เชลล์ แห่งประเทศไทย ประกาศรุกตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลระดับพรีเมียมอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวส่วนผสมที่เรียกว่า Shell Silk Alkane เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอก้าวข้ามอุตสาหกรรมครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นการเปิดตัวหลังจากเชลล์ บริษัทแม่ ประกาศทิศทางในธุรกิจนี้เมื่อเดือนเมษายน 2568
ซึ่งการลงเล่นธุรกิจส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลของเชลล์ในครั้งนี้ มาจากเหตุผลที่น่าสนใจดังนี้
1.ภายใต้ธุรกิจเชลล์มีเทคโนโลยี Gas-to-Liquids (GTL) ที่เปลี่ยนก๊าซธรรมชาติเป็นของเหลวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง และวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องสำอาง
โดยของเหลวที่แปลงจากก๊าซธรรมชาติผ่านเทคโนโลยี Gas-to-Liquids จะมีความบริสุทธิ์ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความปลอดภัยสูงจากสิ่งเจือปน เช่น โลหะหนัก ที่พบได้ในน้ำมันดิบ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การเปิดตัว Shell Silk Alkane จึงเป็นการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมมาพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
2.อุตสาหกรรมเครื่องสำอางกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการใช้ส่วนผสมจากสัตว์ เช่น ไขมันสัตว์ น้ำผึ้ง นม และส่วนผสมที่สกัดจากน้ำมันดิบ เช่น พาราฟินแว็กซ์, ปิโตรเลียมเจล และอื่น ๆ ไปสู่ทางเลือกที่ยั่งยืน เพื่อเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาส่วนผสมที่มีความปลอดภัย ไม่ทำร้ายสัตว์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ซึ่ง Shell Silk Alkane สามารถเข้ามาตอบความต้องการตลาดด้วยจุดเด่นด้านมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลจาก 3 สถาบัน ได้แก่ FDA 21 CFR 178.3620(a), 172.878 และ European, Japanese, German Pharmacopeia สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติตามมาตรฐาน OECD 301B และยังได้รับการรับรองจาก Vegan Verification: Chem – MAP ว่าปราศจากการปนเปื้อนของสัตว์ ที่ทำให้ผู้ผลิตสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Clean Beauty Trend ได้อย่างมั่นใจ
3.ตลาดความงามไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงข้อมูลจาก Custom Market Insights พบว่า ในปี 2025–2034 ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามและสกินแคร์ มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 5.45% ในแต่ละปี
เนื่องจาก Shell Silk Alkane เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและดูแลผิว การทำตลาดจึงอยู่ในรูปแบบ B2B (Business to Business) เป็นหลัก ทำให้เชลล์ แห่งประเทศไทย สร้างตลาดผ่านกลยุทธ์ตัวแทนจำหน่าย ด้วยการแต่งตั้งบริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น อินกรีเดียนส์ (ที) จำกัด (JJIT) เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเป็นรายแรก
พร้อมกับร่วมมือกันพัฒนา “สูตรต้นแบบ” (Formulations Guide) ที่นำ Shell Silk Alkane มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ครอบคลุมในเซ็กเมนต์ที่ตลาดมีความต้องการสูง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตที่ต้องการยกระดับคุณภาพสินค้า ลดระยะเวลาออกสู่ตลาด (speed-to-market)
ได้แก่
• ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นเพิ่มความชุ่มชื้น (Butter Melt Ultra Moisturizing Body Cream)
• น้ำยาบ้วนปากประสิทธิภาพสูง แบบสองเฟส (2-Phase Mouthwash)
• มาสก์ดีท็อกซ์แบบสติ๊ก สูตรชาร์โคล (Bio Detox Charcoal Mask Stick)
• สเปรย์ปกป้องเส้นผม แบบสองเฟส (Hair Shield Bi-Phase Spray)
• เจลสครับผิวกายผสมน้ำมันนวดระดับพรีเมียม (Body Scrub Massage Oil Gel)
• คลีนซิ่งบาล์มพร้อมเม็ดสครับเนียนละเอียดที่อ่อนโยนต่อผิว (Cleansing Balm Invisible Scrub)
อย่างไรก็ดี การเปิดตัว Shell Silk Alkane จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มพอร์ตโฟลิโอใหม่ของเชลล์ แต่สะท้อนภาพการปรับตัวของบริษัทพลังงานระดับโลก ที่นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่าง Gas-to-Liquids (GTL) มาต่อยอดสู่ธุรกิจส่วนผสมในอุตสาหกรรมความงามและการดูแลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่มีโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจ