หลังโควิด บทสนทนาเรื่อง “บ้านหลังใหม่” ของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่คนอาจมองหาแบบบ้านหรือทำเลที่ถูกใจ กลายเป็นยุคที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับ “คุณภาพโครงการ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์” มากกว่าเหตุผลด้านความสวยงาม
โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงทำให้หลายอาคารสั่นไหว แต่ยังทำให้ “ความกังวลเรื่องโครงสร้างบ้านและคอนโด” สั่นคลอนอย่างแท้จริง ผู้ซื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะ Baby Boomer และ Gen X หันกลับมาพิจารณาโครงการอย่างเข้มข้น ตั้งแต่โครงสร้าง ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงวิธีรับมือของแบรนด์ในช่วงวิกฤต
ในงาน TerraHint Brand Series 2025 สุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด ได้เผยผลสำรวจ Consumer Insight: เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านมุมมอง Wellness-Centric เพื่อสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พบว่า วันนี้พฤติกรรมและทัศนคติของผู้บริโภคในการเลือกซื้อบ้าน มีดังนี้
บ้านเดี่ยว
ผู้ที่เลือกซื้อ
-71% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง
-ส่วนใหญ่เป็นคู่รักและครอบครัว (มีบุตร/วางแผนมีบุตร)
-ปัจจัยขับเคลื่อนในการตัดสินใจสูงสุด
ความปลอดภัย
-สภาพแวดล้อมของเพื่อนบ้าน
-คุณภาพวัสดุ
ความสนใจเนื้อหาในโซเชียลมีเดีย
-สนใจเรื่องการปรับปรุงบ้านมากกว่ากลุ่มอื่น
ในมุมมองของ Wellness บ้านเดี่ยวถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่ให้ “Wellness ก่อน Luxury” เพราะรูปแบบบ้านเอื้อต่อความเป็นส่วนตัว ความสงบ และความผูกพันในครอบครัว ทำให้ตอบโจทย์ทั้งผู้สูงวัยและครอบครัวรุ่นใหม่ โดยผู้ซื้อให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้
ด้านจิตวิญญาณ
-สวนส่วนตัว ช่วยให้เชื่อมต่อธรรมชาติและค้นหาความสงบ
ด้านสังคม
-พื้นที่ส่วนกลางให้สมาชิกได้ใช้เวลาร่วมกัน
-สวนในบ้านเสริมความผูกพัน
ด้านจิตใจ
-มุมเติมพลัง
-กลิ่นหอมในบ้าน
-เพื่อนบ้านที่เป็นมิตร
ด้านร่างกาย
-Healthcare ที่ออกแบบให้ดูแลง่าย
-ฟิตเนส & สปา
-Universal Design สำหรับผู้สูงอายุ
สำหรับพฤติกรรมการเยี่ยมชมโครงการ ผู้ซื้อคาดหวังบริการแบบพรีเมียม พนักงานขายต้องสุภาพ จำชื่อได้ และตอบได้ลึกถึงแปลน ทิศ แสง Ventilation รวมถึงฮวงจุ้ย เพราะ “บริการดี = คุณภาพบ้านดี” ในมุมมองของผู้ซื้อ
ทาวน์โฮม
ผู้ที่เลือกซื้อ
-61% มีสถานะโสด
-ปัจจัยขับเคลื่อนในการตัดสินใจสูงสุด
-ความปลอดภัย
-ใกล้ BTS/MRT
-พื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโด
ความสนใจในโซเชียลมีเดีย
-สนใจสุขภาพและสวัสดิการการแพทย์มากกว่ากลุ่มอื่น
ในด้าน Wellness ทาวน์โฮมเป็นที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า แต่ยังต้องการฟังก์ชันสุขภาพที่ใช้งานได้จริง ทำให้ Wellness กลายเป็น “คุณค่าที่คุ้มราคา” มากกว่าจะเป็นเรื่องหรูหรา
ด้านจิตวิญญาณ
-สวนส่วนกลางสำหรับสัมผัสธรรมชาติ
ด้านสังคม
-พื้นที่ส่วนกลางใช้งานร่วมกัน
-Family Connection เพิ่มความใกล้ชิดในบ้าน
ด้านจิตใจ
-สภาพแวดล้อมสงบ
-เพื่อนบ้านที่เป็นมิตร
ด้านร่างกาย
-Healthcare สำหรับผู้สูงอายุ
-ฟิตเนส & สปา
สำหรับการตัดสินใจเลือกโครงการผู้ซื้อทาวน์โฮมต้องการข้อมูลโปร่งใส ชัดเจน ตรงไปตรงมา พวกเขา “ไม่ต้องการบริการหรู แต่ต้องการความเชื่อใจ”
คอนโดมิเนียม
ผู้ที่เลือกซื้อ
-58% เป็นนักลงทุน
-58% เป็นผู้เช่า
-คอนโดเป็นตลาดยอดนิยมในกลุ่มรายได้สูง
ปัจจัยขับเคลื่อนในการตัดสินใจสูงสุด
-ใกล้ BTS/MRT
-ความปลอดภัย
-ราคา
-ชื่อเสียงและภาพลักษณ์แบรนด์
ความสนใจในโซเชียล
-สนใจเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด
ในด้าน Wellness มีความแตกต่างตามเจเนอเรชันอย่างชัดเจน เช่น Gen X / Gen Y ต้องการความหรูหราและความสะดวก ,Baby Boomers ให้ความสำคัญสูงกับสุขภาพและความปลอดภัย ที่สามารถสรุปออกเป็นภาพรวมได้ดีงนี้
ด้านจิตวิญญาณ
-วิวธรรมชาติ/แม่น้ำ
-ห้อง Spiritual Room
ด้านสังคม
-เพื่อนบ้าน ชุมชนที่เอื้อการอยู่อาศัย
ด้านจิตใจ
-มุมสงบสำหรับทำสมาธิ
-ความปลอดภัยและความสงบ
-พื้นที่สันทนาการ
ด้านร่างกาย
-Healthcare Facility
-ฟิตเนส & สปา
-Universal Design
การตัดสินใจเลือกโครงการในวันที่เยี่ยมชมผู้ซื้อคอนโดต้องการข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่ประตู ไม่ต้องการถูกเร่งปิดการขาย ต้องการคำอธิบายแบบมืออาชีพ
ความแตกต่างตามเจเนอเรชัน
ซึ่งถ้ามองลึกลงไปในแต่และ Generation พฤติกรรมและทัศนคติในการตัดสินใจซื้อบ้านมีความแตกต่างกัน ดังนี้
Gen Y: ซื้อเพื่อ “ใช้จริง” ไม่ใช่แค่ภาพฝัน
-ต้องการเข้าอยู่ได้ทันที
-ราคาเอื้อมถึง
-พื้นที่คุ้มค่า
-สิ่งแวดล้อมดีแบบเข้าถึงได้
Gen X: ผู้ซื้อที่ “จริงจังที่สุด”
-ตรวจละเอียดทุกอย่าง
-โครงสร้าง วัสดุ ความโปร่งใส
-ต้องการคำตอบจากเซลส์ที่ชัดเจน
Baby Boomer: ยังอยู่ในตลาด แต่มาแบบ “เลือกมากขึ้น”
-มองหาความปลอดภัย ความสงบ
-โครงสร้างมั่นคง
-สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ
-หากซื้อคอนโดมักเลือกอาคารเตี้ยหรือมีใบรับรองความปลอดภัย
ท้ายที่สุด ผู้บริโภควันนี้ไม่ได้มองหาบ้านที่หรูที่สุด แต่กำลังมองหาบ้านที่ “ซื่อสัตย์กับชีวิตจริง” ปลอดภัย คุ้มค่า และส่งเสริมสุขภาวะทั้งกาย-ใจ-สังคม-จิตวิญญาณ ซึ่งคือโจทย์ใหญ่ที่แบรนด์อสังหาฯ ทุกค่ายต้องตอบให้ได้ในปี 2025 และปีถัดไป