สรุปเหตุการณ์ ก.ล.ต. สั่งปรับ ต๊อบ เถ้าแก่น้อย

ในวันนี้ (27 ตุลาคม 2568) ก.ล.ต. สั่งปรับต๊อบ เถ้าแก่น้อย หรืออิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ และบุคคลอีก 4 ราย ประกอบด้วย ณัชชัชพงศ์ พีระเดชาพันธ์, พนิดา วิริยะกิจนุกูล, ฐิติรัตน์ ภานุวัฒน์วนิชย์ และ จักรพันธ์ ชาติปรีชา ในกรณี ซื้อหุ้นบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (TKN) โดยอาศัยข้อมูลภายในที่ตนรู้หรือครอบครอง และช่วยเหลือการกระทำความผิด

กรณีในครั้งนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2565 โดยมี ไทม์ไลน์ดั้งนี้

ระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม – 9 พฤศจิกายน 2565

ช่วงเวลาที่ต๊อบ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท และณัชชัชพงศ์ เป็นกรรมการผู้จัดการ (ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ) ทั้งสองคนนี้เข้าซื้อหุ้น TKN ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ผู้อื่น ได้แก่

ต๊อบซื้อหุ้นผ่าน บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของพนิดา

ณัชชัชพงศ์ หุ้นผ่าน บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของฐิติรัตน์และจักรพันธ์

การซื้อหุ้นผ่านบัญชีผู้อื่นของต๊อบและณัชชัชพงศ์ ในครั้งนั้น มีเหตุสำคัญมากจากทั้งคู่ได้นำข้อมูลของผลประกอบการในไตรมาส 3/2565 ที่รับรู้ล่วงหน้าจากการเป็นผู้บริหาร TKN เข้าซื้อหุ้นผ่านบุคคลอื่นก่อนมีการประกาศกับประชาชนทั่วไปผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565

ซึ่งผลประกอบการของไตรมาส 3/2565 เป็นข้อมูลที่มีส่วนสำคัญต่อราคาหุ้น TKN  ขึ้นเป็นบวก จากกำไรสุทธิ 179.97 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ และข้อมูลการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบที่ 2 (รอบพิเศษ) ในอัตรา 0.08 บาทต่อหุ้น

 

มีนาคม ปี 2566

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งเรื่องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังตรวจสอบเพิ่มเติมและพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ในระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม – 9 พฤศจิกายน 2565 บุคคลทั้ง 5 รายดังกล่าว ได้กระทำการที่เข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการซื้อหุ้นโดยอาศัยข้อมูลภายในที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหุ้น TKN ที่ตนรู้หรือครอบครอง

 

ตุลาคม 2568 ก.ล.ต. ประกาศมติของคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ถึงมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. ดังนี้

-ต๊อบ เถ้าแก่น้อย ปรับเงินรวมทั้งสิ้น 11,601,063 บาท และกำหนดมาตรการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 20 เดือน

 

-ณัชชัชพงศ์ ปรับเงินรวมทั้งสิ้น 2,916,030 บาท และกำหนดมาตรการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 14 เดือน

 

-พนิดา ปรับเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 625,197 บาท และกำหนดมาตรการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 13 เดือน

 

-ฐิติรัตน์ ปรับเงินรวมทั้งสิ้น 625,197 บาท และกำหนดมาตรการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลาคนละ 9 เดือน

 

-จักรพันธ์ ปรับเงินรวมทั้งสิ้น 625,197 บาท และกำหนดมาตรการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลาคนละ 9 เดือน

 

โดยการกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้นจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

 

อ้างอิง

https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=12171

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading