Gen AI หรือ Generative AI เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทย ทั้งการค้นหาข้อมูล การเรียน การทำงาน การสร้างคอนเทนต์ และการช่วยตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ
ผลสำรวจ SCB EIC Consumer Survey “When Life Goes Digital เทคโนโลยีดิจิทัลมีผลต่อชีวิตคุณอย่างไร” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,421 คน พบว่า ผู้บริโภคไทย 72% เคยใช้งาน Gen AI สะท้อนว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในกลุ่ม Early Adopters อีกต่อไป แต่เริ่มขยายเข้าสู่ผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้น
เมื่อแบ่งตามความถี่ พบว่า
31% ใช้งาน Gen AI เป็นประจำ
21% ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
20% ใช้น้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง
21% รู้จักแต่ยังไม่เคยใช้
7% ยังไม่รู้จัก Gen AI
โดยกลุ่มที่ใช้งานเป็นประจำมากที่สุดคือ
Gen Z ที่ 46%
Gen Y ที่ 44%
Gen X ที่ 29%
Baby Boomer ที่ 15%
แม้ Baby Boomer ยังใช้งาน AI ในสัดส่วนที่น้อย แต่มี Baby Boomer เพียง 14% ของ Baby Bommer เท่านั้นที่ไม่รู้จัก AI ส่วน 34% รู้จัก Gen AI และยังไม่เคยใช้งาน สะท้อนว่าการเติบโตของ Gen AI ในไทยยังเกิดขึ้นไม่เท่ากันในแต่ละช่วงวัย
นอกจากจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น คนไทยยังไม่ได้ผูกติดกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง โดยผู้บริโภคใช้ Gen AI เฉลี่ยคนละ 2 แอป แบ่งเป็น
ผู้ที่ใช้ 1 แอป 48%
ใช้ 2 แอป 25%
ใช้ 3 แอป 16%
ใช้ 4 แอป 4%
ใช้ตั้งแต่ 5 แอปขึ้นไป 7%
พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคกำลังทดลองใช้ Gen AI หลายแพลตฟอร์ม เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะกับแต่ละงาน
แต่แม้จำนวนผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้น สัดส่วนของคนที่ยอมจ่ายเงินยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก
ผู้ใช้งาน Gen AI ประมาณ 30% จ่ายค่า Subscription ส่วน 69% ยังไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยกลุ่มที่จ่ายเงินส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน
เมื่อแบ่งตามระดับค่าใช้จ่ายเพื่อการใช้งาน Gen AI พบว่า
5% จ่ายต่ำกว่า 100 บาทต่อเดือน
7% จ่ายระหว่าง 100-300 บาท
6% จ่ายระหว่าง 300-500 บาท
11% จ่ายระหว่าง 500-1,000 บาท
1% ใช้จ่าย1,000-1,500 บาท
2% ใช้จ่ายมากกว่า 1,500 บาท
ส่วน 69% ไม่ใด้ใช้จ่ายเพื่อการใช้งาน Gen AI
เหตุผลที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สมัครบริการแบบเสียเงิน มาจากทั้งการเลือกใช้บริการฟรี การใช้งานผ่านบัญชีของบริษัท สถานศึกษา หรือองค์กร รวมถึงผู้บริโภคยังอยู่ระหว่างทดลองและประเมินว่า ประโยชน์ที่ได้รับคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายหรือไม่
อีกทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีแผนคงค่าใช้จ่ายไว้ใกล้เคียงเดิม โดยเฉพาะผู้ที่จ่ายระหว่าง 500-1,000 บาทต่อเดือน ส่วนผู้จ่ายมากกว่า 1,000 บาทมีแนวโน้มลดค่าใช้จ่ายมากกว่ากลุ่มอื่น ทำให้ช่วงราคา 500-1,000 บาทอาจเป็นระดับที่ผู้ใช้มองว่าเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน

นอกจากโจทย์เรื่องราคาแล้ว อีกหนึ่งกำแพงสำคัญของ Gen AI คือความน่าเชื่อถือ
ผลสำรวจพบว่า
39% เชื่อส่วนใหญ่
5% เชื่อมาก
5% ไม่เชื่อเลย
8% ไม่ค่อยเชื่อ
43% เฉยๆ
โดย Gen Y มีแนวโน้มเชื่อถือผลลัพธ์มากกว่ากลุ่มอื่น
นอกจากนี้ระดับความเชื่อถือยังแตกต่างกันตามประเภทของข้อมูล
เรื่องที่ผู้บริโภคเชื่อถือ Gen AI มากที่สุดคือการท่องเที่ยว เพราะ AI สามารถรวบรวม สรุป และเปรียบเทียบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจากหลายแหล่งได้ รองลงมาคือการเรียนและการทำงาน ซึ่ง AI สามารถช่วยค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ และตอบคำถามเพิ่มเติมได้
ถัดมาคือเรื่องอาหาร สุขภาพ และการออกกำลังกาย ซึ่งผู้บริโภคมองว่า Gen AI สามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ได้
แต่ความเชื่อถือเริ่มลดลงเมื่อเป็นเรื่องช้อปปิง เพราะผู้บริโภคยังต้องการดูข้อมูลบนแพลตฟอร์ม E-commerce และรีวิวจาก Influencer ประกอบการตัดสินใจ
ส่วนเรื่องการเงิน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเป็นเรื่องซับซ้อนและมีผลต่อความเสี่ยงทางการเงิน ขณะที่เรื่องที่ได้รับความเชื่อถือต่ำที่สุดคือการดูดวงและเสี่ยงโชค
ภาพนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคเริ่มเข้าใจขอบเขตของ Gen AI โดยมองว่าเหมาะกับการรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ มากกว่าการคาดการณ์เรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูง
ความลังเลดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องความเสี่ยงจาก AI
82% กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
74% กังวลความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล
54% การ Gen AI ไปสร้างข้อมูลหรือเนื้อหาปลอม หรือข้อมูลบิดเบือน
21% กังวลเรื่องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของข้อมูล (โดย Gen Z มีความกังวลเรื่องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของข้อมูล มากที่สุดถึง 38%)
17% กังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในอนาคต (สองกลุ่มหลักที่มีความกังวลสูงสุดได้แก่ Baby Boom 23% และ Gen Z 12%)
8% วิธีการใช้งานมีความซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม ในโลกการทำงาน ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มมองเห็นประโยชน์ของ Gen AI อย่างชัดเจน
ผู้บริโภคมากกว่า 60% มองว่า Gen AI ส่งผลบวกต่อการเรียนและการทำงาน โดยเกือบ 70% เห็นว่า AI ช่วยสร้างไอเดียใหม่ และช่วยลดระยะเวลาการทำงาน ส่วนเกือบ 65% มองว่าช่วยยกระดับคุณภาพงาน
ทำให้ Gen AI จึงเริ่มถูกใช้ตั้งแต่การค้นคว้า สรุปข้อมูล ร่างเนื้อหา วิเคราะห์เบื้องต้น ไปจนถึงต่อยอดความคิดในงานที่ต้องใช้ความสร้างสรรค์หรือประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก
แต่ประโยชน์ด้านการทำงานยังมาพร้อมกับความกังวลเรื่องรายได้และความมั่นคงในอาชีพ
ผู้บริโภค 56% มองว่า Gen AI ยังไม่ได้ช่วยเพิ่มรายได้
14% เห็นว่า AI ส่งผลลบต่อรายได้ เนื่องจากการลดขั้นตอนหรือการใช้ AI ทดแทนงานบางส่วนอาจทำให้รายได้ลดลง
24% มองว่า Gen AI เริ่มส่งผลลบต่อความมั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะ Gen Z ซึ่งแม้จะเป็นกลุ่มที่ใช้ AI สูง แต่ก็รับรู้ถึงผลกระทบด้านรายได้และความมั่นคงในอาชีพมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดแรงงาน ขณะที่ AI เริ่มเข้ามาทำงานในตำแหน่งระดับเริ่มต้นมากขึ้น
เมื่อมองในเชิงธุรกิจ การเติบโตของจำนวนผู้ใช้อาจยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันรายได้ของผู้ให้บริการ Gen AI เพราะผู้บริโภคจำนวนมากยังเลือกใช้ฟรี ทดลองหลายแพลตฟอร์ม และยังไม่เห็นเหตุผลมากพอที่จะผูกมัดตัวเองกับบริการใดบริการหนึ่ง
โจทย์ของผู้ให้บริการจึงไม่ใช่เพียงทำให้คนรู้จักหรือทดลองใช้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าเวอร์ชันเสียเงินให้คุณค่าที่แตกต่างจากเวอร์ชันฟรีอย่างไร ทั้งในด้านคุณภาพ ความรวดเร็ว ความสามารถเฉพาะทาง และความปลอดภัยของข้อมูล
ในเวลาเดียวกัน ธุรกิจที่ต้องการใช้ Gen AI เป็นช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคจำเป็นต้องทำข้อมูลสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และอัปเดตอยู่เสมอ เพราะ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการค้นหา เปรียบเทียบ และสรุปข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
ซึ่งสะท้อนว่า คนไทยไม่ได้อยู่ในช่วงเริ่มรู้จัก Gen AI อีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ช่วงทดลอง เปรียบเทียบ และประเมินความคุ้มค่า