และเริ่มเฟสแรกในปี 2568

 

ซึ่งการสร้างโรงงาน Pringles ในไทยเป็นช่วงเวลาก่อนที่ Mars จะประกาศซื้อ Kellanova ในเดือนสิงหาคม 2567 และปิดดีลอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ทำให้ Pringles รวมถึงโรงงานแห่งนี้เข้ามาอยู่ภายใต้ธุรกิจ Mars Snacking

 

ทำให้หลังการเข้าซื้อกิจการ Mars เดินหน้าขยายบทบาทของโรงงานในประเทศไทย โดยเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พร้อมเดินเครื่องสายการผลิตที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการส่งออก และมีแผนเปิดสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี 2570 เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวของตลาดเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

 

ซึ่งการซื้อ Kellanova ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ Mars ในการขยายจากธุรกิจขนมหวานและช็อกโกแลต ไปสู่ตลาด Snacking ที่กว้างขึ้นจากเดิม

เพราะการซื้อ Kellanova ช่วยให้ Mars ขยายพอร์ตธุรกิจ Snacking ไปยังหมวดสินค้า ตลาด และกลุ่มผู้บริโภคใหม่ ๆ ผ่านแบรนด์ของ Kellanova เช่น Pringles, Cheez-It, Pop-Tarts และ RXBAR

 

โดยเฉพาะ Pringles และ Cheez-It ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สร้างรายได้ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเข้ามาเสริมพอร์ตเดิมของ Mars ที่มีแบรนด์ขนมอย่าง M&M’s, Snickers, Twix และ Skittles

 

และการเข้าซื้อ Kellanova ยังเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการ เพิ่มขนาดธุรกิจ Mars Snacking เป็นสองเท่าภายในทศวรรษข้างหน้า พร้อมเปิดทางให้ Mars เข้าแข่งขันในหมวดขนมขบเคี้ยวใหม่ ๆ และเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศต่างๆ

 

สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจในฐานการผลิต Pringles สามารถมองได้จากหลายปัจจัย ได้แก่

 

1.ไทยเป็นหนึ่งในฐานผลิตใหม่ที่ถูกเลือกเพื่อรองรับการเติบโตของ Pringles

ประเทศไทยเป็น หนึ่งในสองประเทศ ร่วมกับเม็กซิโก ที่ Kellanova เลือกเพิ่มเป็นฐานการผลิต Pringles แห่งใหม่ จากเดิมที่ Pringles มีฐานการผลิตกระจายอยู่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เบลเยียม โปแลนด์ มาเลเซีย และบราซิลก่อนที่จะถูก Mars เข้าซื้อกิจการ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นในหลายภูมิภาค

 

2.ทำเลชลบุรีเชื่อมการผลิตกับตลาดต่างประเทศได้

โรงงาน Pringles ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ภายใน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศ

 

ทำให้ประเทศไทยสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในฐานะ ฐานการผลิตและฐานส่งออก โดยปัจจุบันโรงงานไทยผลิต Pringles ส่งออกไปยังอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน และมีเป้าหมายรองรับตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ในอนาคต

 

3. Supply Chain ภายในประเทศที่รองรับการผลิต

Mars ให้ข้อมูลส่าปัจจุบันเกือบ 50% ของงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างของโรงงาน Pringles ในจังหวัดชลบุรีมาจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศไทย ขณะที่โรงงานสร้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่งในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน ทำให้โรงงาน Pringles สามารถเชื่อมโยงการดำเนินงานเข้ากับผู้ประกอบการในประเทศได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการพัฒนาไทยให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกของ Pringles ในระยะยาว

 

4.โรงงานไทยถูกวางให้สามารถเพิ่ม Capacity ได้ต่อเนื่อง

โรงงาน Pringles ในชลบุรียังถูกพัฒนาในลักษณะ Smart Factory ใช้ระบบดิจิทัลติดตามสายการผลิตแบบ Real Time ตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องจักร และนำข้อมูลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมกับการรองรับ Product Mix และรสชาติที่แตกต่างกันตามความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

 

5.ไทยเป็นตลาดขนมขบเคี้ยวขนาดใหญ่ แต่การแข่งขันสูง

ประเทศไทยเป็นตลาดขนมขบเคี้ยวขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันระหว่างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก KResearch พบว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 49,550 ล้านบาท เติบโต 1.5% โดยกลุ่มขนมขบเคี้ยวรสเค็มหรือเผ็ด ซึ่งรวมมันฝรั่งทอดกรอบและขนมขึ้นรูป เป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 51% ของตลาดรวม คิดเป็นมูลค่า 25,100 ล้านบาท

 

โดยตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย มีการเติบโต บนการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ทั้งการออกรสชาติใหม่ การพัฒนาสินค้า และการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษาฐานผู้บริโภค

 

สำหรับ Pringles การมีฐานการผลิตในประเทศไทยจึงเป็นโอกาสในการรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *