Apple Ford - 1

 

ครั้งหนึ่ง Apple เคยพยายามสร้างรถยนต์ของตัวเองภายใต้โครงการลับที่รู้จักกันในชื่อ Project Titan บริษัทใช้เวลาพัฒนานานกว่าสิบปี ก่อนตัดสินใจยุติโครงการในปี 2024

 

หลายคนจึงคิดว่าเส้นทางของ Apple ในอุตสาหกรรมรถยนต์คงจบลงแล้ว

 

แต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา Apple และ Ford กลับประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ โดย Ford จะเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่นำ Apple Maps เข้าไปติดตั้งเป็นระบบนำทางภายในรถโดยตรง ไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อผ่าน iPhone หรือเปิดใช้งานผ่าน Apple CarPlay เหมือนที่ผ่านมา

นี่อาจเป็นสัญญาณว่า Apple ไม่ได้ถอยออกจากตลาดรถยนต์ เพียงแต่เปลี่ยนจากการพยายาม “สร้างรถ” มาเป็นการสร้างระบบที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์การขับขี่แทน

 

โดยดีลนี้ Apple Maps จะถูกฝังลงในรถยนต์ Ford ตั้งแต่โรงงาน ผ่านเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า MapKit for Automotive SDK

 

ผู้ขับขี่จึงสามารถใช้แผนที่ของ Apple ได้ แม้จะไม่ได้ถือ iPhone ก็ตาม

 

ระบบจะให้ข้อมูลการจราจรและอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ ค้นหาสถานที่ แนะนำเส้นทางด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงวางแผนเส้นทางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เช่น การคำนวณจุดชาร์จและการปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้เหมาะสมก่อนเข้าสถานีชาร์จ

 

ความร่วมมือนี้ Apple Maps จะเข้าไปอยู่ใน Ford Universal Electric Vehicle Platform ที่เปิดในปี 2027 เป็นรุ่นแรกจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางที่ Ford ระบุว่าจะมีราคาประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ความร่วมมือกับ Ford Talk About Market มองว่าถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ที่ใช้โมเดล Platform Strategy ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินค้าปลายทางทั้งหมด คล้ายกับการที่ระบบปฏิบัติการเข้าไปอยู่ในอุปกรณ์ของแบรนด์อื่น หรือระบบชำระเงินเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของร้านค้านับล้านแห่ง โดยไม่จำเป็นต้องผลิตสินค้าทั้งชิ้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงานรถยนต์ จัดการห่วงโซ่อุปทาน หรือแข่งขันด้านราคาและการผลิตกับ Tesla, BYD และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นโดยตรง แต่เลือกนำทรัพย์สินที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ได้แก่ ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูลถนน การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ไปวางไว้ในรถยนต์ของพันธมิตร

 

ส่วน Ford เองก็ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องสร้างระบบแผนที่ระดับโลกขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะการพัฒนาแผนที่ที่แม่นยำไม่ได้มีเพียงการวาดถนน แต่ต้องเก็บข้อมูลสถานที่ การจราจร เหตุการณ์บนเส้นทาง และอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

 

ซึ่งความร่วมมือนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การบอกเส้นทาง เพราะ Ford จะนำข้อมูลระดับถนนจาก Apple Maps ไปใช้ประกอบการพัฒนา BlueCruise ระบบช่วยขับขี่แบบแฮนด์ฟรีรุ่นต่อไป เพื่อให้รถสามารถช่วยขับบนทางหลวงได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ทางขึ้นจนถึงทางออก

 

อย่างไรก็ตาม Ford ยืนยันว่าระบบขับขี่อัตโนมัติยังได้รับการพัฒนาโดย Latitude AI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Ford เอง ส่วน Apple ไม่ได้เข้ามาสร้างระบบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติให้โดยตรง แต่ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลแผนที่และถนนที่ระบบจำเป็นต้องใช้

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *