ภาพของ Italjet แบรนด์สกู๊ตเตอร์สปอร์ตระดับพรีเมียมจากอิตาลีในประเทศไทย เริ่มมีความชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การตัดสินใจครั้งสำคัญของ Italjet S.p.A. ในการวางรากฐานธุรกิจในไทยผ่านพันธมิตร บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ภายใต้ชื่อ อิตัลเจ็ท (ประเทศไทย)
การบุกตลาดประเทศไทยของ Italjet เกิดจากวิสัยทัศน์ของ Massimo Tartarini ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Italjet S.p.A ที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตของตลาดสกู๊ตเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพ จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสกู๊ตเตอร์ ทั้งในแง่ปริมาณความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับรถในเซกเมนต์ที่หลากหลาย
และ Italjet ถือเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ของสกู๊ตเตอร์ ที่วางตัวเองเป็น “Dragster” ที่ให้ประสบการณ์การขับจากสนามแข่งสู่การขับขี่จริง ผ่านจุดเด่นของนวัตกรรม ดีไซน์ สะท้อนความเป็นอิตาเลียนแบรนด์ พร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คุณภาพ ความทนทาน ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เหมือนงานศิลปะเคลื่อนที่ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย Niche Market บุคคลที่มีไลฟ์สไตล์กล้าที่จะแตกต่างเป็นหลัก
เนื่องจากจุดกำเนิดของ Italjet เริ่มต้นจาก Leopoldo Tartarini ผู้ก่อตั้งแบรนด์ อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ของ Ducati ในยุคทศวรรษ 1950 ซึ่งประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์รายการสำคัญอย่าง Motogiro d’Italia และ Milano-Taranto หลายสมัย
อย่างไรก็ตาม หลังประสบอุบัติเหตุทำให้ Leopoldo Tartarini ต้องยุติเส้นทางนักแข่ง เขาได้เปลี่ยนบทบาทจากนักแข่งสู่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ Italjet รถ Dragster ที่มีดีไซน์และนวัตกรรมที่ถ่ายทอดประสบการณ์จากสนามแข่ง ผสมผสานกับความกะทัดรัด ขับขี่สบายของสกู๊ตเตอร์ เข้าด้วยกัน
ซึ่งแนวคิดที่ว่านี้มาจากประสบการณ์การเดินทางทั่วโลกด้วย Ducati ของ Leopoldo Tartarini ที่ทำให้เขาพบว่า ในเมืองของประเทศต่าง ๆ ยังขาดรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต ที่มีขนาดเล็ก ที่ให้ความคล่องตัวและความสนุกในการขับขี่ในเวลาเดียวกัน
ส่วนปัจจุบัน Italjet อยู่ภายใต้การบริหารของ Massimo Tartarini บุตรชายของ Leopoldo Tartarini ที่เข้ามาสานต่อเจตนารมณ์และ DNA ของแบรนด์ พร้อมกับเคลื่อนแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้น
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Italjet มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ ทั้งในด้านการขยายตลาดและการรับรู้ของผู้บริโภคไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จนสามารถขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายครอบคลุมกว่า 42 ประเทศ ทั้งในเอเชีย รวมถึงอาเซียน อเมริกาใต้ รวมถึงการเปิดตลาดในสหรัฐอเมริกาเพื่อนำเสนอชิ้นงานศิลปะที่ขับขี่ได้ ให้กับลูกค้าของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วโลก
สำหรับในประเทศไทย Italjet ได้เข้าสู่ตลาดครั้งแรกในปี 2025 และ Massimo Tartarini เชื่อมั่นว่า มาเวอร์ริค กรุ๊ป จะพาแบรนด์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จาก DNA และศักยภาพของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ในการบุกตลาดร่วมกัน

โดยมาเวอร์ริค กรุ๊ป ได้วางแนวทางพา Italjet สร้างการเติบโตในตลาดไทยผ่านกลยุทธ์ 4 ประการ ได้แก่
1.เปิดตลาดครั้งแรกผ่าน Dragster 300 เพื่อศึกษากลุ่มลูกค้า
ในปี 2025 มาเวอร์ริค กรุ๊ป ได้นำโมเดล Dragster 300 ซึ่งเป็นรุ่นขนาด 300cc เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ในราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 269,000 บาท
นรวิชญ์ ภทรธนกฤต กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ให้ข้อมูลว่าการเลือก Dragster 300 เข้ามาเปิดตลาดไทยเป็นโมเดลแรก มาจากตลาดสกู๊ตเตอร์เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 300–350cc เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สุดด้วยมูลค่า 24,000 ล้านบาท จากแบรนด์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ทำตลาดในเซกเมนต์นี้
โดย Dragster 300 เริ่มทยอยส่งมอบอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 มียอดส่งมอบถึงมือลูกค้าแล้ว 220 คัน จากจำนวนรถที่กระจายไปยังตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 300 คัน
จำนวนการส่งมอบดังกล่าวทำให้มองเห็นภาพโครงสร้างลูกค้า Italjet ชัดเจนขึ้น โดยพบว่าลูกค้าเป็นกลุ่มที่รู้จักแบรนด์ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 40–50 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจ ที่มีกำลังซื้อ เนื่องจากซื้อด้วยเงินสดเป็นหลัก และลูกค้ากลุ่มนี้นิยมซื้อเพื่อสะสมมากกว่านำไปใช้งาน เพราะมีมากถึง 40–50% ของผู้ถือครอง Dragster 300 เลือกที่จะไม่จดทะเบียนรถ
ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติในสัดส่วนที่สูง โดยกว่า 50% ของผู้ซื้อ Dragster 300 เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งบางรายไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนรถในประเทศไทยได้
2.เปิดตลาดด้วยโมเดลที่ใหญ่ขึ้น สร้างแบรนด์ Italjet ให้อยู่จุดสูงสุด เพื่อภาพลักษณ์ที่ชัดเจน
ในปี 2026 Italjet มีแผนเปิดตัวในตลาดไทยผ่านไลน์อัพใหม่ๆ ที่เน้นไปยังโมเดลรถเครื่องยนต์ขนาดใหญ่
การเปิดตัวของปีนี้ Italjet ได้ส่ง Dragster 700 Twin ขนาดเครื่องยนต์ 697cc เข้ามาจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ด้วยราคา 799,000-989,000 บาท และ Dragster 459 Twin ขนาดเครื่องยนต์ 449cc ที่มีราคาจำหน่าย 499,000 บาท
นอกจากนี้ยังได้นำ Dragster 300 Black Edition ราคา 299,000 บาท เข้ามาเสริมรุ่น Dragster 300 ที่มีอยู่ และมีแผนจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่และเซกเมนต์ใหม่ อาทิ Roadster ในอนาคต
เหตุผลการเปิดตัวรุ่นที่มีเครื่องยนต์และราคาจำหน่ายสูงมากถึง 2 รุ่น มาจากความต้องการของผู้บริหารมาเวอร์ริค กรุ๊ป ในการผลักดันแบรนด์ให้ไปถึงจุดสูงสุด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนก่อนที่จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะเน้นการทำตลาดแมสมากขึ้นในช่วงปี 2570 เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้บริโภคบางกลุ่มเข้าใจผิดว่า Italjet คือรถไฟฟ้า หรือรถแบรนด์จีน
นอกจากการเปิดโมเดลเจาะกลุ่มแมสในปี 2027 Italjet ยังมีแผนเปิด 1–2 โมเดลในทุก ๆ ปี เพื่อสร้างเกมรบในตลาดให้ครอบคลุมหลากเซกเมนต์ในตลาดเพื่อสร้างโอกาสจากการขายที่เพิ่มขึ้น
3.ขยายตัวแทนจำหน่ายและ Service Center
สำหรับการขยายตัวแทนจำหน่าย ในปี 2026 ได้ตั้งเป้าตัวแทนจำหน่ายให้ครบ 12 แห่งตามแผนที่วางไว้ ครอบคลุมหัวเมืองต่าง ๆ โดยจะขยายเพิ่มที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี และภูเก็ต
พร้อมเดินหน้าขยายศูนย์บริการให้ครบ 30 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 15 แห่งทั่วประเทศ โดยแผนการขยาย Service Center ในปีนี้จะมุ่งเน้นไปยังจังหวัดรอง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นด้านการดูแลหลังการขายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการบริหารสต๊อกอะไหล่ที่พร้อมให้บริการได้อย่างรวดเร็ว จากการมีโรงงานประกอบในประเทศไทย
4.เปิดโรงงานผลิต Italjet ในประเทศไทย
Italjet มีแผนเปิดโรงงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายใน 1–2 ปีข้างหน้า โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะถือเป็นโรงงานลำดับที่ 3 ของโลกที่บริษัทลงทุนด้วยตนเอง ต่อจากอิตาลีและจีน
โรงงานในไทยถูกวางบทบาทให้เป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค ด้วยกำลังการผลิตที่คาดการณ์ราว 6,000 คันต่อปี เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ
การลงทุนดังกล่าวถือเป็นการยกระดับการลงทุนของ ในประเทศไทย ที่จากเดิมประเทศไทยเป็นหนึ่งในโรงงานประกอบที่ Italjet มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก
อย่างไรก็ดี การเดินเกมของ Italjet ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงการนำเข้าสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด แต่คือการปักหมุดแบรนด์ให้ชัดเจนในใจผู้บริโภคผ่านจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่ง ก่อนขยายสู่เกมที่ใหญ่กว่าในอนาคต
หากกลยุทธ์นี้เดินได้ตามแผน ไทยอาจไม่ใช่แค่ตลาดปลายทางของ Italjet แต่จะกลายเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของแบรนด์อิตาลีรายนี้ในภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง