nestle - 1

ก่อนที่เนสท์เล่จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ FMCG ที่มีชื่อเป็นเจ้าของอยู่บน Nescafé, ช็อกโกแลต KitKat เครื่องปรุง Maggi และอื่นๆ แต่กว่าจะเป็นเนสท์เล่ในวันนี้ ได้มีต้นกำเนิดจากสินค้าเพียงชนิดเดียวที่เข้ามาแก้ไขปัญหาคุณแม่จำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถมีนมให้ลูกกินได้ เพื่อเพิ่มอัตราการมีชีวิตอยู่ของเด็กทารก

 

สิ่งนั้นก็คือนมผง

 

ย้อยกลับไปช่วงทศวรรษ 1860 Henri Nestlé ผู้ช่วยเภสัชกรชาวเยอรมันที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในเมือง Vevey ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เห็นถึงปัญหาของเด็กแรกเกิดหลายต่อหลายคนต้องประสบกับสภาวะขาดสารอาหารเนื่องจากแม่ไม่มีนมเพียงพอให้ลูก และเขาได้นำความรู้ที่มีมาพัฒนาเป็นอาหารสำหรับทารกด้วยการผสม นมวัว แป้งสาลี และน้ำตาลเข้าด้วยกัน พร้อมกับตั้งชื่อเรียกว่า Farine Lactée เปิดตัวทำตลาดครั้งแรกในปี 1867 ก่อนที่จะตั้งชื่อแบรนด์ว่าเนสท์เล่ซึ่งที่มาจากนามสกุล

 

ซึ่ง Farine Lactée ถือเป็นนมที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการรับสารอาหารที่จำเป็นของเด็กทารกที่ไม่สามารถกินนมแม่ได้ในยุคนั้น

เพียงไม่กี่ปี Farine Lactée ก็ขยายจากสินค้าที่ผลิตในเมือง Vevey ไปยังตลาดต่างประเทศ จนกระทั้งในปี 1905 Henri Nestlé ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับ Anglo-Swiss Condensed Milk Company เป็นบริษัท Nestlé & Anglo-Swiss และกลายเป็นรากฐานของธุรกิจเนสท์เล่ในเวลาต่อมา จากการขยายตลาดไปยังเอเชีย, แอฟริกา,ลาตินอเมริกา ออสเตรเลีย

 

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ Nestlé เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1929 Louis Dapples ประธานคณะกรรมการบริหารของ เนสท์เล่ในเวลานั้นได้รับคำขอเสนอจากประเทศบราซิล ให้ช่วยหาวิธีรับมือกับกาแฟจำนวนมหาศาลในประเทศ ด้วยการคิดค้นกาแฟสำเร็จรูปที่สามารถชงดื่มได้รวดเร็ว และยังช่วยลดปริมาณของเสียที่ไม่จำเป็นจากการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟของบราซิลอีกด้วย

 

ซึ่งวิกฤติกาแฟล้นตลาดในครั้งนั้นได้กลายเป็นสินค้าใหม่ในเชื่อเนสกาแฟ ที่ใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนานานถึง 7 ปี และเนสกาแฟกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สำคัญที่สุดของเนสท์เล่จนถึงปัจจุบัน

นอกจากการพัฒนาสินค้าใหม่ เนสท์เล่ ยังสร้างอาณาจักด้วยการควบรวมและซื้อกิจการบริษัทอื่นๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจยิ่งขึ้น ทั้งด้านการขยายตลาด เทคโนโลยี การเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ และอื่นๆ ตลอดจนพาเนสท์เล่ค่อย ๆ เข้าไปอยู่ในหลายช่วงเวลาของชีวิตผู้บริโภค

 

เช่นในปี 1929 ได้เข้าซื้อกิจการช็อกโกแลต Peter-Cailler-Kohler

ปี 1947 ควบรวมกับ Alimentana เจ้าของ Maggi ทำให้ Nestlé ขยายเข้าสู่เครื่องปรุง ซุป และอาหารสำเร็จรูป

ปี 1988 เข้าซื้อ Rowntree Mackintosh บริษัทขนมจากอังกฤษ ทำให้แบรนด์อย่าง KitKat, Smarties และ After Eight เข้ามาอยู่ในพอร์ต

ปี 1992 ซื้อ Perrier Group ผู้ผลิตน้ำแร่ธรรมชาติบรรจุขวดรายใหญ่ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ Nestlé ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดน้ำดื่มและน้ำแร่บรรจุขวดระดับโลก

และในปี 2001 ซื้อ Ralston Purina ก่อนรวมกับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเดิมของ Nestlé จนเกิดเป็น Nestlé Purina PetCare

 

สำหรับปัจจุบันเนสท์เล่มีสินค้าใน 185 ประเทศ พร้อมกับรายได้มากถึง 89,490 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 3.65 ล้านล้านบาทกำไร 9,003 ล้านฟรังก์สวิส ในปี 2025 (ประมาณ 367,600 ล้านบาท)

 

ครึ่งปีแรก 2026 มีรายได้ 43,109 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 1.76 ล้านล้านบาท) กำไร 3,472 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 141,800 ล้านบาท)

 

พร้อมกับปรับโครงสร้าง ลดต้นทุน และทบทวนธุรกิจที่ไม่ได้เป็นแกนหลัก โดยให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านธุรกิจหลัก 4 กลุ่มได้แก่ Coffee, Petcare, Nutrition และ Food & Snacks  

ส่วนประเทศไทย เนสท์เล่เข้ามาบุกตลาดในปี 1893 ด้วยผลิตภัณฑ์นมข้นหวานแบรนด์ แหม่มทูนหัว ปี 1934 นำนมตราหมีเข้ามาทำตลาด และตามมาด้วยสินค้าอื่นๆ และโรงงานในประเทศจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน

 

โดยในประเทศไทย เนสท์เล่ ดำเนินธุรกิจผ่าน เนสท์เล่ (ไทย) เป็นบริษัทหลัก และที่ผ่านมามีผลประกอบการรายงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้

2564 รายได้รวม 52,155.31 ล้านบาท กำไร 2,620.43 ล้านบาท

2565 รายได้รวม 56,773.15 ล้านบาท กำไร 3,008.61 ล้านบาท

2566 รายได้รวม 57,028.29 ล้านบาท กำไร 2,682.90 ล้านบาท

2567 รายได้รวม 62,617.87 ล้านบาท กำไร 2,256.04 ล้านบาท

2568 รายได้รวม 61,583.50 ล้านบาท กำไร 3,192.91 ล้านบาท

Talk About Market FYI

โลโก้ เนสท์เล่ ทำไมถึงต้องเป็นแม่ป้อนอาหารลูกในรังนก

โลโก้ของเนสท์เล่มีจุดเริ่มต้นจากการดัดแปลงตราประจำตระกูลของ Henri Nestlé ผู้ก่อตั้ง  เนื่องจาก Nestlé ในภาษาเยอรมันแปลว่า รังนก และเพิ่มภาพแม่นกกำลังป้อนอาหารให้ลูก เพื่อสื่อถึงความอบอุ่นที่แม่ให้กับลูกและเป็นการสื่อสารถึง Farine Lactée ไปในตัว

 

โดยโลโก้นี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี 1868 โดยคำว่า “Nestlé” ในภาษาเยอรมันแปลว่า “รังนก” ภาพในโลโก้จึงเป็นรูปนกในรังที่แม่นกกำลังป้อนอาหารให้ลูก ซึ่งต่อมาได้ถูกปรับลดทอนรูปทรงให้เรียบง่ายและทันสมัยขึ้นเพื่อสื่อถึงความรัก ความอบอุ่น และการดูแลเอาใจใส่ครอบครัว

 

อ้างอิง

https://www.nestle.com/sites/default/files/asset-library/documents/about_us/henri-nestle-biography-en.pdf

https://www.nestle.com/sites/default/files/2026-02/annual-review-2025-en.pdf

https://www.nestle.com/sites/default/files/2026-07/half-year-report-2026-en.pdf

https://www.nestle.co.th/th/aboutus/history

https://www.nestle-cwa.com/en/aboutus/history/logoevolution

https://www.nescafe.com/th/th-th/coffee-culture/coffee-knowledge/nescafe-history

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *