ในวันนี้ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ YouTube นำเครือข่าย True5G มาผสานกับ YouTube Premium คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ เปิดตัวแคมเปญ “ทรู ดู MARATHON” เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชม YouTube รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าทรูและดีแทค
โดยการจับมือครั้งนี้ เป็นการนำคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟจาก 5 ครีเอเตอร์ ได้แก่ เทพลีลา รับทราบ OHANA เสือร้องไห้ และ Go Went Go มาเชื่อมต่อเป็นคอนเทนต์เดียวกันนำเสนอผ่านความยาว 21 ชั่วโมง ที่มาพร้อมแพ็คเกจ YouTube Premium เริ่มต้น 139 บาทต่อเดือน
พร้อมขยายจากการรับชมบนหน้าจอไปสู่กิจกรรม Marathon Cinema Challenge @ Major Cineplex ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา (หาดใหญ่)
การที่ทรูจับมือกับ YouTube ในครั้งนี้นอกเหนือจากการนำเสนอแพ็คเกจแล้ว Talk About Market มองว่ามีเหตุผลที่น่าสนใจ 3 ประการ ได้แก่
1.เปลี่ยนการแข่งขันจาก ใครเร็วกว่า เป็น ใครเติมเต็มประสบการณ์ให้ลูกค้าได้มากกว่า
การแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมไม่ได้แข่งขันเพียงการมีคลื่นความถี่ที่มากกว่า ครอบคลุมกว่า หรือบริการ 5G เท่านั้น แต่ยังแข่งขันกันเรื่องการสร้างคุณค่า ประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่านบริการต่างๆ ให้ลูกค้าสัมผัสได้จริง
การจับมือกับ YouTube จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ทรูนำคุณภาพเครือข่ายมาเชื่อมกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เพราะ YouTube เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ลูกค้าทรูและดีแทคใช้งานในสัดส่วนมากถึง 64% และมีปริมาณการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 6.3 GB ต่อคนต่อเดือน และทรูได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้งาน YouTube ผ่านเครือข่ายเป็น 80% ในอนาคต
ทำให้ทรูได้มอง YouTube เป้นหนึ่งบริการที่สร้างจุดแตกต่างในการให้บริการ พร้อมกับการเป็นหนึ่งในตัวแทนในการสื่อสารถึงบริการ 5G ที่มีความเร็วที่สามารถเสพสื่อคอนเทนต์วิดีโอได้อย่างลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง
2.ขยายรายได้จาก ค่าเน็ต ไปสู่บริการเสริม และอื่นๆ
การร่วมมือครั้งนี้ทรูได้จัดทำ ทรู ดู MARATHON ผ่านกลุ่มครีเอเตอร์ทั้ง 5 มีฐานผู้ติดตามใน YouTube จำนวนมาก เช่น เทพลีลา มีผู้ติดตาม 2.55 ล้านราย,รับทราบ 1.71 ล้านราย OHANA 8.34 ล้านราน, เสือร้องไห้ 3.38 ล้านราย และ Go Went Go 1.95 ล้านราย ซึ่งเป็นหนึ่งในพลังในการดึงดูดผู้ติดตามให้กลายเป็นลูกค้าทรูอีกทางหนึ่ง
และทรูยังได้นำ YouTube Premium เข้ามาเป็นบริการเสริมสำหรับลูกค้าทรูและดีแทค เริ่มต้น 139 บาทต่อเดือนในช่วง 3 เดือนแรก ก่อนเป็น 159 บาทต่อเดือน ซึ่งทำให้ทรูสามารถสร้างรายได้จากบริการเสริม YouTube Premium เพิ่มเติมจากค่าบริการแพ็คเกจมือถือ
และพฤติกรรมการดู YouTube ไม่ได้จำกัดอยู่บนสมาร์ทโฟน เพราะผู้ชมสามารถรับชมต่อเนื่องบนทีวีและอุปกรณ์หน้าจออื่นๆ ได้ ทำให้ความร่วมมือนี้สามารถเชื่อมโยงได้ทั้งบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านของทรูได้ด้วยเช่นกัน
3.ขยับจากผู้ให้บริการเครือข่าย สู่การเชื่อม Content–Creator–Community
การจับมือกับ YouTube ยังเป็นหนึ่งในแนวทางในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการเครือข่าย ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Ecosystem มากขึ้น ผ่านคอนเทนต์ ทรู ดู MARATHON ที่ดึงครีเอเตอร์ 5 ช่องที่มีรูปแบบคอนเทนต์และฐานผู้ติดตามแตกต่างกันมาพัฒนาคอนเทนต์ร่วมกัน และการจัดกิจกรรมออฟไลน์ที่ Major Cineplex ใน 4 จังหวัด เพื่อให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าชม คอนเทนต์ ทรู ดู MARATHON ความยาว 21 ชั่วโมงร่วมกัน
เพราะในวันนี้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต่างมี 5G เหมือนกัน การแข่งขันจึงไม่ได้จบที่ว่า ใครเร็วกว่าแต่อยู่ที่ว่า ใครสามารถเปลี่ยนความเร็วที่มี ให้กลายเป็นประสบการณ์และรายได้ใหม่ได้มากกว่ากัน