สำหรับคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่น ABC-MART อาจเป็นหนึ่งในร้านที่คุ้นตามากที่สุด ด้วยป้ายสีเหลือง ตัวอักษรสีแดง และร้านที่กระจายอยู่แทบทุกย่านการค้า ตั้งแต่ชิบูย่า ชินจูกุ อุเอโนะ ไปจนถึงศูนย์การค้าและเมืองรองทั่วประเทศ
โดย ABC-MART ถือเป็นเชนร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ที่มีใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยจำนวนสาขาภายใต้แบรนด์ต่างๆ ในเครือ ABC-MART ในประเทศญี่ปุ่นมากถึง 1,115 สาขา (อ้างอิง 31 พฤษภาคม 2026) แบ่งเป็น
ร้าน ABC-MART ในทุกฟอร์แมต ทั้งหมด 997 สาขา
ร้าน Charlotte จำหน่ายรองเท้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับผู้หญิง จำนวน 9 สาขา
ร้าน Outlet จำหน่ายสินค้า Outlet จำนวน 48 สาขา
ร้าน OSHMAN’S จำหน่าย อุปกรณ์กีฬาและไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง จำนวน 24 สาขา
และอื่นๆ จำนวน 37 สาขา
ไม่รวมสาขา 406 สาขาในต่างประเทศต่างประเทศประกอบด้วย
เกาหลีใต้ 325 สาขา
ไต้หวัน 64 สาขา
สหรัฐอเมริกา 7 สาขา
เวียดนาม 6 สาขา
ฟิลิปปินส์ 4 สาขา
พร้อมกับรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี อ้างอิงจาก ABC-MART พบว่าในแต่ละปี มีผลประกอบการตามปีปฏิทินญี่ปุ่น (เริ่ม 1 มีนาคม-28 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป) ดังนี้
2024
รายได้ 344,197 ล้านเยน (ประมาณ 71,100 ล้านบาท )
กำไรสุทธิ 40,009 ล้านเยน (ประมาณ 8,300 ล้านบาท)
2025
รายได้ 372,202 ล้านเยน (ประมาณ 76,900 ล้านบาท)
กำไรสุทธิ 45,358 ล้านเยน (ประมาณ 9,400 ล้านบาท)
2026
รายได้ 378,624 ล้านเยน (ประมาณ 78,200 ล้านบาท)
กำไรสุทธิ 46,346 ล้านเยน (ประมาณ 9,600 ล้านบาท)
คาดการณ์ปี 2027
รายได้ 400,800 ล้านเยน (ประมาณ 82,800 ล้านบาท)
กำไรสุทธิ 46,400 ล้านเยน (ประมาณ 9,600 ล้านบาท)

โดยปิดปี 2026 ภายใต้เครือ ABC-MART มีรายได้การขายจากกลุ่มสินค้าต่างๆ ได้แก่
รองเท้ากีฬา 213,855 ล้านเยน (ประมาณ 44,200 ล้านบาท)
รองเท้าหนังลำลอง (Leather Casual Shoes) 52,022 ล้านเยน (ประมาณ 10,700 ล้านบาท)
รองเท้าเด็ก 31,045 ล้านเยน (ประมาณ 6,400 ล้านบาท)
รองเท้าผู้หญิง 17,415 ล้านเยน (ประมาณ 3,600 ล้านบาท)
รองเท้าแซนดัล 19,729 ล้านเยน (ประมาณ 4,100 ล้านบาท)
รองเท้าทำงาน (Business Shoes) 8,807 ล้านเยน (ประมาณ 1,800 ล้านบาท)
เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกาย 28,771 ล้านเยน (ประมาณ 5,900 ล้านบาท)
อื่นๆ 6,975 ล้านเยน (ประมาณ 1,400 ล้านบาท)
แต่กว่าจะมาเป็น ABC-MART ในวันนี้ ต้นกำเนิดของ ABC-MART ได้เกิดจาก Kokusai Boeki Shoji Inc ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าและจำหน่ายรองเท้ากับสินค้าเครื่องแต่งกายจากต่างประเทศให้ร้านค้าค้าปลีกอื่นๆ โดยมีมาซาฮิโระ มิกิ เป็นผู้ก่อตั้งในปี 1985
จนกระทั้งในปี 1990 มาซาฮิโระ มิกิ ได้เข้าลงเล่นในธุรกิจรีเทล ด้วยการเปิดร้าน ABC-MART จำหน่ายรองเท้าและอื่นๆ ในรูปแบบมัลติแบรนด์ จำนวน 3 สาขาแรกพร้อมกันในย่านอาเมโยโกะ เขตอุเอโนะ โตเกียว พร้อมกับจัดตั้งบริษัท ABC-MART ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนในเวลาต่อมา
ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ ABC-MART ประสบความสำเร็จมาจาก
1.วางตัวเป็น One-stop Shoe Store
ภายในร้านมีตั้งแต่สนีกเกอร์ รองเท้าวิ่ง รองเท้ากีฬา รองเท้าลำลอง รองเท้าทำงาน รองเท้าเด็ก รองเท้าผู้หญิง รองเท้าเอาต์ดอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ดูแลรองเท้า ทำให้กลุ่มเป้าหมายของ ABC-MART ไม่ได้มีเพียงนักสะสมสนีกเกอร์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่นักเรียน วัยทำงาน ครอบครัว นักท่องเที่ยว นักวิ่ง ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการรองเท้าสำหรับเดิน
2.ทำเลและจำนวนสาขา
ABC-MART มีทั้งร้านริมถนน ร้านในย่านการค้า ร้านในอาคารแฟชั่น และร้านในศูนย์การค้า ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องตั้งใจเดินทางไปหาร้าน แต่สามารถพบ ABC-MART ได้ระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน
3.ไม่ใช้ร้านรูปแบบเดียวกับลูกค้าทุกกลุ่ม
ร้าน ABC-MART มีฟอร์แมตที่หลากหลาย ทั้งร้านรูปแบบมาตรฐานทำหน้าที่จับตลาดแมส เน้นรองเท้าหลากหลายประเภทและราคาที่เข้าถึงง่าย , ร้าน ABC-MART SPORTS เน้นรองเท้ากีฬาและสปอร์ตแฟชั่นมากขึ้น และABC-MART GRAND STAGE เป็นร้านขนาดใหญ่ในย่านเมือง เน้นสนีกเกอร์ แฟชั่น สินค้ารุ่นใหม่ รองเท้าหายาก
4.การตลาดผ่านสินค้าเฉพาะร้าน
ABC-MART นำข้อมูลยอดขายจากหน้าร้านจำนวนมาก และความสัมพันธ์กับแบรนด์ ในการพัฒนาสินค้ารุ่น สี หรือรายละเอียดที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้บริโภคญี่ปุ่น รวมถึงทำ Exclusive Model และคอลเลกชันที่จำหน่ายเฉพาะในเครือ ABC-MART
กลยุทธ์นี้ช่วยลดการเปรียบเทียบราคากับร้านคู่แข่ง เพราะสินค้าบางรุ่นไม่สามารถหาได้จากร้านอื่น และยังทำให้ลูกค้ามีเหตุผลกลับมาเยี่ยมชมร้านเพื่อดูสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
5.การผสานหน้าร้านกับออนไลน์
ABC-MART เริ่มผลักดันกลยุทธ์ Omni-channel และเชื่อมอีคอมเมิร์ซเข้ากับหน้าร้านผ่านแอปตั้งแต่ปี 2020 ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้า ตรวจสอบสต๊อก สั่งซื้อออนไลน์ และใช้ร้านเป็นจุดรับสินค้าหรือทดลองรองเท้าได้
สำหรับการขยายต่างประเทศล่าสุด ABC-MART ข้อมูลจาก Nikkei Asia พบว่าได้มีแนวทางในการขยายในตลาดไปยังอาเซียนมากขึ้น โดยเป้าหมายหลักในการขยายสาขาไปยังประเทศใหม่ๆ อย่าง ไทย และ อินโดนีเซีย ซึ่งรายละเอียดยังไม่มีการเปิดเผย
แต่การมายังประเทศไทย Talk About Market มองว่าตลาดไทยเป็นอีกหนึ่งที่มีความท้าทายจากคู่แข่งเดิมที่อยู่ในตลาดอย่าง Supersports, JD Sports, Carnival รวมถึงร้านมัลติแบรนด์และร้านสนีกเกอร์เฉพาะทาง
ทำให้ต้องดูกันต่อไปว่า ABC-MART จะเปิดในไทยเมื่อไร และจะเลือกร้านรูปแบบใดเป็นร้านแรกเพื่อเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของตลาดร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ในไทย