Screenshot
บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด (หรือ MI GROUP) ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการตลาดและการสื่อสารการตลาดยุคใหม่ เตรียมส่งมอบความปรารถนาดีผ่านความรู้ไปยังนักการตลาด นักสื่อสารการตลาด และผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปี 2569 ผ่านโครงการแบ่งปันองค์ความรู้ MI GROUP Wisdom ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้นำเสนอคอนเซ็ปต์ “The Balance Kit” เครื่องมือประเมินสมดุลการทำการตลาด ที่ช่วยนักการตลาดและ SMEs ขับเคลื่อนยอดขายวันนี้ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าแบรนด์ระยะยาว เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ในยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วกว่าแผนการตลาด
ภวัต เรืองเดชวรชัย, President & CEO, MI GROUP กล่าวว่า “ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน การเติบโตของแบรนด์ไม่ใช่แค่ ‘เร็วพอ’ แต่ต้อง ‘มั่นคงพอ’ ไปพร้อมกัน MI GROUP จึงพัฒนา The Balance Kit – Tree of Growth เพื่อช่วยให้นักการตลาด และผู้ประกอบการได้ทบทวนว่า วันนี้การทำตลาดของแบรนด์กำลังเอนเอียงไปทางผลลัพธ์ระยะสั้นมากเกินไป หรือให้ความสำคัญกับการสร้างพลังระยะยาวมากพอแล้วหรือยัง
เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตที่แท้จริงต้องเกิดจากสมดุลระหว่าง Quick Impact ที่ขับเคลื่อนยอดขาย และการตัดสินใจได้ทันที กับ Lasting Strength ที่สร้างทิศทาง ความเชื่อมั่น และความแข็งแรงของแบรนด์ในระยะยาว นี่คือสิ่งที่ MI GROUP มุ่งมั่นจะสนับสนุนและส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง”
โฆษณาไทยปี 2569 โตต่ำ แต่เม็ดเงินจริงอาจแตะ 1 แสนล้าน จากดิจิทัล–อินฟลูเอนเซอร์
ภวัต เรืองเดชวรชัย, MI GROUP เผยคาดการณ์ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาในไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 86,271 ล้านบาท ทรงตัวกับปี 2568 โดยเติบโตขึ้นเพียง +0.64% จากปัจจัยบวกและลบในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่ยังมีความไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยาก แม้ตัวเลขจะดูไม่เติบโต แต่การขยายตัวของการใช้เม็ดเงินสื่อดิจิทัลนั้นได้มีการคาดการณ์ตัวเลขเม็ดเงินที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้โดยเฉพาะในส่วนงบที่ SMEs ทำการตลาดเอง รวมถึง Influencer Marketing ทำให้ตัวเลขตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาอาจจะแตะถึง 111,603 ล้านบาท
ผู้บริโภค–สื่อ–เทค เปลี่ยนพร้อมกัน
การตลาดปี 2569 ต้องชนะทั้ง “การตัดสินใจ” และ “ความผูกพัน”
นางสาว วรินทร์ ทินประภา, Chief Growth Officer, MI GROUP สรุปทิศทางการตลาดปี 2569 ว่า แบรนด์กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงพร้อมกันทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค สื่อ และเทคโนโลยี โดยนักการตลาดจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้ “ต้องวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบและสมดุล” มากกว่าเดิม ภายใต้ 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- คุ้มค่า–พิสูจน์ได้–ไม่ซับซ้อน คือมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภค
ภายใต้แนวคิด Value-First, Proof-Driven และ Simplicity-Oriented แบรนด์จึงต้องออกแบบประสบการณ์ที่สร้างความเชื่อใจได้จริง เพราะ Trust คือตัวแปรสำคัญของ Conversion
- สื่อเปลี่ยนบทบาท จากการสร้างการมองเห็น สู่การขับเคลื่อนการตัดสินใจ
วิดีโอ กลายเป็น Point of Sale ขณะที่ AI เข้ามามีบทบาทเป็นด่านแรกของการค้นหาและการเลือกข้อมูลของผู้บริโภค
- ทุกแพลตฟอร์มกำลังกลายเป็น Commerce Platform
การซื้อเกิดจาก Commerce Ecosystem ที่เชื่อม Platform + Content + Creator เข้าด้วยกัน—แบรนด์จึงต้องวางกลยุทธ์แบบทั้งระบบ ไม่ใช่แยกแพลตฟอร์ม
- ครีเอเตอร์และ KOL คือ Trust & Conversion Engine ใน Commerce Ecosystem
เปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นความเชื่อมั่น และต่อยอดไปสู่การซื้อจริง
- การเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องเชื่อม Online Decision กับ Offline Connection
เมื่อ AI เร่งให้การตัดสินใจเกิดเร็วขึ้น ขณะที่ประสบการณ์จริงและความเป็นมนุษย์ยังเป็นหัวใจของความผูกพันระยะยาว ความได้เปรียบของแบรนด์ อยู่ที่การออกแบบ Journey โลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
วรินทร์ ทินประภา, กล่าวสรุปว่า “แบรนด์ที่เติบโตในยุค AI ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคหรือแพลตฟอร์มได้ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจทั้ง Commerce Ecosystem และเชื่อม Brand × Human × AI ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ—AI ขับเคลื่อนการตัดสินใจ มนุษย์สร้างความเชื่อใจ และแบรนด์ออกแบบประสบการณ์ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน”
เปิดตัว “The Balance Kit” ของขวัญแห่ง Wisdom สำหรับนักการตลาด และ ผู้ประกอบการไทย
นายพศธร สุขอัมพร – New Business Development – Director, MI GROUP กล่าวว่า โครงการแบ่งปันองค์ความรู้ MI GROUP Wisdom เดินหน้าสู่ปีที่ 5 โดยปีนี้นำเสนอคอนเซ็ปต์ The Balance Kit – Tree of Growth เครื่องมือประเมิน “สมดุลการทำการตลาด” ที่ช่วยนักการตลาดและ SMEs ทบทวนการทำงานตลอดปีที่ผ่านมา ผ่าน 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 : เลือก “ระยะการเติบโตของแบรนด์” จาก 4 ระยะ 1. แบรนด์ใหม่ 2. แบรน์ที่กำลังเติบโต 3. แบรนด์ผู้นำ และ 4. แบรนด์เฉพาะกลุ่ม
ขั้นตอนที่ 2 : ประเมินกิจกรรมทางการตลาดในปีที่ผ่านมา ผ่านโมเดล APEC: Awareness – Perception – Engagement – Conversion เพื่อค้นหา “จุดแข็ง–จุดเสี่ยง” และแนวทางการเติบโตที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของแบรนด์
ขั้นตอนที่ 3 : ระบบคำนวณและสรุปผลประเมินสถานะของแบรนด์ในปัจจุบัน พร้อมข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์จากทีม MI Wisdom
“เราอยากให้ The Balance Kit เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนเชิงกลยุทธ์ช่วงสิ้นปี และเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักการตลาด และ SMEs วางแผนได้อย่างทันสถานการณ์ เราตั้งใจออกแบบให้ใช้งานได้ในไม่กี่ขั้นตอนเพื่อสรุปภาพการทำงานตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมข้อเสนอแนะที่นำไปต่อยอดเป็นแนวทางในการสร้างสมดุลในปี 2569 และยังตอบคำถามสำคัญว่าแบรนด์ของคุณกำลัง ‘โตเร็วพอ’ และ ‘ลึกพอ’ หรือไม่” กล่าวสรุปจากพศธร สุขอัมพร
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมทำแบบประเมิน The Balance Kit ได้ที่ https://balance.migroup.agency/