KFC  - 1

ได้เกิดสีสันในวงการฟาสต์ฟู้ดไทยอีกครั้ง เมื่อKFC ได้เปิดตัวมังงะ Dumb Luck หนุ่มกัดมัน ดันเจอโชค พร้อมเปิดสาขามังงะในรูปแบบบูธพิเศษภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31

 

ซึ่งการเปิดตัว Dumb Luck หนุ่มกัดมัน ดันเจอโชค ถือเป็นครั้งแรกที่ KFC ประเทศไทยที่สร้างมังงะออริจินัลของตัวเอง เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการตลาด เพื่อเข้ามาเป็นเครื่องมือการตลาดสื่อสารกับผู้บริโภคที่ พร้อมเชื่อมเรื่องราวในการ์ตูนเข้ากับการเปิดตัวเมนูใหม่อย่าง The Box Kaisen และ Scoops Fries

 

การที่ KFC ประเทศไทยเลือกนำมังงะมาใช้ทำการตลาดในครั้งนี้ Talk About Market มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภครุ่นใหม่ ผ่านการนำความสนใจในมังงะและอนิเมะมาเชื่อมโยงกับสินค้าและกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์ ผ่านเป้าหมาย 4 ประการ ได้แก่

 

1.เข้าถึง Gen Z ผ่านความสนใจในมังงะและอนิเมะ

KFC เลือกใช้มังงะเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมมังงะและอนิเมะ แทนที่จะสื่อสารด้วยเมนูอาหาร ราคา และโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว

 

เนื่องจาก Gen Z เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของ KFC ในระยะยาว โดย Gen Z เป็น Gen ที่ทยอยเข้าสู่วัยทำงาน ทำให้ KFC มีโอกาสสร้างความผูกพันเพื่อให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ เมื่อพวกเขามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

 

นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลและวัฒนธรรมออนไลน์ การนำมังงะและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของคนกลุ่มนี้มาใช้ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ KFC สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค พร้อมเชื่อมความสนใจเหล่านั้นเข้ากับการทดลองสินค้าใหม่ และการใช้บริการผ่าน KFC App

 

และการนำมังงะมาใช้ยังช่วยให้ KFC สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความสนใจและกิจกรรมของผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดสาขามังงะในรูปแบบบูธพิเศษภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ซึ่งเป็นการนำแบรนด์ออกจากพื้นที่ร้านอาหาร ไปพบกับกลุ่มนักอ่านและแฟนการ์ตูนในสถานที่ที่ Gen Z นิยมไป

 

อ้างอิงจากข้อมูลการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน และ Gen Z เป็นกลุ่มผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด คิดเป็น 44.6% ส่วนหมวดการ์ตูนและมังงะเป็นประเภทหนังสือที่ได้รับความสนใจสูงสุดถึง 38.19% จากผู้ร่วมงานทั้งหมด

 

2.สร้างความแตกต่างจากแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอื่นด้วยมังงะของตัวเอง

แทนที่จะนำตัวละครจากมังงะหรืออนิเมะที่มีชื่อเสียงมาใช้ในแคมเปญการตลาด KFC เลือกสร้างมังงะออริจินัลเรื่อง Dumb Luck หนุ่มกัดมัน ดันเจอโชค ขึ้นมาเอง โดยนำรูปแบบการเล่าเรื่องและลายเส้นของมังงะญี่ปุ่นมาผสมผสานกับอารมณ์ขันแบบไทย

 

การมีมังงะของตัวเองทำให้ KFC สามารถกำหนดตัวละคร เนื้อหา และเรื่องราวให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงนำเมนูใหม่อย่าง The Box Kaisen และ Scoops Fries เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวได้โดยตรง

 

นอกจากนี้ KFC ยังนำมังงะ Dumb Luck มาเผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม WEBTOON เพื่อให้ผู้สนใจสามารถติดตามเรื่องราวได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเพื่อรับหนังสือฉบับพิมพ์ โดยเริ่มเผยแพร่ตอนแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 และทยอยปล่อยตอนใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

และการเผยแพร่ผ่าน WEBTOON ยังช่วยให้ KFC มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านการ์ตูนบนแพลตฟอร์มโดยตรง พร้อมสร้างการรับรู้ให้กับเมนู The Box Kaisen และ Scoops Fries ที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถต่อยอดตัวละครและเนื้อหาไปสู่คอนเทนต์หรือกิจกรรมทางการตลาดรูปแบบอื่น ๆ ได้ในอนาคต โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงการโปรโมตเมนูอาหารในช่วงแคมเปญเท่านั้น

 

3.กระตุ้นยอดขายเมนูใหม่และเพิ่มการใช้งาน KFC App

KFC ไม่ได้ใช้มังงะเพียงเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ แต่ยังนำมาเชื่อมกับการส่งเสริมการขาย ผ่านการจัดพิมพ์หนังสือมังงะ Dumb Luck จำนวนจำกัด 4,500 เล่ม สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตามเงื่อนไขมูลค่ารวม 300 บาทขึ้นไปผ่าน KFC App

 

ซึ่งการแจกมังงงะ Dumb Luck  ผ่าน KFC App ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคทดลองเมนูใหม่อย่าง The Box Kaisen และ Scoops Fries และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการผ่าน KFC App ได้อีกทางหนึ่ง

 

4.สนับสนุนการปรับภาพลักษณ์ของ KFC ภายใต้กลยุทธ์ New Era

การสร้างมังงะ Dumb Luck ยังสอดคล้องกับทิศทาง New Era ของ KFC ประเทศไทย ที่ต้องการปรับภาพลักษณ์และประสบการณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งการพัฒนาเมนูใหม่ การปรับรูปแบบร้านอาหาร และการนำเสนอประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

 

อย่างไรก็ตามการหยิบมังงะและอนิเมะมาใช้ในการสื่อสารการตลาดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ KFC ไปเชื่อมโยงกับความสนใจของผู้บริโภค โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการขายอาหารโดยตรง ซึ่งในอดีตทั้ง KFC และแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ เช่น MCDonald’s ได้เคยนำกลยุทธ์การสร้าง Original Content ในรูปแบบมังงะและการ์ตูน เพื่อสร้างความสนใจให้กับแบรนด์และเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับสินค้ามาแล้ว เช่น

 

ในปี 2015 KFC ในสหรัฐอเมริกา ได้จับมือร่วมมือกับ DC Entertainment สร้างหนังสือการ์ตูนเรื่อง The Colonel of Two Worlds โดยนำผู้พันแซนเดอร์ส เข้าไปเป็นตัวละครในจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ DC Comics ร่วมผจญภัยกับ The Flash และ Green Lantern เพื่อต่อสู้กับ Colonel Sunder ผู้พันตัวร้ายจากอีกจักรวาลหนึ่ง

 

โดยการจับมือกับ DC Entertainment  เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ KFC สหรัฐอเมริกานำมาใช้กับการฟื้นฟูแบรนด์ที่เริ่มต้นในปี 2015 หลังจากที่ KFC เผชิญกับยอดขายที่ลดลงมาเกือบหนึ่งทศวรรษ และ KFC นำหนังสือการ์ตูน The Colonel of Two Worlds ไปแจกฟรีภายในงาน New York Comic Con ในเดือนตุลาคม 2015 พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านช่องทางดิจิทัล ก่อนจะต่อยอดเป็นหนังสือการ์ตูนอีก 2 เรื่อง ได้แก่ Colonel Corp ในปี 2016 และ Across the Universe ในปี 2017

 

สำหรับผลตอบรับของแคมเปญการ์ตูนที่ร่วมกับ DC Entertainment พบว่าหนังสือการ์ตูน 2 เรื่องแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนการ์ตูนจำนวนมาก จนมีการนำกลับมาเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดฟรีอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2017 ก่อนเปิดตัวเรื่องที่ 3 อย่าง Across the Universe ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2017 ภายในงาน San Diego Comic-Con พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านช่องทางดิจิทัลเช่นเดียวกัน

 

ปี 2023 McDonald’s สิงคโปร์ ได้นำรูปแบบมังงะมาใช้โปรโมตการกลับมาของเมนู Samurai Burger และ Ninja Burger โดยสร้างเรื่องราวการผจญภัยของตัวละคร Samurai-San และ Ninja-San ที่ต้องร่วมมือกันต่อสู้กับ Oni-nari ปีศาจแห่งอาหารรสชาติธรรมดา

 

โดย McDonald’s เผยแพร่มังงะผ่าน Instagram Stories จำนวน 4 ตอน พร้อมจัดกิจกรรมให้ผู้ติดตามค้นหาสัญลักษณ์ตัว M ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเรื่อง เพื่อรับสิทธิซื้อเบอร์เกอร์แบบ 1 แถม 1 โดยจำกัดสิทธิสำหรับผู้ตอบถูก 50 คนแรกตามเงื่อนไข

 

นอกจากนี้ในปี 2024 McDonald’s สหรัฐอเมริกา เปิดตัวแคมเปญระดับโลก WcDonald’s ในกว่า 30 ตลาดทั่วโลก โดยนำชื่อ WcDonald’s ซึ่งเป็นชื่อร้านอาหารสมมติที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก McDonald’s และมักปรากฏในมังงะและอนิเมะญี่ปุ่น มาต่อยอดเป็นจักรวาลมังงะและอนิเมะของแบรนด์เอง

 

โดย McDonald’s ร่วมมือกับ Acky Bright นักวาดมังงะชาวญี่ปุ่น สร้างตัวละครและเรื่องราวมังงะออริจินัลของ WcDonald’s พร้อมจับมือกับ Studio Pierrot สตูดิโอผู้ผลิตอนิเมะจากญี่ปุ่น สร้างอนิเมะสั้นจำนวน 4 ตอน ที่มีเนื้อหาแตกต่างกัน ทั้งแอ็กชัน โรแมนติก หุ่นยนต์ และแฟนตาซี โดยทยอยเผยแพร่สัปดาห์ละ 1 ตอน ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 18 มีนาคม 2024

 

นอกจากนี้ McDonald’s ยังนำภาพตัวละครมังงะมาใช้บนแพ็คเกจสินค้า พร้อม QR Code ให้ลูกค้าสแกนเพื่ออ่านมังงะดิจิทัล และเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับการจำหน่ายซอสพิเศษ WcDonald’s Savory Chili Sauce ที่เปิดตัวในช่วงแคมเปญ

 

และ McDonald’s ยังนำจักรวาล WcDonald’s มาสร้างเป็นประสบการณ์ร้านอาหารในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ผ่านกิจกรรม WcDonald’s Immersive Dining Experience ระหว่างวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2024 โดยใช้เทคโนโลยีภาพฉายรอบทิศทาง เสียง และกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสบรรยากาศของโลกอนิเมะระหว่างรับประทานอาหารอีกด้วย

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่าการสร้างการ์ตูนและมังงะของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดคือหนึ่งในแนวทางการตลาดที่นำเรื่องราวของมังงะหรือการ์ตูนมาใช้สร้างความสนใจ ก่อนเชื่อมโยงกลับไปสู่สินค้าและประสบการณ์ของแบรนด์ และสำหรับ KFC ประเทศไทย การเปิดตัว Dumb Luck สร้างมังงะต้นฉบับที่มีตัวละครและอารมณ์ขันแบบไทย พร้อมเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับเมนูใหม่อย่าง The Box Kaisen และ Scoops Fries โดยตรง

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *