ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการปิดตัวลงของโรงเรียนเอกชนสามัญ
ปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมาจาก “โรงเรียนนานาชาติ” ได้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้ปกครองยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อ เพื่อแลกกับประสบการณ์ด้านภาษา การเรียนรู้ และโอกาสทางการศึกษาให้กับลูกหลาน
ภาพรวมการเติบโตของตลาด โดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยธุรกิจธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ พบว่า ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ดังนี้

มูลค่าดังกล่าวเติบโตควบคู่ไปกับจำนวนโรงเรียนนานาชาติและจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พบว่า
ปี 2563 จำนวนโรงเรียน 220 แห่ง นักเรียน 51,021 คน
ปี 2564 จำนวนโรงเรียน 228 แห่ง นักเรียน 64,434 คน
ปี 2565 จำนวนโรงเรียน 235 แห่ง นักเรียน 69,257 คน
ปี 2566 จำนวนโรงเรียน 242 แห่ง นักเรียน 71,692 คน
ปี 2567 จำนวนโรงเรียน 259 แห่ง นักเรียน 81,057 คน
ปี 2568 จำนวนโรงเรียน 265 แห่ง นักเรียน 82,910 คน
การเติบโตของโรงเรียนนานาชาติมาจาก
1.คนไทยกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงมีจำนวนเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีจำนวนประชากรกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individuals) หรือผู้ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยธุรกิจธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2569 ประเทศไทยจะมีคนในกลุ่มดังกล่าวประมาณ 162,000 คน เติบโตเฉลี่ยราว 11.7% ต่อปี
การขยายตัวของประชากรกลุ่มนี้สะท้อนถึงศักยภาพด้านกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการด้านการศึกษาที่มีคุณภาพสูงมากขึ้นตามไปด้วย และมีคนจำนวนไม่น้อยเลือกให้บุตรหลานเรียนในไทยแทนการส่งไปต่างประเทศ ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกและความใกล้ชิดครอบครัว
ทั้งนี้ กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ รองรับความต้องการของครอบครัวกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว
2.การเข้ามาทำงานในไทยของต่างชาติที่มีศักยภาพสูง
ในประเทศไทยมีชาวต่างชาติที่มีทักษะการทำงานสูงเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว พบว่า
ปี 2563 มีจำนวน 42,500 คน
ปี 2564 จำนวน 43,700 คน
ปี 2565 จำนวน 49,500 คน
ปี 2566 จำนวน 52,000 คน
ปี 2567 จำนวน 60,700 คน
มกราคม–พฤศจิกายน 2568 จำนวน 67,800 คน
กลุ่มนี้ส่วนหนึ่งย้ายมาพร้อมครอบครัว และส่วนใหญ่จะให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติเพื่อลดข้อจำกัดด้านภาษา
3.ความหลากหลายของหลักสูตรการเรียนการสอน
โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยมีหลักสูตรที่หลากหลาย ซึ่งเชิญชวนผู้ปกครองให้ตัดสินใจเลือกให้ลูกหลานเรียนตามหลักสูตรที่ต้องการได้เป็นอย่างดี
อ้างอิงจาก International Schools Association of Thailand เดือนสิงหาคม 2568 พบว่า โรงเรียนนานาชาติในไทยมีหลักสูตรต่าง ๆ แบ่งเป็น
หลักสูตรจากอังกฤษ 50.2%
หลักสูตรอเมริกา 27.6%
หลักสูตรประยุกต์ (IB) 6.9%
หลักสูตรเฉพาะของแต่ละประเทศ 15.3%
อย่างไรก็ดี สำหรับหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติในไทยในปัจจุบันมีกลุ่มโรงเรียนตามหลักสูตรต่าง ๆ เช่น
หลักสูตรอังกฤษ
Bangkok Patana School
Shrewsbury International School Bangkok
Harrow International School Bangkok
St. Andrews International School Bangkok
หลักสูตรสหรัฐอเมริกา
Ruamrudee International School
International School Bangkok
American School of Bangkok
หลักสูตร IB
KIS International School
NIST International School
หลักสูตรเฉพาะประเทศ
Singapore International School of Bangkok
Thai Japanese Association School
Global Indian International School
RIS Swiss Section
Windfield French International School
Korean International School of Bangkok
แต่การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น โรงเรียนจำนวนมากขยายไปยังจังหวัดศักยภาพสูงอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ ระยอง สมุย หรือหัวหิน เช่น
Singapore International School ในเชียงใหม่ ระยอง และภูเก็ต
British International School, Phuket
Ruamrudee International School Phuket
UWC Thailand International School
St. Andrews International School, Green Valley
Prem Tinsulanonda International School
Garden International School, Rayong
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตของโรงเรียนนานาชาติเกิดขึ้นในช่วงที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ของประเทศลดลงต่อเนื่อง และโรงเรียนเอกชนทั่วไปกำลังหดตัว
ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุว่า
ปี 2565 มีโรงเรียนเอกชน 3,758 แห่ง นักเรียน 2,028,669 คน
ปี 2566 ลดเหลือ 3,732 แห่ง นักเรียน 2,004,126 คน
ปี 2567 เหลือ 3,697 แห่ง นักเรียน 1,956,528 คน
ปี 2568 เหลือ 3,658 แห่ง นักเรียน 1,903,855 คน
จะเห็นได้ว่าในเวลา 4 ปี โรงเรียนเอกชนหายไป 100 แห่ง พร้อมจำนวนนักเรียนที่ลดลงกว่า 124,814 คน ซึ่งสิ่งหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดการศึกษาไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ แม้จำนวนเด็กเกิดใหม่ของประเทศจะลดลงต่อเนื่อง แต่ความต้องการด้านการศึกษาที่มีคุณภาพกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีกำลังซื้อและกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ส่งผลให้โรงเรียนนานาชาติยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง