เทรนด์ในโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปพร้อมๆ กัน และแบรนด์จะทำอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้
วรินทร์ ทินประภา, Chief Growth Officer, MI GROUP ได้บอกเล่าเรื่องราวของเทรนด์ ผู้บริโภค–สื่อ–เทค พร้อมแนะแนวทางให้นักการตลาดผ่านมุมมองที่น่าสนใจ ดังนี้
เทรนด์ผู้บริโภค
แม้ในวันนี้เทรนด์ของผู้บริโภคถูกขับเคลื่อนด้วย Ageing และ Younger แต่ในโลกของผู้บริโภคยังประกอบด้วยหลาย Gen ที่ซับซ้อน แตกต่างกันไป และการทำ Personalization ยังคงเป็นหนึ่งแนวทางที่นักการตลาดยังต้องนำมาใช้ในการเข้าถึงผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
MI GROUP มองว่า เทรนด์ของผู้บริโภคในวันนี้ ที่ส่งผลกับนักการตลาดในปี 2569 ประกอบด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่
1.ผู้บริโภคพร้อมจ่ายถ้ารู้สึกคุ้ม และมั่นใจ
ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่ามากกว่าราคา เทรนด์นี้ส่งผลให้แบรนด์ต้องนำแวลู่ของสินค้าและบริการที่มีอยู่ ออกมาสื่อสารถึงผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจ และพร้อมจ่ายจากความคุ้มค่าที่แบรนด์มอบให้ผ่านแวลู่ที่มีอยู่
2.Trust ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือ Conversion Driver
การสร้าง Trust ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ไม่ได้เป็นเพียงการทำให้แบรนด์แข็งแรงเท่านั้น เพราะสามารถขับเคลื่อนไปสู่ Conversion ในบริบทต่างๆ ได้
จากผลวิจัยพบว่า 96% ของลูกค้าพร้อมที่จะซื้อซ้ำ ถ้าพบว่ากระบวนการคืนสินค้าของแบรนด์นั้นๆ มีความชัดเจน
56% ของผู้บริโภค เมื่อเลือกสินค้าที่ต้องการลงตะกร้า และพบว่าในขั้นตอนการชำระเงินมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่แอบแฝงเพิ่มขึ้นมา พวกเขาจะยกเลิกการซื้อสินค้านั้นทันที
สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าทุกความชัดเจนส่งผลในหลากหลายมิติที่มากกว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแรง
3.ความง่าย ไม่ซับซ้อน คือพลังของการขายยุคใหม่
ปัจจุบันผู้บริโภคถูก Bombard ด้วยข้อมูลต่างๆ รอบด้าน ทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหาความง่าย ไม่ซับซ้อน และชัดเจน ซึ่งแบรนด์สามารถปิดการขายกับผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยวิธีการลดความซับซ้อนที่ผู้บริโภค Engage กับแบรนด์ในด้านต่างๆ เช่น นำช่องทางการขายที่มีหลากหลาย มาสื่อสารให้เป็นบริบทเดียวกัน เพื่อเกิดความเข้าใจที่ง่าย ลดความสับสนในการตัดสินใจ
เทรนด์สื่อ
วรินทร์ มองว่า ปัจจุบันสื่อได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นช่องทางสื่อสาร สู่การขับเคลื่อนยอดขาย และการตัดสินใจอย่างเต็มรูปแบบ ผ่าน 3 หัวข้อที่น่าสนใจ ประกอบด้วย
1.Video is the Point of Sale
วิดีโอถือเป็นหนึ่งในจุดขายหลักให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า ความท้าทายของแบรนด์คือการทำอย่างไรให้ดึงดูดผู้บริโภคตั้งแต่ 6 วินาทีแรก เพื่อดูคอนเทนต์ต่อไปจนจบ
2.Streaming Consolidation, new opportunity for marketers
Streaming Platform นำกลยุทธ์ดูฟรีมีโฆษณา เข้ามาสร้างฐานผู้บริโภคที่ไม่ต้องการจ่ายค่าบริการ Streaming อย่างต่อเนื่อง และเป็น Opportunity ใหม่ของนักการตลาดในการใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร
เทรนด์นี้ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางให้นักการตลาดต้องมองในเรื่องของ Total Video Strategy มองในทุกแพลตฟอร์ม แทนการมองในเรื่องของ Social-First เพียงอย่างเดียว
3.From Search to AI-Synthesized Answers
ยุคที่ AI เข้ามาทำให้ข้อมูลที่หลากหลายในโลกออนไลน์ ถูก AI เข้าไปค้นหาเพื่อประมวลเป็นคำตอบให้กับคำถามต่างๆ ของผู้บริโภคในรูปแบบ Zero Click และเป็นสิ่งที่แบรนด์ควรศึกษา เพื่อให้ AI เข้ามาค้นหาสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารให้เจอ และส่งไปยังผู้บริโภคที่รับข้อมูลที่ AI เป็นผู้นำเสนอเช่นกัน
เทรนด์เทคโนโลยี
โดยเทรนด์นี้จะประกอบด้วยสองแกนหลัก ได้แก่
1,ยุคของ New Commerce System แพลตฟอร์ม คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ทำงานร่วมกัน
เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ในโลกออนไลน์เข้าเป็น Ecosystem เดียวกันทั้งหมด หน้าที่ของแบรนด์คือทำอย่างไรที่จะทำให้แพลตฟอร์ม คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด
ซึ่งการทำงานนี้จะประกอบด้วยกัน 3 Layer ได้แก่
Layer 1
Platform – Enable Commerce
ทุกแพลตฟอร์มคือจุดเริ่มต้นของการค้นพบและการซื้อ จากโซเชียลแพลตฟอร์มมีการพัฒนาตัวเองเพื่อเกิดการขาย และ Conversion ในด้านต่างๆ ที่ส่งผลกับแบรนด์
เช่น
ติ๊กตอก เน้นความเป็น Shoppertainment มีฟีเจอร์ติดตะกร้าผ่านคอนเทนต์ เพื่อนำไปสู่การปิดการขาย
ยูทูบ แม้ในแพลตฟอร์มยังไม่มี Shopping Cart แต่ทำหน้าที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เพื่อพาไปปิดการขายในแพลตฟอร์มอื่น
เมตา (เฟซบุ๊ก, ไอจี) มีระบบหลังบ้านที่เป็น Generative AI เพื่อให้เกิด Conversion และเมื่อใช้ถูกวิธีจะผลักดันไปสู่การปิดการขาย
ไลน์ เป็น One on One ที่ผู้บริโภคคุยกับเจ้าของแบรนด์โดยตรง ที่สามารถปิดการขายได้เช่นกัน
Layer 2
Content – Trigger Decision
คอนเทนต์เป็นมากกว่าเครื่องมือที่ให้ข้อมูลเท่านั้น เพราะคอนเทนต์ที่ดีสามารถเปลี่ยนการดูของผู้บริโภคเป็นการตัดสินใจซื้อได้
Layer 3
Creator / KOL – Trust & Conversion Engine
การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคต้องการความเชื่อมั่นจากผู้ใช้จริง Creator และ KOL จึงมีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ สร้างการตัดสินใจซื้อ ด้วยการรีวิวในรูปแบบต่างๆ
2.ยุคของการผสาน AI × Brand × Human เข้าด้วยกันเพื่อสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์
หน้าที่ของนักการตลาดคือการทำอย่างไรที่จะเรียนรู้การทำงานของ AI ที่มี Algorithm ค้นหาและนำเสนอข้อมูลกับผู้บริโภค พร้อมกับใช้ความเป็นมนุษย์ในการสื่อสารถึงผู้บริโภคเพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึก ความเชื่อมั่น ความผูกพัน และอื่นๆ ที่ AI ไม่สามารถมอบให้ได้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ดี วรินทร์ มองว่าในวันนี้แบรนด์กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงพร้อมกันทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค สื่อ และเทคโนโลยี พร้อมสรุปแนวทางสั้นๆ ให้กับแบรนด์ดังนี้
1.คุ้มค่า–พิสูจน์ได้–ไม่ซับซ้อน คือมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภค
ภายใต้แนวคิด Value-First, Proof-Driven และ Simplicity-Oriented แบรนด์จึงต้องออกแบบประสบการณ์ที่สร้างความเชื่อใจได้จริง เพราะ Trust คือตัวแปรสำคัญของ Conversion
2.สื่อเปลี่ยนบทบาท จากการสร้างการมองเห็น สู่การขับเคลื่อนการตัดสินใจ
วิดีโอกลายเป็น Point of Sale ขณะที่ AI เข้ามามีบทบาทเป็นด่านแรกของการค้นหาและการเลือกข้อมูลของผู้บริโภค
3.ทุกแพลตฟอร์มกำลังกลายเป็น Commerce Platform
การซื้อเกิดจาก Commerce Ecosystem ที่เชื่อม Platform + Content + Creator เข้าด้วยกัน—แบรนด์จึงต้องวางกลยุทธ์แบบทั้งระบบ ไม่ใช่แยกแพลตฟอร์ม
4.ครีเอเตอร์และ KOL คือ Trust & Conversion Engine ใน Commerce Ecosystem
เปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นความเชื่อมั่น และต่อยอดไปสู่การซื้อจริง
5.การเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องเชื่อม Online Decision กับ Offline Connection
เมื่อ AI เร่งให้การตัดสินใจเกิดเร็วขึ้น ขณะที่ประสบการณ์จริงและความเป็นมนุษย์ยังเป็นหัวใจของความผูกพันระยะยาว ความได้เปรียบของแบรนด์อยู่ที่การออกแบบ Journey โลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว