ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเราได้เห็นเครือสหพัฒน์จัดตั้งบริษัทใหม่ที่มีชื่อว่า บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด หรือ EDTH เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนและทรานส์ฟอร์มธุรกิจในเครือสู่ยุคดิจิทัลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับจับมือลงนาม MOU (Memorandum of Understanding) กับองค์กรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวเองสู่การแข่งขันในโลกยุคใหม่
โดยล่าสุด EDTH ได้ลงนาม MOU กับ TrueBusiness, EGG Digital และ SoftBank ร่วมกันจัดตั้งความร่วมมือในรูปแบบ AI Innovation Alliance มีเป้าหมายนำจุดแข็งของแต่ละองค์กรเข้ามาช่วยยกระดับธุรกิจในเครือสหพัฒน์ให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้าและ AI มากขึ้น
เนื่องจากที่ผ่านมาเครือสหพัฒน์ที่มีธุรกิจจำนวนมากกว่า 200-300 บริษัท ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค แฟชั่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงโรงงานและช่องทางจัดจำหน่ายจำนวนมาก การทำให้ธุรกิจทั้งหมดเดินเข้าสู่ดิจิทัลในทิศทางเดียวกัน จึงต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ดาต้า และพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ แทนการปล่อยให้แต่ละบริษัทลงทุนระบบดิจิทัลเองทั้งหมด อาจเกิดการทำงานซ้ำซ้อน ข้อมูลกระจัดกระจาย และขาดภาพรวมในการใช้เทคโนโลยี
การถือกำเนิด AI Innovation Alliance จึงกลายเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่ช่วยผลักดันการใช้ดาต้าและ AI ในธุรกิจของเครือสหพัฒน์
EDTH ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของเครือสหพัฒน์ คอยเชื่อมโจทย์ธุรกิจของบริษัทในเครือเข้ากับเทคโนโลยีและพาร์ตเนอร์
TrueBusiness จะช่วยวางระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น เครือข่าย ระบบคลาวด์ ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ และ IoT สำหรับภาคธุรกิจและโรงงาน
ตัวอย่างที่เริ่มเห็นได้ คือการนำ IoT เข้าไปช่วยตรวจวัดและควบคุมการใช้พลังงานในโรงงาน เช่น อุณหภูมิ การใช้ไฟ และการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนพลังงาน
EGG Digital จะเข้ามาช่วยในมิติของการทำ Data-Driven Marketing และ Customer Insight โดยนำข้อมูลจากแพลตฟอร์มดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และพฤติกรรมผู้บริโภคมาวิเคราะห์ เพื่อให้การออกสินค้าใหม่และการทำแคมเปญการตลาดแม่นยำขึ้น
สำหรับ SoftBank จะเข้ามาเติมความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งในแง่ AI, Cloud, 5G และโซลูชันสำหรับองค์กร เพื่อให้การทรานส์ฟอร์มของสหพัฒน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน แต่สามารถต่อยอดไปสู่โซลูชันที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต เช่น ระบบอัตโนมัติในโรงงาน ระบบพลังงานอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ภายใต้ AI Innovation Alliance จะเข้ามาตอบโจทย์สหพัฒน์ในเรื่องของ
1.เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น
แม้สหพัฒน์จะมีสินค้าอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนมาก แต่โจทย์สำคัญคือผู้บริโภครุ่นใหม่มีพฤติกรรมเปลี่ยนเร็วขึ้น และกระจายตัวอยู่ในหลายแพลตฟอร์มมากขึ้น การมี EGG Digital, TrueBusiness และ SoftBank เข้ามาช่วย จะทำให้สหพัฒน์สามารถใช้ข้อมูลเพื่ออ่านพฤติกรรมผู้บริโภคในระดับภาพรวมได้ดีขึ้น เช่น คนกลุ่มไหนสนใจสินค้าแบบใด พื้นที่ไหนมีโอกาสทางการตลาด ช่องทางไหนเหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท และเทรนด์บนโซเชียลกำลังบอกอะไรกับแบรนด์
2.การพัฒนาสินค้าใหม่เร็วขึ้น
การใช้ดาต้าและ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์เทรนด์ จะทำให้เครือสหพัฒน์สามารถพัฒนาสินค้าใหม่ได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงจากการออกสินค้าที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด จากเดิมการออกสินค้าใหม่อาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหนึ่งปี
3.เพิ่มประสิทธิภาพโรงงานและลดต้นทุน
เครือสหพัฒน์มีฐานการผลิตจำนวนมาก การนำ IoT และ AI เข้าไปใช้ในโรงงานจะช่วยให้มองเห็นข้อมูลการใช้พลังงาน การทำงานของเครื่องจักร และประสิทธิภาพในแต่ละจุดได้ชัดขึ้น เพราะเมื่อเห็นข้อมูลมากขึ้น จะช่วยให้การบริหารต้นทุนก็แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในโรงงานที่ใช้พลังงานสูง ซึ่งการลดค่าไฟและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถือเป็นโจทย์สำคัญของภาคอุตสาหกรรม
4.การตลาดเปลี่ยนจาก Mass Marketing ไปสู่ Data-Driven Marketing
สหพัฒน์มองว่าการทำตลาดในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อสื่อจำนวนมาก แต่ต้องรู้ว่าผู้บริโภคแต่ละกลุ่มสนใจอะไร ควรสื่อสารผ่านช่องทางไหน และควรออกแบบแคมเปญอย่างไรให้เชื่อมกับพฤติกรรมจริง และบทบาทที่ดาต้าและ AI จะเข้ามาช่วยให้การตลาดของสหพัฒน์แม่นยำและทันเวลามากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาสินค้าในเครือสหพัฒน์จำนวนมากเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดมานาน แต่การสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ต้องใช้ความเข้าใจที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ดี นอกจากนี้ EDTH ได้จับมือกับ AWS และ SIS ในรูปแบบ Strategic Collaboration Agreement หรือ SCA เพื่อวางรากฐานด้าน Cloud, Data และ AI ให้กับเครือสหพัฒน์ ก่อนจะต่อยอดด้วยการลงนาม MOU กับ MFEC เพื่อยกระดับเครื่องมือการทำงานของบุคลากร และล่าสุดกับ TrueBusiness, EGG Digital และ SoftBank ในรูปแบบ AI Innovation Alliance เพื่อผลักดันการใช้ดาต้าและ AI กับโจทย์ธุรกิจจริงของเครือสหพัฒน์มากขึ้น
และการเกิดขึ้นของ AI Innovation Alliance จึงอาจเป็นมากกว่าความร่วมมือด้านเทคโนโลยี แต่เป็นสัญญาณว่าสหพัฒน์กำลังพยายามเปลี่ยนจุดแข็งเดิม ทั้งสินค้า โรงงาน ช่องทางขาย และความเข้าใจตลาดไทย ให้เชื่อมเข้ากับดาต้าและ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบใหม่ในยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ใครผลิตเก่งหรือขายเก่งกว่าเดิม แต่ต้องวัดกันที่ใครเข้าใจผู้บริโภคเร็วกว่า ตัดสินใจแม่นกว่า และปรับตัวได้ทันกว่าตลาด