แม้เศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ ทั่วโลกมีความผันผวน แต่ “ประเทศไทย” ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นจุดหมายปลายที่สำคัญในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างน่าสนใจ โดยล่าสุด SiteMinder เผยรายงาน Hotel Booking Trends ประจำปี 2568 พบว่าโรงแรมในไทยทำสถิติสุดน่าทึ่งด้วยสัดส่วนการเข้าพักจากชาวต่างชาติที่สูงที่สุดในโลก
จากข้อมูล Hotel Booking Trends ระบุว่า ยอดการจองห้องพักในประเทศไทยปี 2568 มาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงถึง 77% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.14% ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศท่องเที่ยวชั้นนำอื่นๆ เช่น:
อิตาลี: 67%
สเปน: 59%
ฝรั่งเศส: 53%
อินโดนีเซีย: 51%
มาเลเซีย: 49%
สะท้อนให้เห็นว่า แม้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวจะมีการปรับตัวลดลงบ้างตามข้อมูลของ ททท. แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาคือ “ตัวจริง” ที่เลือกใช้บริการโรงแรมในไทยเป็นหลัก
และไม่ใช่แค่จำนวนการจองที่สูงขึ้น จากรายงานยังพบว่าระยะเวลาการเข้าพักก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยประเทศไทยครองแชมป์ระยะเวลาการเข้าพักยาวนานที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) มีสัดส่วนการจอง 2 คืนขึ้นไปเพิ่มเป็น 35% ปัจจัยนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อรายได้ผู้ประกอบการ ทำให้ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ขยับขึ้น 3% มาอยู่ที่ 4,984 บาท โดยเฉพาะในช่วง มกราคม ที่ราคาดีดตัวสูงขึ้นถึง 21% และ ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วง Peak Season ที่มีราคาเฉลี่ยสูงสุดถึง 6,169 บาท จากแรงหนุนของกิจกรรมระดับภูมิภาคอย่าง การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 และการฉลอง 10 ปี เทศกาล Wonderfruit
Talk About Market FYI
ช่องทางการจอง 12 อันดับแรก ที่สร้างรายได้รวมสูงสุดให้กับโรงแรมไทยในปี 2568
1.Booking.com
2.Agoda
3.เว็บไซต์ของโรงแรม (การจองตรง)
4.Expedia Group
5.Trip.com
6.Hotelbeds
7.Goibibo & MakeMyTrip
8.Tiket.com
9.Traveloka
10.WebBeds
11.TBOHolidays
12.DidaTravel
ความน่าสนใจคือแพลตฟอร์มจากอินเดียอย่าง Goibibo & MakeMyTrip พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ด้วยอัตราเติบโตถึง 16% สอดคล้องกับพฤติกรรมชาวอินเดียที่มองไทยเป็นจุดหมายหลัก ขณะที่ตลาดจีนเริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้งผ่านแพลตฟอร์มจัดหาห้องพักแบบ B2B (Business to Business) รายใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง DidaTravel กลับเข้าสู่ 12 อันดับของช่องทางการจองโรงแรมอีกครั้ง