30 ปี ทามาก็อตจิ ธุรกิจที่เกิดจากทำไมพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวทุกที่ไม่ได้ - 1

หากย้อนกลับไปในปี 1996 ของเล่นรูปไข่เล็ก ๆ ที่มีหน้าจอดิจิทัลเพียงไม่กี่พิกเซลได้เปลี่ยนวิธีคิดของโลกเกี่ยวกับ “สัตว์เลี้ยง” ในยุค 90 ได้อย่างน่าสนใจ

 

เพราะทามาก็อตจิคือหนึ่งในนวัตกรรมที่ทำให้คนรู้สึกผูกพันกับสัตว์เลี้ยงดิจิทัลรูปทรงไข่ และในปี 2026 นี้โลกของทามาก็อตจิได้เดินทางมาสู่ครบรอบ 30 ปีเป็นที่เรียบร้อย

 

โดยต้นกำเนิดของทามาก็อตจิเกิดขึ้นจากความบังเอิญที่ อากิฮิโระ โยโคอิ ประธานบริษัท Wiz ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบของเล่นในประเทศญี่ปุ่น ได้เห็นโฆษณาตัวหนึ่งที่เล่าเรื่องราวของเด็กชายที่ผิดหวังเพราะแม่ไม่อนุญาตให้นำเต่าสัตว์เลี้ยงสุดที่รักไปท่องเที่ยวด้วย
จากโฆษณาที่อากิฮิโระ โยโคอิได้เห็น เธอได้แตกประเด็นสู่แนวคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะพาสัตว์เลี้ยงไปได้ทุกที่ผ่านของเล่น พร้อมปรึกษากับ อากิ มาอิตะ นักการตลาดของบริษัทของเล่น Bandai เพื่อพัฒนาเป็นของเล่นจำลองการเลี้ยงสัตว์ดิจิทัลรูปทรงไข่ที่ชื่อว่า ทามาก็อตจิ ออกสู่ตลาดในปี 1996 ในราคาที่จับต้องได้

 

ซึ่งชื่อของทามาก็อตจิมาจาก Tamago ที่แปลว่าไข่ และ Uotchi ที่แปลว่านาฬิกา

 

พร้อมกับวิธีการเล่นที่ให้ผู้เล่นเป็นผู้เลี้ยงดูน้องทามาก็อตจิตั้งแต่ออกจากไข่ คอยให้อาหาร ทำความสะอาด เล่นด้วย พาเข้านอน และอื่น ๆ เพื่อรอคอยการเติบโตของทามาก็อตจิโดยไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเติบโตออกมาในรูปแบบไหน

 

เพราะการเติบโตที่คาดเดาไม่ได้ ความผูกพันในการเลี้ยง ทำให้ทามาก็อตจิของเล่นที่ขายไอเดียแปลกใหม่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่นและต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย จน Bandai ต่อยอดความสำเร็จด้วยการพัฒนาทามาก็อตจิรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

แต่จนแล้วจนรอดกระแสทามาก็อตจิก็ไม่จีรัง เมื่อความแปลกใหม่ของทามาก็อตจิเริ่มไม่แปลกใหม่อีกต่อไป ประกอบกับการส่งสัญญาณเรียกร้องจากทามาก็อตจิให้ผู้เล่นเข้ามาดูแลอยู่เสมอที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนเกิดความเบื่อหน่าย หรือกดดันตัวเองที่ต้องเข้ามาเลี้ยงดูอย่างต่อเนื่องในรูปแบบซ้ำ ๆ ทุกวัน

 

และการร้องเรียกของทามาก็อตจินี้ยังได้ดึงดูดสมาธิของผู้เล่นไปจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เช่น เวลาเรียน จนโรงเรียนต่าง ๆ ต้องออกประกาศห้ามนักเรียนนำทามาก็อตจิมาเล่น เป็นต้น

 

นอกจากความนิยมที่ลดลง ทามาก็อตจิยังประสบความท้าทายจากสินค้าลอกเลียนแบบที่ทำขึ้นมาจำหน่ายในราคาประหยัด และการเข้ามาตีตลาดจากของเล่นอื่น ๆ เช่น Furby

 

ซึ่งความท้าทายต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ Bandai คาดการณ์ไม่ทัน จนเกิดผลกระทบของสินค้าค้างสต๊อกจำนวนมากจากการผลิตที่มากเกินความต้องการตลาด และต้องยกเลิกการทำตลาดทามาก็อตจิในที่สุด

 

เมื่อวันเวลาผ่านไป ในปี 2004 Bandai ได้ปัดฝุ่นทามาก็อตจิเข้ามาทำตลาดอีกครั้ง พร้อมนำฟีเจอร์อินฟราเรดเข้ามาเป็นจุดขายเพื่อเชื่อมต่อทามาก็อตจิกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้

ในปี 2017 ครบรอบ 20 ปี มีการนำทามาก็อตจิรุ่นแรกวางจำหน่ายในรูปแบบหน้าจอสี ที่สามารถสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนทามาก็อตจิยุคแรกได้เป็นอย่างดี

 

อย่างไรก็ตาม แม้ทามาก็อตจิจะห่างหายไปตามช่วงเวลา แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา Bandai ได้นำทามาก็อตจิกลับมาสร้างตลาดที่มีสีสันมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Collab กับคาแรกเตอร์และแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังแฟนคลับของคาแรกเตอร์และแบรนด์นั้น ๆ เช่น คิตตี้ ดาบพิฆาตอสูร สปาย X แฟมิลี่ สตาร์วอร์ส ยูนิโคล เป็นต้น

 

และการบุกตลาดของทามาก็อตจิของ Bandai สามารถสร้างรายได้ผ่านยอดขายได้มากถึง 54.5 ล้านเครื่องภายใน 20 ปี นับตั้งแต่ 2004-2024 ส่วนการครบรอบ 30 ปีของทามาก็อตจิในปี 2026 Bandai จะมีทามาก็อตจิลูกเล่นใหม่ ๆ ออกมาหรือไม่ ดูกันต่อไป

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Tamagotchi
https://www.bandainamco.co.jp/en/ir/library/assets/pdf/2024/factbook2024_en_1-6.pdf
https://www.smithsonianmag.com/innovation/keeping-tamagotchi-alive-180979264/
https://www.nssmag.com/en/lifestyle/38204/tamagotchi-y2k-nostalgia-100-millions-sales

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *