Dyson history

เราอาจจะคุ้นเคยกับภาพเครื่องดูดฝุ่นดีไซน์ล้ำสมัย หรือไดร์เป่าผมราคาหลักหมื่นที่ใคร ๆ ก็อยากได้ แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่ดูหรูหรานี้ คือกองขยะของต้นแบบที่ใช้งานไม่ได้รวมกว่า 5,126 ครั้ง ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในครั้งที่ 5,127 ของ James Dyson นักออกแบบที่หลงใหลในการทดลองวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ กับการผลิตเครื่องดูดฝุ่นสำหรับใช้ตามบ้านระบบไซโคลน ที่ไม่ต้องใช้ถุงเก็บฝุ่น นวัตกรรมแรกของโลก

 

James Dyson เป็นนักออกแบบที่หลงใหลในการทดลองและตั้งคำถามกับ Pain Point รอบตัวอยู่เสมอ ก่อนหน้าการสร้างชื่อจากเครื่องดูดฝุ่น เขาเคยเป็นหนึ่งในทีมออกแบบเรือบรรทุกความเร็วสูง Rotork Sea Truck ที่สามารถแล่นด้วยความเร็ว 50 ไมล์ต่อชั่วโมง (80.47 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และสามารถเกยตื้นจอดได้ในน้ำตื้นหรือชายหาดโดยไม่ต้องพึ่งท่าเรือ

 

ตลอดจนเขายังได้พัฒนานวัตกรรมล้อ Ballbarrow รถเข็นกระบะทรายที่เปลี่ยนล้อแบบดั้งเดิมมาเป็นล้อพลาสติกทรงกลม ที่ช่วยแก้ปัญหาล้อจมโคลนหรือทราย ทำให้การเข็นทำได้ลื่นไหลและมั่นคงมากขึ้น

 

ซึ่งการเกิดขึ้นของ Ballbarrow มาจากความต้องการแก้ Pain Point ในการใช้รถเข็นกระบะทราย ที่ James Dyson เคยมีประสบการณ์ล้อรถเข็นแบบเดิมที่ทำมาจากเหล็กมักขึ้นสนิม จมในดินที่อ่อนนุ่ม และเลี้ยวยากมาก่อน

 

ผลงาน Ballbarrow ของเขาโดดเด่นจนได้ไปออกรายการ Tomorrow’s World ทุกอย่างดูเหมือนเส้นทางนักออกแบบจะราบรื่น

 

แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะความผิดพลาดในการขาย License ทำให้เขาถูกบีบให้ขายนวัตกรรม Ballbarrow ในเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมในเวลาต่อมา

ด้วยความเป็นนักดีไซน์ที่ชอบตั้งคำถามจาก Pain Point ของตัวเองอย่าง James Dyson เขาไม่ได้หยุดแค่เพียงเท่านั้น เพราะในปี 1978 เขาได้เริ่มต้นพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นระบบไซโคลนเป็นครั้งแรก จากความหงุดหงิดที่เครื่องดูดฝุ่นที่ใช้อยู่มีกำลังการดูดที่อ่อนลงเมื่อมีฝุ่นอยู่ในถุงผ้าเป็นจำนวนมาก

 

ซึ่งความหงุดหงิดนี้ถือเป็น Pain Point ของผู้ใช้งานเครื่องดูดฝุ่นที่มีอยู่ในท้องตลาด ที่ต้องใช้ถุงผ้าเพื่อเก็บกักฝุ่น และต้องถอดถุงผ้ามาล้างอยู่เสมอ เมื่อฝุ่นเข้าไปติดในถุงผ้าจำนวนมาก เกิดการอุดตันและทำให้แรงลมในการดูดลดลง หรือต้องเสียเงินซื้อถุงกระดาษเก็บฝุ่นแทนถุงผ้าแบบใช้แล้วทิ้ง

 

James Dyson จึงเริ่มต้นพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นของตนเอง ด้วยการนำเทคโนโลยี “ระบบไซโคลน” ที่ได้ไอเดียมาจากเครื่อง Cyclone Particle Collector เครื่องดูดขนาดใหญ่ที่ใช้ในโรงไม้ ที่ดูดเศษไม้เข้าไปในท่อทรงกรวยลักษณะคว่ำ และใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางทำให้ไม้ที่ดูดผ่านระบบนี้ลงมากองรวมกันบนพื้นได้อย่างง่ายดาย

 

แต่กว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ออกมาสมบูรณ์แบบในปี 1983 ตลอดระยะเวลา 5 ปีในการพัฒนา James Dyson ได้ผ่านการล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 5,126 ครั้ง และการพัฒนาที่ยาวนานนี้ทำให้ภรรยาของเขาต้องเป็นผู้หารายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก

 

นอกจากความท้าทายด้านการพัฒนาแล้ว James Dyson ยังต้องเผชิญอุปสรรคในการขาย License ให้ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศอังกฤษ เนื่องจากบริษัทเครื่องดูดฝุ่นรายใหญ่ในเวลานั้นปฏิเสธนวัตกรรมของเขา เพราะโมเดลธุรกิจของบริษัทเครื่องดูดฝุ่นในเวลานั้นพึ่งพารายได้จากการขายถุงกระดาษเก็บฝุ่นกับผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก

 

ตลอดจนการทำบล็อกสร้างไลน์การผลิตเครื่องดูดฝุ่นใหม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเครื่องดูดฝุ่นรุ่นแรกของ James Dyson ก็ได้ถูกผลิตวางจำหน่ายผ่านบริษัท Kleeneze ซึ่งเป็นบริษัทของอดีตนายจ้างของเขา ภายใต้ชื่อ “Kleeneze Rotork Cyclon 1000A” พร้อมยอดขายที่จำหน่ายได้เพียง 500 เครื่องในขวบปีแรก

 

แทนที่จะถอดใจ James Dyson กลับมองหาตลาดใหม่ ๆ ด้วยการนำ License ไปขายให้กับบริษัทญี่ปุ่นที่ชื่อ Apex Ltd ในปี 1985 พร้อมกับการปรับโฉมสีเครื่องใหม่เข้าทำตลาดในชื่อ G-Force ที่มาพร้อมกับราคาจำหน่ายประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 63,000 บาท) สูงกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบถุงผ้าเกือบสองเท่า

G-Force ถือเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น จากยอดขายที่กลับมาอย่างมหาศาล และในปี 1991 G-Force ยังได้รับรางวัล International Design Fair Prize ในญี่ปุ่น และกลายเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ (Status Symbol) ในตลาดญี่ปุ่นช่วงเวลานั้น

 

จนกระทั่งในปี 1993 James Dyson ได้ก่อตั้งบริษัท Dyson Ltd. ขึ้นมา และผลิตเครื่องดูดฝุ่นระบบดูอัลไซโคลนรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Dyson ชื่อรุ่น DA001 ออกทำตลาดอย่างเป็นทางการ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

แม้ Dyson จะประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดผ่านสินค้ายอดนิยมอย่างเครื่องดูดฝุ่น ไดร์เป่าผม เครื่องฟอกอากาศ และสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศต่าง ๆ มากถึง 65 ประเทศทั่วโลก แต่ระหว่างทางของความสำเร็จนั้น ยังมีนวัตกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า Dyson Battery Electric Vehicle ที่ต้องพับเก็บโครงการลงจากต้นทุนและการแข่งขันที่สูง เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดี เมื่อมองไปที่เส้นทางความล้มเหลวอันยาวนานของ James Dyson ในการพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นในครั้งนั้น แท้จริงแล้วคือรากฐานของความสำเร็จในเวลาต่อมา เพราะทุกครั้งที่ล้มเหลว เขาได้เรียนรู้ ปรับปรุง และต่อยอดจากบทเรียนในอดีต จนกลายเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม

 

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/James_Dysonhttps://themomentum.co/james-dyson-scraps-plans-to-build-electric-car/

https://www.bbc.com/future/article/20130312-failure-is-the-best-medicine

https://www.entrepreneur.com/leadership/how-5127-failures-resulted-in-sir-james-dyson-becoming-a/500127

http://lb.dyson.com/en-LB/community/aboutdyson.aspx

https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2021/dec/04/james-dyson-interview-father-died

https://www.essentialmagazine.com/dyson-symbol-of-a-revolution-in-engineering/

 

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading