เปิดปี 2569 KFC สร้างสีสันให้ตลาดด้วยแคมเปญ “กระเป๋าบักเก็ตโชคดี” แจกกระเป๋ารูปบักเก็ต ในรูปแบบสุ่ม 4 แบบข้อความ ได้แก่ สมหวัง, แข็งแรง, ร่ำรวย, สำเร็จ ให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อชุดบักเก็ตที่ร่วมรายการในราคาเริ่มต้น 199 บาท เฉพาะวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 10.00–17.00 น. ตั้งแต่วันที่ 5–28 มกราคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
โดยกระเป๋าบักเก็ตโชคดีที่สุ่มแจก KFC ได้ให้อาจารย์กานต์ มุสิกบุญเลิศ (อาจารย์ปุ๊บปั๊บ) พร้อมพนักงาน KFC ร่วมพิธีสวดอวยพร เพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง สุขภาพดี ความรัก และความสำเร็จให้แฟนๆ เริ่มต้นปีอย่างมีพลัง ทั้งจากความอร่อยและโชคลาภในทุกๆ ด้าน
การทำตลาดผ่านแคมเปญ “กระเป๋าบักเก็ตโชคดี” ในครั้งนี้ Talk About Market มองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ KFC สามารถสร้างปรากฏการณ์ทางการตลาดที่น่าสนใจได้ ดังนี้
1.สร้าง Value ที่มากกว่าอาหารผ่าน Muketing
ในช่วงเปิดปีใหม่ วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนไทยคือการเสริมดวงในด้านต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลตั้งแต่ต้นปี ทำให้ KFC นำแนวคิด Muketing ผ่านความโชคดีทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ สมหวัง, แข็งแรง, ร่ำรวย, สำเร็จ ที่ฝังรากอยู่ในสังคมไทย มาเป็นกิมมิกทางการตลาด สร้าง Value ให้กับแบรนด์มากกว่าแค่อาหาร เพราะยังเพิ่มคุณค่าทางจิตใจจากกระเป๋าบักเก็ตโชคดีที่มีคำอวยพรสิริมงคลเพิ่มเติม เมื่อซื้อชุดบักเก็ตในช่วงราคาและเวลาที่กำหนด
2.กระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงเวลา Non Peak Time
KFC กำหนดช่วงเวลาของแคมเปญเฉพาะวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 10.00–17.00 น. ซึ่งเป็นช่วง Non Peak Time ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักไม่นิยมสั่ง KFC มารับประทานมากนัก เพื่อดึงดูดและกระตุ้นการตัดสินใจให้สั่งชุดบักเก็ตที่ร่วมรายการมากขึ้น และช่วยผลักดันยอดขายระยะสั้นในช่วงเวลาดังกล่าว
3.สร้างพฤติกรรม “อยากสะสม” ด้วยกลยุทธ์สุ่ม
ในแคมเปญนี้ KFC ใช้กลวิธีแจกกระเป๋าบักเก็ตโชคดี 4 แบบในรูปแบบสุ่ม เพื่อดึงดูดลูกค้าบางกลุ่มให้กลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะสมให้ครบทั้ง 4 แบบ
4.เปลี่ยนโปรโมชั่นให้กลายเป็นคอนเทนต์ Earned Media ที่ผู้บริโภคร่วมบอกต่อ
แคมเปญกระเป๋าบักเก็ตโชคดีถือเป็นแคมเปญที่มีแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคบอกต่อถึงกระเป๋าที่ได้จากการสุ่มในด้านต่างๆ เช่น การถ่ายรูปกระเป๋า โพสต์ข้อความอวยพรตัวเองรับต้นปีใหม่ การเล่าประสบการณ์ในการสุ่มกระเป๋า การแลกเปลี่ยนกระเป๋าที่ได้ข้อความซ้ำ และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยขยาย Reach ของแคมเปญในเชิง Earned Media และทำให้แบรนด์อยู่ในบทสนทนาบนโซเชียลช่วงต้นปีได้โดยอัตโนมัติ
5.ใช้เมอร์ชานไดซ์เป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนที่
การที่ผู้บริโภคบางกลุ่มนำกระเป๋าที่ได้รับมาใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้กลายเป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ที่พาแบรนด์ KFC ไปปรากฏในสถานที่ต่างๆ ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ซ้ำๆ และยืดอายุการสื่อสารของแคมเปญให้ยาวนานกว่าช่วงเวลาการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
6.ดึงวัฒนธรรมและความเชื่อไทยมาเชื่อมกับแบรนด์ระดับโลก
การจัดพิธีบวงสรวงโดยอาจารย์ด้านพิธีกรรม และการให้พนักงาน KFC มีส่วนร่วมในพิธี ไม่ได้เป็นเพียงกิมมิกทางการตลาด แต่เป็นการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในรูปแบบ “Localize Brand” ในฐานะแบรนด์ต่างชาติที่เข้าใจ รู้ใจ และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและความรู้สึกของผู้บริโภคไทยในช่วงเวลาสำคัญของปี
เพราะสุดท้ายแล้ว KFC ไม่ได้ขายแค่ไก่ แต่ขาย “ความรู้สึกดีรับต้นปี” ผ่านการตลาดที่ผสมผสานระหว่าง Promotion, Cultural Insight และ Emotional Marketing ได้อย่างลงตัว